
บัญชีดำห้างพันธุ์ทิพย์ขายสินค้าละเมิด
สหรัฐประจานเว็บไซต์-แหล่งช็อปปิ้งละเมิดลิขสิทธิ์ทั่วโลก-ห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่าติดโผด้วย เรียกร้องรัฐบาลเร่งปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์-ปลอมแปลงสินค้าให้มากขึ้น พร้อมเตรียมออกกฎหมายควบคุมและป้องกันเว็บไซต์ต่างประเทศที่จำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ดำเนินธุรกิ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอังคารที่ 1 มีนาคม ว่าสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ(ยูเอสทีอาร์) ได้ประกาศรายชื่อตลาดสินค้าปลอมแปลงและสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ชื่อดังทั่วโลกเป็นครั้งแรก ได้แก่เว็บไซต์และแหล่งช็อปปิ้ง 33 แห่ง จำนวนมากอยู่ในจีน และหนึ่งในนั้นคือ ไป่ตู เว็บไซต์สืบค้นชื่อดังของจีน ที่มีผู้เข้าดูมากที่สุดในประเทศจีน และเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมอันดับ 6 ของโลก
รายงานระบุว่า เว็บไซต์ "ไป่ตู" มีการเชื่อมต่อลิงก์ให้ผู้บริโภคเข้าไปยังเว็บไซต์อื่นๆ ที่เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าปลอมแปลงและละเมิดลิขสิทธิ์ นอกจากนี้ ยังมีเว็บไซต์ เถาเป่า ซึ่งเป็นเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของจีน, เว็บไซต์ ไพเรท เบย์ แหล่งดาวน์โหลดชื่อดังของสวีเดนสำหรับแลกเปลี่ยนไฟล์วิดีโอ เกม เพลง และภาพยนตร์ รวมถึงเว็บบิททอเรนต์ประเภทเดียวกันกับไพเรท เบย์ เช่น ไอโซฮันท์ในแคนาดา, รูแทรคเกอร์ในรัสเซีย และเดเมนอยด์ ในยูเครน
"รายงานตลาดชื่อกระฉ่อน" ที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐจัดทำเป็นครั้งแรก ยังระบุแหล่งช็อปปิ้งชื่อดังอีกหลายแห่งทั่วโลก ตั้งแต่ ละตินอเมริกา ไปจนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างเช่น ห้างสรรพสินค้าไห่หลง และตลาดไหม ที่กรุงปักกิ่ง, ห้างหยางผู่ อี้ไก ดิจิทัลสแควร์ ในนครเซี่ยงไฮ้ของจีน และห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ในกรุงเทพฯ ที่มีการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์อย่างเปิดเผย ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พร้อมติดตั้งให้ลูกค้า ไปจนถึงสินค้าอุตสาหกรรม ก็ติดอยู่ในรายชื่อดังกล่าวด้วย
รายงานยังระบุถึงเว็บไซต์สำหรับชมการถ่ายทอดสดกีฬาต่างประเทศ อย่าง ทีวีแอนท์ซ ของจีน และเว็บ 91 ดอทคอม สำหรับดาวโหลดแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟน
สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ ระบุว่า สินค้าปลอมแปลงและละเมิดลิขสิทธิ์เป็นผลให้ธุรกิจของสหรัฐต้องสูญเสียรายได้จำนวนหลายพันล้านดอลลาร์ อีกทั้งยังกระทบต่อความคิดสร้างสรรค์และการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ด้วย จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลที่รับผิดชอบ ทวีความพยายามปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์และปลอมแปลงสินค้าให้มากขึ้น
แม้ว่าการจัดทำรายงานดังกล่าวไม่ได้มาพร้อมกับมาตรการขู่ แต่ยูเอสทีอาร์ระบุว่า รายชื่อเหล่านี้ตกเป็นเป้าหมายในความพยายามบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์ และอาจถูกระบุชัดเจนเมื่อจัดทำรายงานเป็นรายประเทศ
ด้านสภาหอการค้าของสหรัฐ เรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายที่จะควบคุมและป้องกันไม่ให้เว็บไซต์ต่างประเทศที่จำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ สามารถดำเนินธุรกิจในสหรัฐได้



