
ช้างสุรินทร์ฟาดงวงถูกเหล็กแหลมสาหัส
พลายอุเทน อายุ 33 ปี ใช้ งวงจับอาหารพลาดฟาดงวงถูกเหล็กแหลม ทำให้เส้นเลือดใหญ่และเส้นประสาทขาด ไม่มีเลือดไหลหล่อเลี้ยงจนงวง ช้าง ยาวกว่า 2เมตร เนื้อตาย เน่าเปื่อย สัตวแพทย์เร่งช่วยยื้อชีวิต
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 1 มี.ค. ที่โรงพยาบาลช้างสุรินทร์ ตั้งอยู่ภายใน สถาบันวิจัยและบริการสุขภาพช้างแห่งชาติ กิโลเมตรที่ 13 ถนนสุรินทร์-ปราสาท อ.เมือง จ.สุรินทร์ ทีมสัตวแพทย์ ได้ทำความสะอาด และทายาที่บาดแผลบริเวณงวง ของพลายอุเทน อายุ 33 ปี ช้างของนายสา ศาลางาม อายุ 75 ปี ชาวบ้านตากลาง ต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ซึ่งบาดแผลของพลายอุเทน ที่งวงเริ่มมีอาการเน่าเปื่อย สัตวแพทย์ต้องตัดเนื้อที่เสียออกไป เพื่อรักษาให้เนื้อฟื้นตัวและสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาให้เกิดใหม่ พร้อมทั้งฉีดยาปฏิชวนะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อให้กับพลายอุเทนด้วย
สัตวแพทย์บอกว่า พลายอุเทนที่ได้รับบาดเจ็บ คือเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา ขณะที่ควาญช้างกำลังเลี้ยง อาหารให้แก่พลายอุเทนอยู่ ขณะนั้น พลายอุเทนได้ใช้งวง ตวัดจับอาหารมากิน ขณะที่กำลังใช้งวงจับอาหาร ได้ถูกเหล็กแหลมที่ควาญช้างถือ อยู่ทิ่ม เข้าที่งวงช้าง ทำให้เกิดเป็นแผลลึก และมีเลือดไหล ออกตลอดเวลา และงวงช้าง ไม่สามารถยก หรือจับอาหารได้อีกเลย ทำให้บาดแผลได้เริ่มเน่าเหม็น มีเนื้อตาย และเนื้อเปื่อย ลุกลาม ไปตามงวงช้าง ซึ่งมีความยาว กว่า 1 เมตรครึ่ง ทำให้พลายอุเทนได้รับบาดเจ็บและทรมานเป็นอย่างมาก
เจ้าของช้างจึงได้นำพลายอุเทนมาทีโรงพยาบาลช้าง เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2554 ที่ผ่านมา เพื่อให้สัตวแพทย์ ที่โรงพยาบาลช้างให้การช่วยเหลือ โดยทีมสัตวแพทย์ได้ระดมช่วยเหลือและให้การรักษาอย่างเต็มที่ โดยเบื้องต้นพบว่าบาดแผลลึกไปจนถึงเส้นเลือด และเส้นประสาท ซึ่งสัตวแพทย์ได้ตัดเนื้อที่เน่าและตายออกให้ถึงเนื้อเป็นเพื่อทายาให้สร้างเซลล์ขึ้นมาใหม่ พร้อมกับฉีดยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ โดยบาดแผลยังคงน่าเป็นห่วง ซึ่งแผนการรักษาต่อไปทีมสัตวแพทย์จะได้ประชุมวางแนวทางรักษา โดยคาดว่าจะต้องใช้เวลา ในการรักษาเป็นเวลานานนับปีจึงจะหายเป็นปกติ แต่ต้องดูว่าช้างจะสามารถ กลับมาใช้งวง เป็นปรกติได้หรือไม่
ขณะที่ภาพรวมของพลายอุเทน มีอาการเจ็บปวดและบางครั้งก็ซึม โดยทีมสัตว์แพทย์และเจ้าของต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดด้วยความเป็นห่วง และเวลากินอาหารเจ้าของต้องป้อนให้ตลอดเวลา เนื่องจากไม่สามารถใช้งวงได้ และประกอบกับอาหารที่กินต้องเป็นอาหารอ่อน เช่นกล้วย ซึ่งขณะนี้ก็มีไม่เพียงพอ และกำลังเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก
ด้านนายยุทธนา กิตติวิริยะ รองผวจ. สุรินทร์ หลังทราบข่าว ก็ได้เดินทางมาเยี่ยมพร้อมกับได้สอบถามถึงอาการและแนวทางรักษาจากทีมสัตวแพทย์ และเจ้าของช้าง พร้อมได้ฝากทีมสัตวแพทย์ไห้ดูแลรักษาให้ดีที่สุด



