ข่าว

คิม จอง อิลโผล่งานใหญ่ สภาโสมแดงลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เลือกคิมเป็นผู้นำต่ออีกสมัย

คิม จอง อิลโผล่งานใหญ่ สภาโสมแดงลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เลือกคิมเป็นผู้นำต่ออีกสมัย

10 เม.ย. 2552

โซล-สภาโสมแดงเลือกคิม จอง อิลเป็นผู้นำต่ออีกสมัย พร้อมแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปูทางไปสู่การปกครองยุคหลังคิม

 สำนักข่าวกลางของเกาหลีเหนือ (เคซีเอ็นเอ) รายงานว่าแดนโสมแดงได้ตัดสินใจให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในการประชุมสภาประชาชนสูงสุดเมื่อวันพฤหัสบดี (9 เม.ย.) และนายคิม จอง อิล ผู้นำสูงสุด ผู้ซึ่งหายหน้าหายตาไปนานนับตั้งแต่มีข่าวว่าป่วยหนักด้วยอาการเส้นเลือดในสมองตีบเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ได้เดินทางมาเข้าร่วมประชุมด้วย นับเป็นการออกงานพิธีการใหญ่ๆเป็นครั้งแรกของผู้นำแดนโสมแดง

 นอกจากนี้ ทางสภาฯยังได้ลงมติเลือกนายคิม จอง อิล เป็นประธานคณะกรรมาธิการกลาโหมแห่งชาติ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดในประเทศต่ออีกสมัยด้วย แม้ว่าจะยังมีความกังขาเรื่องสุขภาพของผู้นำวัย 67 ปีคนนี้ และการสรรหาทายาทที่จะมาดำรงตำแหน่งต่อจากนายคิมก็ยังไม่ได้ข้อสรุปแต่อย่างใด

 ถึงแม้ว่าการแต่งตั้งนายคิมให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการกลาโหมต่ออีกสมัยจะเป็นเรื่องที่ทำกันตามธรรมเนียม แต่นักสังเกตการณ์มองว่าการกระทำดังกล่าวช่วยเสริมอำนาจ และตำแหน่งของนายคิมซึ่งป่วยหนักในช่วงที่ผ่านมาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

 เคซีเอ็นเอรายงานว่าสภาชิกรัฐสภาได้ลงมติเป็นเอกฉันท์รับกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญ และภาคผนวกแต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่ามีอะไรบ้าง ขณะที่สำนักข่าวยอนฮัพของเกาหลีใต้รายงานว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งแรกในรอบ 11 ปีของแดนโสมแดงในครั้งนี้อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการปรับโครงสร้างทางการเมืองหลังยุคของนายคิม จอง อิลก็เป็นได้

 ยอนฮัพซึ่งดูข่าวการประชุมสภาฯทางโทรทัศน์ของเกาหลีเหนือยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่านายคิม จอง อิลมีรูปร่างผอมลง และเดินช้าๆไปยังที่นั่งโดยมีอาการขาข้างซ้ายกระเผลกเล็กน้อย ในการประชุมครั้งนี้ นายคิมยังได้แต่งตั้งนายแจง ซอง แต็ก น้องเขย เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการกลาโหมอีกด้วย อันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าน้องเขยผู้นี้ ซึ่งคอยติดตามนายคิมไปยังที่ต่างๆตลอดช่วงที่ผ่านมากำลังมีอิทธิพลเพิ่มขึ้น

 การเลือกนายคิมเป็นผู้นำต่อมีขึ้น 4 วันภายหลังจากที่เกาหลีเหนือท้าทายประชาคมโลกด้วยการยิงจรวดปล่อยดาวเทียมสื่อสารจนเป็นเหตุให้องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ต้องเรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวขัดต่อมติห้ามเกาหลีเหนือทดลองขีปนาวุธหรือไม่ ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเพราะสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นมีเสียงแตกกัน

 ทั้งนี้ สภาประชาชนสูงสุดของเกาหลีเหนือจะประชุมกันปีละครั้งถึงสองครั้งเพื่อผ่านกฎหมายที่รัฐบาลเสนอโดยไม่ได้ถกเถียงกันมากนัก ส่งผลให้สภาแห่งนี้ถูกมองว่าเป็นเพียงสภาตรายางที่คอยรองรับคำสั่งของพรรคคอมมิวนิสต์เท่านั้น