ข่าว

"ประยุทธ์”ฮึ่มหยุดโทษทหารยิงสื่อยุ่น

"ประยุทธ์”ฮึ่มหยุดโทษทหารยิงสื่อยุ่น

01 มี.ค. 2554

"ประยุทธ์”ฮึ่มหยุดโทษทหารยิงสื่อยุ่น โวยทีทหารตายยังไม่เคยร้อง ชี้ชาติพัง หากดึงการเมืองผสมการทหาร ซัดม็อบไม่เคยเรียนวิชาพลเมืองดี จวกรู้แต่สิทธิ แต่ไม่รู้จักหน้าที่ ยันแดงเริ่มใช้อาวุธกับทหารก่อน ลั่นทหารอดทน ส.ส.แดงโจมตีทหาร เหน็บหาก 60 ล้านคนเชื่อขี้ปา

(1มี.ค.) เวลา 10.30 น.ที่ท่าอาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางเยือนประเทศสิงคโปร์ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุว่า นักข่าวญี่ปุ่นเสียชีวิต เพราะถูกกระสุนของปืนชนิดอาก้าระหว่างเหตุการณ์การชุม นุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า เรื่องการพิสูจน์หลักฐาน ไม่ว่าจะเป็นกระสุนใดก็ตามไม่ใช่เรื่องทหารจะดีใจหรือเสียใจ เพราะเป็นการเสียชีวิตของคนๆหนึ่ง คนที่สูญเสีย คือ ครอบครัวของเขา พ่อแม่ลูกเมียเขา ไม่ว่าใครจะสูญเสียเป็นสิ่งที่น่าเสียใจ ขณะเดียวกันเป็นเรื่องการพิสูจน์หลักฐานต่อไป ประเด็นสำคัญ คือ ต้องหาว่า นักข่าวญี่ปุ่นเสียชีวิตจากฝีมือใคร หรือใครเป็นผู้กระทำ แต่อย่าลืมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีทหาร ตำรวจ เสียชีวิตด้วย แต่ไม่มีใครพูดถึง ซึ่งครอบครัวเขาเสียใจเหมือนกัน แต่ไม่เคยออกมาเรียกร้องว่าจะต้องได้คำตอบแบบนั้นแบบนี้ หรือใครเป็นผู้กระทำต่าง ๆ เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ สิ่งที่เกิดขึ้นทุกคนเสียใจหมดทั้ง 91 ศพ เสียใจกับครอบครัวทุกคน เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ดังนั้นใครทำให้เกิดขึ้นจะต้องไปแก้ไขและอย่าให้เหตุการณ์วันข้างหน้าเกิดขึ้นอีก

 เมื่อถามว่า หากผลสอบสวนสรุปว่า เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ พล.อ.ประยุท์ ย้อนถามว่า ตอนนี้พิสูจน์แล้วหรือยัง ชี้ชัดหรือยังว่า เป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่

 เมื่อถามย้ำว่า อาจเป็นไปได้ว่า เป็นการกระทำของทั้งสองฝ่าย พล.อ.ประยุท์ กล่าวว่า หากเป็นสองฝ่ายก็สองฝ่ายว่ากันมา ทั้งนี้หากเกิดการจราจลขึ้น และมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นผู้ใช้อาวุธ อยากถามว่า มีเจ้าหน้าที่ใช้อาวุธอย่างเดียวหรือไม่ หรือว่า ไม่มีใครเห็นเลย หรือเห็นแต่เจ้าหน้าที่ใช้ ทุกคนเห็นคาตาว่า ใครใช้อาวุธ และใครเป็นผู้เริ่มก่อน ตั้งแต่เข้ามายึดอาวุธเจ้าหน้าที่ทหาร ปิดล้อมตรวจค้นอาวุธทหาร การปิดรถการเคลื่อนย้ายของตำรวจ มีการนำอาวุธที่ยึดจากทหารขึ้นมาบนเวที ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้คืน สิ่งนี้ทำไมไม่ไปถามบ้างว่า สิ่งเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหน

 “ทำไมต้องถามเจ้าหน้าที่ว่า ไปยิงใครหรือไม่ ผมเป็นผู้บังคับบัญชาในกองทัพบกขณะนี้ ผมจะไปสั่งให้ลูกน้อง ไปฆ่าคน ไปยิงคนหรือเปล่า ผมไม่เคยอยากทำ เพราะคือประชาชน และทหารกับประชาชนต้องอยู่ด้วยกัน ผู้ใต้บังคับบัญชาผมก็เป็นทหารที่มาจากพ่อแม่พี่น้อง อาจจะเป็นคนบ้านเดียวกับผู้ที่เสียชีวิตด้วยซ้ำ วันนี้ผมไม่เห็นว่า เขาจะได้รับความเป็นธรรมทั้งทหาร ตำรวจที่เสียชีวิต ลูกเมียเขาไม่เคยมาร้องเรียนว่า ใครเป็นคนทำร้ายเขา ผมคิดว่า ต้องแยกให้ออก ระหว่างการเมืองกับข้อเท็จจริง และกระบวนการยุติธรรม อยากให้คนไทยวิเคราะห์และแยกแยะให้ออก ถ้าทุกคนเอาเรื่องการเมือง การทหาร และความมั่นคงมาพ่วงกันไปหมด มันก็จะล้มกันไปทั้งหมด และประเทศก็ล้มไปทั้งประเทศ อยากฝากทุกคนว่า การทำอะไรก็ตามให้นึกถึงประเทศชาติไว้ก่อนเป็นหลัก ไม่ว่า จะเอาแพ้หรือเอาชนะก็ตาม ต้องนึกว่า ประเทศชาติจะอยู่กันอย่างไร” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สังเกตดูดี ๆ วันนี้จะมีทุกกลุ่มออกมาว่า เรียกร้องตามระบอบประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญ อยากถามว่า รัฐธรรมนูญมีหมวดเดียวหรือที่เป็นสิทธิ มีหมวดที่เขียนคำว่า หน้าที่ประชาชนชาวไทยที่มีต่อประเทศ หน้าที่ต่อสังม ต่อครอบครัว ต่อสาธารณะหรือไม่ การชุมนุมมต้องไม่ไปปิดกั้น กีดขวาง หรือทำให้กิดความสับสนวุ่นวายต่อบ้านเมือง ตนไม่ได้ว่า ใคร แต่ทุกพวก คือ จะทำอะไรก็ตามอย่าทำให้คนส่วนใหญ่เดือดร้อน ประเทศไหนก็มีการประท้วงทุกประเทศ แต่ไม่เห็นว่า จะมีการยืดเยื้อ และเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าเหมือนบ้านเรา ใครผิดหรือถูกต้องต้องว่ากัน และหาทางว่า จะทำอย่างไรให้ยุติได้โดยเร็ว ทุกคนต้องการให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า หวังว่า จะมีรัฐบาลที่เข้มแข็ง มีเศรษฐกิจที่ดี และมีเสถียรภาพ แต่ทุกคนไม่ยอมกัน เอาจุดใดที่ได้เปรียบ หรือจุดใดที่เป็นช่องว่างของกฎหมายมาต่อสู้กัน แล้วอย่างนี้เมื่อไรมันถึงจะจบ ใครจะเป็นคนตัดสิน แล้วมาถามเจ้าหน้าที่ทหาร หรือถามคณะกรรมการกลาง คิดว่า มันไม่ถูก อำนาจของประเทศไทยมีอยู่ 3 อำนาจ คือ อำนาจบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ดังนั้นให้ไปใช้อำนาจช่องทางนั้น และสร้างความเข้าใจกับประชาชนโดยรวมว่า ต้องทำตัวอย่างไรที่จะทำให้ประเทศชาติไปข้างหน้าได้ วันนี้ทหารมีหน้าที่ดูแลประเทศชาติทั้งชายแดนเพื่อนบ้าน พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ขณะนี้มีปัญหาพอสมควร รวมถึงสถานการณ์ในประเทศที่มีความเดือดร้อนของประชาชนที่ทหารจะต้องเป็นผู้ช่วยเหลือ แต่ขณะเดียวกันทหารต้องเป็นจำเลยในเรื่องการชุมนุม อย่างนี้ใครจะทำ อยากถามว่า สังคมใครจะเป็นคนดูแล หรือใครจะเป็นคนรับผิดชอบ ดังนั้นขอฝากความเป็นธรรมกับทหารที่เสียชีวิตด้วย หากพูดถึงเรื่องเสียชีวิต

 “ผมอยากให้ย้อนกลับไปดูว่า ลืมหรือยัง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่า จะเป็นการบุกโรงพยาบาลจุฬา การเผาสถานที่ราชการ ปิดกั้นจราจร การลอบยิงทำร้าย ทหาร ตำรวจพวกนี้หายไปไหน ทำไมมามองด้านเดียวว่า มีคนนั้นคนนี้ตายจากปืนอาก้า และเอ็ม 16 ผมไม่ได้ว่า อะไร จะสอบสวนก็สอบกันไป แต่กรุณาให้ความสำคัญแก่ทุกๆประเด็น และอย่าเอาประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ไม่อย่างนั้นประเทศเสียหาย คนทำงานหมดกำลังใจ ถ้ากล่าวหาเจ้าหน้าที่อย่างเดียว เจ้าหน้าที่จะเสียกำลัใจ เจ้าหน้าที่ตั้งใจทำงานทั้งศอฉ.และศอ.รส.ไม่ได้หลับนอน นั่งคิด นั่งเขียนว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนเกิดความปลอดภัย ทำอย่างไรไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย ซึ่งมีคำสั่งทุกคำสั่ง และเขียนคำแนะนำใส่กระเป๋าทหารทุกคนไป ว่าทำอะไรได้ หรือไม่ได้ ต้องขอความเห็นใจ บางครั้งทหารไม่ได้เข้าไปปฏิบัติกับผู้ประท้วงโดยตรง แต่ส่วนใหญ่ผู้ชุมนุมเข้ามาปฏิบัติกับทหารทุกครั้ง เราจำเป็นต้องปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล เพื่อป้องกันการปิดล้อมสถานที่ไม่เกิดเหตุบานปลาย”ผบ.ทบ.กล่าว

 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากใช้คำว่า มีประชาชนกลุ่มหนึ่งที่ถูกปลุกปั่นขึ้นมาด้วยวิธีการใดก็แล้วแต่จนทำให้เกิดความสูญเสีย ตนบอกว่า ให้เจ้าหน้าที่ทำงาน อย่าไปขวางเขา เพราะเขาต้องทำงานตามหน้าที่ ทหารเป็นเจ้าหน้าที่ ข้อสำคัญเขามีอาวุธ และเครื่องมือ อยู่ดีๆจะบังคับให้ทหารวางอาวุธเป็นไปไม่ได้ เพราะทหารต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ขั้นตอนนมาตลอด ตั้งแต่การทำหน้าที่เป็นศอ.รส. จนมาเป็นศอฉ. แต่สถานการณ์ยังเป็นเหมือนเดิม คนไทยส่วนใหญ่ยังมองถึงเรื่องสิทธิ แต่ไม่รู้จักว่า หน้าที่ตัวเองคืออะไร สมัยนี้คงไม่ได้เรียนวิชาหน้าที่พลเมืองดี วิชาเบญจศีล เบญจธรรรม และศีลธรรม ไม่ได้เรียนเหมือนสมัยตน ที่ตนรู้ว่า อะไรดี อะไรชั่ว อะไรควรหรือไม่ควร หน้าที่พลเมืองสอนว่า ท่านต้องมีหน้าที่ต่อสังคมบ้านเมือง มีหน้าที่ตามกฎหมายอย่างไร ไม่เอาแต่สิทธิว่า ทำอะไรได้บ้าง อย่างนี้ประเทศอยู่ไม่ได้ ทั่วโลกไม่เป็นอย่างนี้ มีประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลก

 เมื่อถามว่า ทหารจะอดทนไหวหรือไม่ หากนำเรื่องนี้ไปอภิปรายในสภา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทหารอดทนอยู่ หากเขานำไปพูดในสภาก็พูดไป ในสภาเขามีเอกสิทธิ์อยู่ ให้เขาพูดไป และหากสังคมส่วนใหญ่ 60 กว่าล้านฟังแล้วเชื่อเขาทั้งหมดตามนั้น ตนก็เห็นใจประเทศไทย คนที่ออกมาพูดทุกวัน ท่านก็รู้ว่า เป็นใคร เขาพูดกลับไป กลับมา พูดวันนี้อย่าง วันหน้าอีกอย่าง และถ้าคน 60 กว่าล้านเชื่อไอ้คนๆนี้พูด ตนว่าลาออกจากกการเป็นคนไทยดีกว่า ให้มันอยู่คนเดียวในโลก ในประเทศไทย

 เมื่อถามถึงการผลักดันพ.ร.บ.การชุมนุม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องเห็นใจตำรวจ เนื่อวจากเขาต้องการพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวที่เสนอมาหลายปีแล้ว และที่ผ่านมามีการแก้ไขมาตามลำดับ การแก้ไขเพื่อไม่ต้องการให้รบกวรสิทธิประชาชนโดยรวม เจ้าหน้าที่เห็นใจว่า การบริหารราชการในระบอบประชาธิปไตยจะต้องมีการแสดงสิทธิของประชาชน หรือการเดินประท้วงอะไรได้ แต่ต้องอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด ถ้าทำแล้วไม่อยู่ในกรอบที่กฎกหมายกำหนด เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการไม่มีประเทศไหนปล่อยให้เสรีแบบนี้