
ภาวะวิกฤติ
ในที่สุด ตำรวจ ก็ถูกผลักเข้าสู่สถานการณ์วิกฤติในการแก้ปัญหาการชุมนุมประท้วง และกำลังสาวไส้การทุจริตของนักการเมืองฟากรัฐบาลอย่างเต็มตัว
โดยมีหัวหน้ารัฐบาลเป็นผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เป็นการเปลี่ยนตัวละครและเครื่องมือ
เมื่อปีที่แล้ว เป้าหมายคือ ผู้ชุมนุมที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มคนเสื้อแดง หรือนปช.
เครื่องมือรัฐบาลคือ กองกำลังฝ่ายทหารบก
คราวนี้เป้าหมายเปลี่ยนเป็นผู้ชุมนุมที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มเสื้อเหลือง หรือพันธมิตร
เครื่องมือที่ใช้คือ กองกำลังตำรวจ
แต่เหตุผลหลักก็เหมือนกันทั้ง 2 สถานการณ์ คือ "รักษาอำนาจการปกครองบ้านเมือง เพื่อประโยชน์ของกลุ่มตนให้ยาวนานที่สุด"
ทั้งที่มีช่องทางคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่หลายวิธี
แต่นักการเมืองพวกนี้กลับไม่ทำ
คิดแต่ใช้อำนาจ ทั้งทางกฎหมายและกองกำลังติดอาวุธ ดำเนินการโดยไม่คำนึงถึงการบาดเจ็บล้มตายของประชาชน ทั้งที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล และประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ แต่พลอยถูกลูกหลงบาดเจ็บล้มตายไปด้วย
ตำรวจ โดย ผบ.ตร. ผู้นำของกองกำลังตำรวจ คงไม่มีทางเลือก เพราะมีตำแหน่งเป็นเดิมพัน จะเลือกวิธีไหนจึงจะถูกต้อง และถูกใจรัฐบาล?
ผลจะเป็นเช่น การสลายการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง นปช. โดยกองกำลังฝ่ายทหารบก ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กำลังมึนหาทางลงให้สวยงามอยู่หรือไม่ คงต้องติดตามดู
แต่บทเรียนการใช้กำลังตำรวจและทหาร เพื่อแก้ไขปัญหาทางการเมือง โดยนักการเมืองที่เห็นแก่ตัว ไม่ว่า 7 ตุลาคม 2551 หรือพฤษภาคม 2553 ล้วนก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งบานปลายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ทำอย่างไรจึงจะเคาะความเห็นแก่ตัว ที่เป็นสนิมเกาะอยู่บนร่างของนักการเมืองผู้อำมหิต เห็นชีวิตของประชาชนคนไทยเหมือนผักปลา ใช้กำลังพร้อมอาวุธกระทำกับประชาชน เพื่อปกป้องรักษาประโยชน์ของกลุ่มตน สร้างวิกฤติซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือจะกำจัดให้ล้มหายตายจากแผ่นดินไทยด้วยวิธีการใด
แล้วจะทำอย่างไร? และให้ใครทำ?
คมพิทักษ์ราษฎร์



