ข่าว

แนะคนงานลิเบียเร่งติดต่อรับเงินชดเชย

แนะคนงานลิเบียเร่งติดต่อรับเงินชดเชย

01 มี.ค. 2554

ครม.อนุมัติ งบกลาง 746 ล้าน ช่วยเหลือ คนงานไทย ใน “ลิเบีย” กระทรวงแรงงานแนะคนงานลิเบียเร่งติดต่อรับเงินชดเชย 15,000 บ.ที่สนง.จัดหางานจังหวัด ด้าน กกจ.พร้อมจ่ายเงินสดภายใน 3 วัน ยอดแรงงานกลับ 1,139 คน

 (1มี.ค.) นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี   แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมได้รับทราบข้อเสนอจากกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงานในเรื่องการขอรับการจัดสรรงบประมาณในการช่วยเหลือและอพยพคนไทย ออกจากประเทศลิเบีย โดยเป็นการเสนอแผนงานและงบประมาณกลางในการช่วยเหลือคนไทยที่ติดค้างในลิเบีย   โดยความช่วยเหลือคือการอพยพ ขนย้ายและตั้งศูนย์พักพิง และการชดเชยในส่วนของแรงงาน โดยกระทรวงการต่างประเทศ เสนองบ 403 ล้านบาท กระทรวงแรงงานเสนอขอรับงบประมาณ ที่ 343,489,000 บาท   ทั้งนี้ครม.อนุมัติในหลักการ ข้อเสนอของ 2 กระทรวง โดยในรายละเอียดเรื่องการใช้เท่าไร กรณีใดบ้างนั้น ให้กระทรวงการต่างประเทศ และ กระทรวงแรงงานไปหารือ กับสำนักงบประมาณ   เพราะในวาระดังกล่าวเป็นความเดือดร้อนของประชาชน โดยการพิจารณา วันนี้เป็นการบรรจุเป็นวาระจร

 ด้านนายสุเมธ มโหสถ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.)แถลงถึงแนวทางการนำงบประมาณ 343 ล้านบาทตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ เพื่อช่วยเหลือเป็นค่าชดเชย ให้แรงงานที่เดินทางกลับจากประเทศลิเบียจำนวน 20,000 คน ตกรายละ 15,000 บาท ว่า แรงงานไทยที่มีสิทธิ์จะได้รับเงินช่วยเหลือนี้ ต้องเป็นแรงงานไทย ที่เป็นสมาชิกของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศเท่านั้น โดยได้กำชับไปที่สำนักงานจัดหางานจังหวัด ให้เร่งพิจารณาหลักฐานที่แรงงานไทยนำไปยื่นขอรับเงินจากกองทุนฯ พร้อมทั้งแจ้งกลับมายังคณะกรรมการกองทุนฯ ภายใน 3 วัน เพื่อพิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้จะจ่ายเงินชดเชยเป็นรูปแบบเงินสด เท่านั้น

 อย่างไรก็ตามมีความเป็นห่วงเรื่องที่มีข่าวออกมาว่าแรงงานจะได้เงินชดเชย 2 ส่วน คือจากกองทุนฯ 15,000 บาท และจากครม. 15,000 บาทนั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจากงบที่ครม.อนุมัติ 343 ล้านบาทนั้นเป็นการให้มาชดเชยเงินกองทุนฯที่ต้องนำไปจ่ายให้กับแรงงานรายละ 15,000 บาทเท่านั้น

 นายสุเมธ กล่าวอีกว่า กระทรวงแรงงานได้เตรียมตำแหน่งงานไว้รองรับแรงงานกลุ่มนี้ หากมีความประสงค์ที่จะทำงานในประเทศไทย รวมถึงตำแหน่งงานเดียวกันหรือใกล้เคียงในประเทศอื่นๆ โดยในวันที่ 13 มี.ค.นี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.แรงงาน มีกำหนดการเดินทางไปเยือนไต้หวัน ซึ่งคาดว่าจะมีการเจรจาเรื่องตำแหน่งงาน ตามที่อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายแรงงานในไต้หวันแจ้งว่า นายจ้างชาวไต้หวันมีความต้องการจ้างแรงงานไทยเป็นจำนวนมาก

 นายสุเมธ ยังฝากไปถึงญาติแรงงานไทยที่ยังตกค้างอยู่ในประเทศลิเบีย ว่า หากได้รับการติดต่อจากแรงงานไทยที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ ก็ขอให้แจ้งกับกรมการจัดหางาน เพื่อจะได้ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป โดยขอให้แจ้งเบอร์โทรศัพท์และพิกัดของแรงงานไทยกลุ่มนั้น มาที่โทรศัพท์สายด่วน โทร.1679 ในวันและเวลาราชการ นอกจากนี้ ยังสามารถติดต่อมาได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 085-481-0243 -5, 080-222-1983-4 และ 080-230-0697

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตัวเลขล่าสุดของแรงงานไทยที่เดินทางกลับมาจากลิเบีย ณ วันที่ 1 มี.ค. มีจำนวนทั้งสิ้น 1,139 คน แยกเป็นเดินทางกลับ 24 ก.พ. 33 คน,26 ก.พ. 1 คน,27 ก.พ. 505 คน,28 ก.พ. 274 คน และ 1 มี.ค. 326 คน

"ชวนนท์"เตรียมบินรับแรงงานไทยคืนนี้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นหัวหน้าคณะของเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศและเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงเดินทางไปยังประเทศตูนิเซีย ในคืนวันนี้  ด้วยสายการบินไทย TG 944  เวลา 00.01 น. โดยจะเดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปยังกรุงโรม ประเทศอิตาลีและจะต่อเครื่องเดินทางต่อไปยังประเทศตูนีเซีย ที่คาดว่าจะถึงในเวลา 11.40 น.ของวันที่ 2 มี.ค.นี้ ตามเวลาประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปครั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับแรงงานไทยล่องเรือออกจากลิเบียและแวะพักที่เมืองตูนิส เพื่อรอต่อเครื่องบินกลับประเทศไทย โดยจะทยอยถึงประเทศไทยในปลายอาทิตย์นี้

"กษิต"วอนIOMช่วยอพยพแรงงานไทย

  เมื่อเวลา 17.10 น. วันเดียวกัน ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์จากนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภายหลังจากการเดินทางประชุมระดับรัฐมนตรี ว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชน และการลดอาวุธ ประจำปี 2011   ซึ่งจัดขึ้นที่นครเจนีวา   โดยระหว่างการประชุมตนได้มีโอกาสพบหารือกับเครือข่ายสหประชาชาติ 2 องค์กรคือ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ ( ILO ) และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน ( IOM ) ทั้งนี้ไอแอลโอ ได้มีการออกถ้อยแถลงเรียกร้องให้รัฐบาลลิเบียปกป้องคุ้มครองความปลอดภัย และรักษาสิทธิของแรงงานชาวลิเบียและแรงงานต่างชาติ

 นายกษิต กล่าวต่อว่า ส่วนไอโอเอ็ม จะดำเนินงานเรื่องการอพยพเคลื่อนย้ายแรงงานและผู้ลี้ภัยต่างๆ   ซึ่งขณะนี้ลิเบียมีแรงงานรวมอยู่ประมาณ 1.5 ล้านคน   ซึ่งตนก็ได้ขอความร่วมมือในการจัดอพยพแรงงานไทยออกจากลิเบีย เนื่องจากไอโอเอ็ม มีสำนักงานตั้งอยู่ที่ชายแดนตูนิเซีย - ลิเบีย   และชายแดนอียิปต์ - ลิเบีย ทั้งนี้ตนได้ ขอความร่วมมือให้ไอโอเอ็ม ช่วยดูแลและจัดส่งแรงงานไทยออกจากลิเบียให้เดินทางกลับประเทศด้วยความเรียบร้อย รวมทั้งจะมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างสถานทูตไทยในประเทศต่างๆ กับไอโอเอ็ม และสถานทูตต่างๆ ที่มีแรงงานอยู่ในลิเบีย

 รมว.ต่างประเทศ กล่าวด้วยว่าอย่างไรก็ตามทางไอโอเอ็มก็ยังความต้องการความช่วยเหลือจากต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้ทยอยส่งเข้าไปแล้ว   ทั้งนี้การที่ฝ่ายไทยได้ขอให้ไอโอเอ็มให้ความดูแลช่วยเหลืออพยพแรงงานไทยออกจากลิเบีย   ไทยเองก็ได้แสดงความพร้อมในการส่งทีมแพทย์ทหารเข้าไปยังพื้นที่   รวมทั้งจะให้ความร่วมมือด้านอาหาร เช่น ส่งข้าว อาหารกระป๋อง อาหารสำเร็จรูป โดยไทยอาจจะส่งเงินบริจาคเงินและสิ่งของ โดยเราอาจจะส่งได้แม้กระทั่ง ไฟฉาย และเต้นท์ชั่วคราว เข้าไปช่วยเหลือ   โดยไอโอเอ็ม สำนักงานในกรุงเทพฯ ก็จะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศต่อไป   โดยจะทางไอโอเอ็มจะแจ้งรายการสิ่งของที่ต้องการให้ทราบอีกครั้ง นอกจากนี้ยังทราบว่าทางไอโอเอ็ม ร่วมกับสภากาชาดตูนีเซีย ในการตรวจสุขภาพขึ้นทะเบียนแรงงานในลิเบีย และอาจจะมีการเช่าเหมาลำสายการบินของไทย

 เมื่อถามถึงกรณีที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ จะเดินทางพร้อมคณะไปยังตูนีเซีย ในคืนวันนี้ ว่า เพื่อไปประสานงานกับข้าราชการและฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้กำลังใจในระดับการเมือง ทั้งยังเป็นการยืนยันให้เห็นว่ารัฐบาลเอาใจใส่ช่วยเหลือแรงงานไทยอย่างเต็มที่   อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานยังมีกำลังใจที่ดี และพร้อมให้ความช่วยเหลือคนไทยอย่างเต็มที่