ข่าว

'มิ่งขวัญ'นำทีมยื่นซักฟอกนายกฯ-9รมต.

'มิ่งขวัญ'นำทีมยื่นซักฟอกนายกฯ-9รมต.

01 มี.ค. 2554

"มิ่งขวัญ" นำทีมยื่นญัตติซักฟอกนายกฯ- 9 รมต. ตั้งข้อกล่าวหานายกฯ 7 ข้อ ชี้หาเล่นการเมืองจนบ้านเมืองเสียหาย ด้าน พท.ยันอภิปราย 4 วันเหมาะสม เตรียมส่งทีมเจรจารัฐบาล ยก กรณี ปชป.เคยอภิปราย 4 วัน 4 คืน แขวะแต่ไม่อภิปรายยันพระบิณฑบาต

(1มี.ค.) นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พร้อมด้วยส.ส.ของพรรค อาทิ นายวิทยา บูรณศิริ ส.ส.อยุธยา นายพีรพันธุ์ พาลุสุ ส.ส.ยโยธร น.อ.อนุดิษ นาครทรรพ ส.ส.กทม. ได้เตรียมยื่นหนังสือเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางในนายกรัฐมนตรี ต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร  โดยเมื่อนายชัย มาถึงได้เข้าทักทายและสวมกอดนายมิ่งขวัญ และกล่าวว่า “ผมเคยพูดแล้วว่าทำตัวดีๆ จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ไม่รู้ว่าท่านจำได้หรือไม่” นายมิ่งขวัญ ตอบกลับว่า “เวลาไหนถึงจะได้เป็นนายกฯ” นายชัยกล่าวว่า “เมื่อชาติต้องการ หากเลือกตั้งจะได้เสียงข้างมาก และผมเคยพูดกับ นายอภิสิทธิ์มาแล้วว่าให้ทำตัวดี ๆและก็ได้เป็นนายกฯ ซึ่งผมก็พูดกับนายมิ่งขวัญ สมัยที่เป็น รมว.พาณิชย์ เช่นนี้ แต่ตอนนั้น ถูก พ.ต.ท.ทักษิณ ไล่ออกจากตำแหน่ง วันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็กลับมาหนุน” ซึ่งส.ส.พรรคเพื่อไทยก็แซวว่าแล้วพรรคภูมิใจไทยจะสนับสนุนหรือไม่ นายชัย กล่าวหัวเราะเสียงดังลั่นว่า “ก็ไปด่าเขา และขับไล่จะมาได้อย่างไร”

 จากนั้นนายมิ่งขวัญได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจฯแก่นายชัย ด้านนายชัยกล่าวว่า ตามระเบียบแล้ว จะนำเรื่องดังกล่าวไปตรวจสอบภายใน 7 วัน และจะส่งญัตติดังกล่าวไปให้รัฐบาลภายใน 15 วัน เมื่อถามว่า จะอภิปรายได้ภายในวันที่ 8 - 9 มี.ค. นี้ได้หรือไม่ นายชัย กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ตรงนี้ต้องให้วิปทั้งสองฝ่ายตกลงกันเอง ซึ่งหากข้อมูลมีจำนวนมากคงต้องใช้ระยะเวลาหลายวันในการอภิปราย แต่หากข้อมูลจำนวนน้อยเวลาที่อภิปรายจะน้อยลงไปด้วย และเวลาอภิปรายก็ไม่ใช้คำพูด “ น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง  ขอให้ข้อมูลน่าฟัง ฟังให้มันเปี๊ยบๆ ไปเลย ” ส่วนจะอภิปรายวันไหนก็เป็นไปตามระเบียบแบบแผน อย่าใจร้อน เพราะมีบางคนแซวถ้าด่วนมากจะรีบไปตายหรือไง

 จากนั้นนายชัย ได้หารือกับนายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน  ว่าในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 3 มี.ค. จะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2554 (งบกลาง)วาระ 2 เบื้องต้นคาดว่า จะใช้เวลาถึง 2 วันเพราะมีผู้สงวนคำแปรญัตติไว้มากถึง 88 คน ดังนั้นช่วงกระทู้สดต้องของดไปก่อน เพื่อวาระร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะได้แล้วเสร็จ ด้านนายวิทยา กล่าวว่า “ แล้วแต่ท่าน ”

 นายชัย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีในฝั่งของพรรคภูมิใจไทยมีรายชื่ออภิปรายรวมอยู่ด้วย นายชัยกล่าวว่า ไม่มีอะไรต้องกังวล มั่นใจว่ารัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยตอบได้ทุกเรื่อง เพราะเขาทำมากับมือ เขาต้องตอบ อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่าคนที่ถามคงไม่รู้เรื่อง เพราะไปฟังคนอื่นเล่ามา ดังนั้นคนที่ทำ และรู้เรื่องต้องตอบได้ แต่หากตอบไม่ได้ก็ ประชาชนจะวินิจฉัยเองว่า รัฐมนตรีผู้นั้นเป็นอย่างไร ส่วนตัวมองว่าหากผู้นั้นตอบไมได้ จะมาเป็นรัฐมนตรีทำไม การอภิปรายครั้งนี้หากรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ถูกอภิปรายทุกคน ก็ไม่เห็นแปลก เชื่อว่าเขาตอบได้ไม่มีปัญหา เพราะเป็นเรื่องเดิมๆ ที่เคยพูดในสภามาแล้วทั้งนั้น

 ผู้สื่อข่าว ถามว่ากังวลหรือไม่ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจดังกล่าวจะทำให้รัฐบาลล้ม นายชัย กล่าวว่า จะล้มไปได้อย่างไร หากเขามัดกันแน่น การที่จะล้มได้เสียงต้องเกินกึ่งหนึ่ง แต่รัฐบาลขณะนี้มีมากกว่า

 เมื่อถามว่าการอภิปรายครั้งนี้ทางเพื่อไทยเขาระบุว่ามีใบเสร็จที่เอาความผิดได้ นายชัย กล่าวว่า ใบเสร็จก็คือเอกสาร เอกสารที่อนุมัติ รัฐมนตรีจะต้องตอบตามเอกสาร จะนอกเรื่องได้อย่างไร เอกสารทุกฉบับต้องผ่านการตรวจสอบ ไม่ใช่เอกสารปลอม เหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายบรรหาร ศิลปอาชา สมัยที่เป็นนายกฯ

 ผุ้สื่อข่าวถามต่อว่าภาพการอภิปรายที่ออกมาจะลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลหรือไม่ นายชัย กล่าวว่า หากเป็นภาพการอภิปราย ที่เนื้อหาสาระไม่ได้เรื่อง เขาก็แก้ตก

 เมื่อถามว่าวันท่ 8-9 มีนาคมนี้จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้หรือไม่ นายชัย กล่าวว่า นายอภิสิทธิ์ อยากให้เร็ว จะได้ยุบสภา แต่หากยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเข้ามา ก็ยุบสภาไม่ได้แล้ว จนกว่าจะมีการอภิปรายเสร็จ

 ขณะที่นายมิ่งขวัญ ให้สัมภาษณ์ว่า การยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ มี ส.ส. ร่วมลงชื่อทั้งหมด 122 คน แบ่งเป็นพรรคประชาราษฎร์ 3 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 1 คน คือ นายแวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.นราธิวาส นอกนั้นเป็นส.สพรรคเพื่อไทยทั้งหมด หลักการที่ต้องทั้งหมด 4 วันเพราะครั้งนี้เป็นการอภิปรายครั้งสุดท้าย เนื้อหาของการภิปรายเกี่ยวกับการทุจริต และใช้บรรทัดฐานเดิมสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านก็เคยยื่นอภิปราย 4 วัน และพรรคได้มอบหมายให้นายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม น.อ.อนุดิษฐ์ นครทรรพ ส.ส.กทม. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม ทำหน้าที่เจรจากับฝ่ายรัฐบาล เพื่อยืนยันเหตุผลที่ได้กล่าวมา แต่เรายืนยันว่าจะไม่อภิปรายข้ามวันข้ามคืน ตี 2 ตี 3 เพราะไม่มีประโยชน์ และเรื่องที่จะอภิปรายเกี่ยวกับการทุจริตที่มีเอกสารหลักฐาน ดังนั้นจึงไม่ควรอภิปรายถึง ตี 3 ตี 4 หรือที่มีการพูดกันว่าอภิปรายจนพระออกมาบิณฑบาตรนั้น ไม่มีประโยชน์ อย่างไรก็ตามจะนำเรื่องการทุจริตน้ำมันปาล์มมาอภิปรายด้วย

 ขณะที่นายวิทยา กล่าวว่า การกำหนดวันอภิปรายไม่ไว้วางใจฯทางวิปฝ่ายค้านนและรัฐบาลจะต้องหารือกัน ส่วนจะเป็นวันไหนก็ต้องรอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบเอกสารตามขั้นตอนกฎหมายก่อน ที่เรากำหนดไว้ 4 วันก็ดูตามเนื้อหาสาระ และคนอภิปรายด้วย ก็ต้องดูว่าแต่ละวันจะสามารถอภิปรายได้กี่คน วันหนึ่งอาจจะอภิปรายได้ 3 คน หรือ 2 คนก็ต้องประเมินกัน เพราะยื่นอภิปราย 10 คน แต่ไม่ใช่ยื่นอภิปราย 4-5 คนแล้วใช้เวลา 4 วันก็ไม่เหมาะสม

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับเนื้อหาในเอกสารญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯระบุว่า ด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาลได้บริหารราชการล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้รัฐมนตรีในรัฐบาล และบุคคลแวดล้อมกระทำการทุจริตคอร์รัปชั่นแสวงหาประโยชน์จากการบริหารแผ่นดินอย่างกว้างขวาง โดยพฤติกรรมการบริหารแผ่นดินของนายกฯคือ 1.ไม่ปฏิบัติตามแผนการบริหารราชการแผ่นดิน และแผนการตรากฎหมาย และนโยบายตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา กำหนดนโยบายบริหารประเทศโดยขาดองค์ความรู้ อ่อนด้อยประสบการณ์ ไร้หลักธรรมาภิบาล ประพฤติผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในลักษณะการละเว้นการปฏิบัติ โดยมีเจตนาพิเศษและเจตนาฉ้อฉล เพื่อเปิดช่องทางให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างกว้างขวางและรุนแรง ส่อไปในทางทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ด้วยการมีมติครม.ที่เอื้อประโยชน์ให้มีการทุจริตในหลายโครงการ ทำให้รัฐต้องเสียงบประมาณอย่างมหาศาล

 2.จงใจใช้อำนาจหน้าที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและกฎหมายไม่เคารพหลักประชาธิปไตยและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ใช้อำนาจละเมิดสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง ด้วยการสั่งการให้ทหาร พร้อมอาวุธสงครามเข่นฆ่าประชาชนจนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก บิดเบือนการใช้อำนาจ โดยไม่ให้มีการชันสูตรพลิกศพตามกฎหมาย ใช้สื่อของรัฐโฆษณาชวนเชื่อ เพื่อใส่ร้ายป้ายสีประชาชนว่าเป็นผู้ก่อการร้าย และบิดเบือนการใช้อำนาจเพื่อปกปิดความผิดของตนเอง

 3.ทำลายระบบราชการด้วยการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ โดยไม่ได้คำนึงถึงระบบคุณธรรม และความรู้ ความสามารถ ปล่อยให้มีแสวงหาประโยชน์จากการซื้อขายตำแหน่งข้าราชการ

 4. ไม่ควบคุมให้มีการรักษาวินัยการเงิน การคลัง เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยดำเนินนโยบายบริหารประเทศด้วยการก่อหนี้จำนวนมหาศาล โดยไม่ฟังเสียงทักท้วง

 5. ไร้ประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน ดำเนินนโยบายแปลกประหลาด เพื่อหวังแทรกแซงกลไกตลาด ปล่อยให้สินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นสูงขึ้นและขาดแคลน จนกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วประเทศ

 6. ดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ผิดพลาดล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แทรกแซงกิจการภายในของประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้มิตรกลายเป็นศัตรู กระทบต่อความสัมพันธ์และการค้าระหว่างประเทศอย่างรุนแรง ส่งเสริมสนับสนุนให้รมว.ต่างประเทศดำเนินนโยบายการต่างประเทศในลักษณะก้าวร้าวรุนแรง บ่มเพาะศัตรู และชักศึกเข้าบ้านอยู่ตลอดเวลา และ

 7. ล้มเหลวในการแก้ปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่สามารถปกป้องคุ้มครองชีวิตประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ แต่กลับเกิดเหตุรุนแรงและต่อเนื่อง

 สำหรับเนื้อหาของญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ระบุว่า ด้วยรัฐมนนตรีทั้ง 9 คน ได้แก่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.การคลัง นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม นายศุภชัย โพธิ์สุ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ได้บริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดินที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา และไม่เป็นไปตามแผนการบริหารราชการตามที่ได้กำหนดไว้ไร้ทิศทาง ไม่ดูแลให้มีการปฏิบัติและการบังคับใช้กฎหมาอย่างถูกต้องและเป็นธรรม ลุแก่อำนาจ มุ่งใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษเกินกว่าความจำเป็น เพื่อลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในทุกด้าน และซ้ำร้ายยังมุ่งหาประโยชน์โดยทุจริตจาการบริหารราชการแผ่นดิน ที่อ้างว่าเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการปราบปรามประชาชนที่มาชุมนุน ไม่ควบคุมให้มีการรักษาวินัยทางการเงิน การคลัง ทำให้เกิดการทุจริตและล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน นอกจากนี้ยังไม่กำกับให้มีการประกอบกิจการ ให้มีการแข่งขันอย่างเสรีอย่างเป็นธรรม แต่จงใจละเลยให้มีการจัดซื้อ จัดจ้างในลักษณะผูกขาด ตัดตอน กุกตันสินค้า เกิดผลกระทบต่อโครงสร้าง หรือโครงข่ายขั้นพื้นฐานของกิจการสาธารณูปโภคอันจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้ไปตามหลักนิติธรรม และหลักธรรมาภิบาลทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนในการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่รักษาผลประโยชน์ส่วนรวม แต่เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัว

 นอกจากนี้ยังล้มเหลวในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสาร หากประโยชน์จากองค์กรของรัฐ รัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องกับสื่อของรัฐ ไม่ยึดหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี มุ่งเน้นเล่นการเมืองเพื่อแบ่งผลประโยชน์ระหว่างกัน ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายอย่างยิ่งต่อประโยชน์ของประชาชน ซึ่งทั้ง 9 รัฐมนตรีที่พฤติการณ์ที่ส่อว่าทุจริตต่อหน้าที่ ที่ส่อว่าการะทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรธน.และกฎหมาย ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง