
ยัง...ยังไม่ถึงเวลาเลือกตั้ง
แม้หลายคนจะพากันวิเคราะห์ว่า การที่ประชาธิปัตย์ออกแคมเปญหาเสียงเลือกตั้ง 4 ประการ และ "คิกออฟ" ไปแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คือปรากฏการณ์บ่งชี้ว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมเลือกตั้งครั้งใหม่
และอาจจะยุบสภาตามช่วงเวลาที่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เคยลั่นวาจาไว้ก่อนหน้าว่า น่าจะเป็นช่วงปลายมีนาคม หรือต้นเมษายน และเลือกตั้งพฤษภาคม แต่นั่นอาจจะเป็นเพียงคาดการณ์เท่านั้น เพราะความเห็นของนายกฯ อภิสิทธิ์ กับสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ยังไม่ตรงกันอยู่ โดยสุเทพเสนอให้ยุบสภาช่วงเดือนมิถุนายน ด้วยเหตุผลความพร้อม
ถ้าพิจารณาจากแคมเปญของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยึดตัวเลข "25" ก็น่าจะแค่ชุดแรกเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 25% ภายใน 2 ปี เพิ่มกองกำลังพิเศษปราบยาเสพติด 2,500 นาย เพิ่มทุนกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำเพื่อการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย 2.5 แสนคนต่อปี เพิ่มโฉนดชุมชนให้เกษตรกร 2.5 แสนคน พร้อมเปิดตัวผู้ร่วมโครงการ "รุ่นใหม่ อนาคตไทย" 255 คน เตรียมพร้อมเลือกตั้ง เป็นผู้สมัคร ส.ส. ทีมนโยบาย ทีมปฏิบัติการ ที่ตลาดนัดจตุจักร
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เจ้าของแคมเปญ อธิบายหัวใจสำคัญของนโยบายชุดนี้ ในประเด็นเรื่องการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ที่เริ่มมีเสียงถกเถียงและวิพากษ์ว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะการขึ้นค่าแรงภาคเอกชน เป็นเรื่องของไตรภาคี และทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ โดยกอร์ปศักดิ์ อธิบายว่า เราจะกดค่าแรงคนจนไว้ตลอดชีวิตหรือ วิธีคิดในเรื่องนี้ว่า ต้นทุนมีหลายส่วน ส่วนค่าแรงต้องให้สูงขึ้น ส่วนอื่นเร่งลดลงเช่น ขบวนการผลิต ค่าขนส่ง ค่าภาษี ค่าโกง ถ้าเดินแนวนี้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น กระบวนการผลิตต้องปรับให้ทันสมัย รัฐช่วยให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ไม่เก็บภาษีนำเข้าเครื่องจักร ปรับโครงสร้างภาษีที่เกี่ยวกับการประกอบการใหม่หมด ลดค่าขนส่งโดยเร่งลงทุนระบบรางและขนส่งทางน้ำอย่างเร่งด่วน ส่งออก-นำเข้าต้องสะดวก สร้างเมืองท่าให้สมบูรณ์ที่แหลมฉบัง ระยอง
นโยบายหลักคือทำทุกอย่างให้นายจ้างสามารถลดค่าใช้จ่าย นำมาปรับเงินเดือนให้ทุกคน ส่วนโกงน่าจะแก้ยากสุด ต้องช่วยกันให้ประชาชนเข้าใจว่าการเลือกตั้งนั้นสำคัญ ต้องเลือกผู้นำที่ซื่อสัตย์ สุจริต แต่ต้องใช้เวลา ต้องอดทน เลือกแล้วทำไม่ได้ ก็ไม่ต้องเลือกต่อไป แต่อย่าคิดทางลัดเรียกหา ท.ทหาร ตามคำเรียกร้องของ "สดศรี สัตยธรรม" กกต.
ถ้าพิจารณาจากองค์ประกอบทั้งหลายทั้งปวงแล้ว คิดว่า การเลือกตั้งไม่น่าจะเกิดขึ้นเร็ว ทั้งเรื่องศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ยื่นเข้าไปแล้ว นายกฯ จะใช้สิทธิ์ยุบสภาหนีไม่ได้ งบกลางก็ยังไม่เสร็จ การโยกย้ายกลางปีในเดือนเมษายน ยังไม่ได้จัดทัพ นี่ยังไม่นับรวมค่าครองชีพที่สูงขึ้น และยากจะอธิบาย แถมนายกฯ อภิสิทธิ์ เดินทางตลาดนัดจตุจักร ก็ยังถูกแม่ค้าตามไล่ตะเพิดอยู่ ทำให้ไม่เข้าเงื่อนไขของนายกฯ ที่จะยุบสภาในเร็ววันนี้



