
สาวพริตตี้ร้องป.ดำเนินคดีบ.โฆษณา
สาวพริตตี้โร่แจ้งกองปราบดำเนินคดีบริษัทโฆษณาสินค้าเบี้ยวค่าจ้าง เผย มีสาวพริตตี้อีกจำนวนมากตกเป็นเหยื่อ
(1มี.ค.) ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เวลา 10.30 น.น.ส.วราภรณ์ สุทธาวาส อายุ 24 ปี น.ส.สไบทิพย์ มะคุ้มใจ อายุ 26 ปี ผู้ประชาสัมพันธ์สินค้าหรือพริตตี้ และน.ส.พิมพ์พญา นันตาวัง อายุ 23 ปี เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ไกรทอง โพธิ์ตาด พนักงานสอบสวน (สบ1) กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีบริษัท ซีรีบรั่ม จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 55/893 หมู่บ้านสราญรมย์ 2 ซอย 5 ถนนสุขาภิบาล 1 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.เป็นบริษัทรับงานโฆษณาสินค้า ออกแบบบูธแสดงสินค้า งานอีเว้นท์และออแกไนเซอร์ หลังทำงานให้แต่บริษัทไม่ยอมจ่ายเงินค่าจ้าง เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2553
น.ส.วราภรณ์ กล่าวว่า ได้รับการชักชวนจากเพื่อนที่เคยทำงานกับบริษัทแห่งนี้ให้มาทำงานในตำแหน่งประชาสัมพันธ์ โดยมีการตกลงค่าจ้างวันละ 800-1,000 บาท ตามแต่หน้าที่ซึ่งได้รับในแต่ละงาน เริ่มงานมาตั้งแต่เดือนกันยายน - พฤศจิกายน 2553 โดยออกงานตามห้างสรรพสินค้าและโรงเรียนต่าง ๆ เมื่อทำงานเสร็จแล้วจะมีการวางบิลทุกวันที่ 11 ของเดือน จะได้รับเงินหลังจากนั้นอีก 45 วัน ที่ผ่านมา เคยได้รับเงินแค่ครั้งเดียวเป็นเงิน 4,000 บาท ที่เหลืออีกจำนวน 33,000 บาท ยังไม่ได้รับแต่อย่างใด
“การทำงานแต่ละครั้งจะติดต่อกับคุณบิ๊ก ไม่ทราบชื่อจริง จะเข้ามาพูดจาดีและชักชวนให้ทำงานในแต่ละครั้ง แม้ว่าระยะหลังที่ทำงานไปแล้วยังไม่ได้เงินก็จะถูกกล่าวอ้างว่าหากทำงานในครั้งนั้น ๆ แล้วจะได้เงินแน่นอน ทำให้ยินยอมทำงานให้ทุกครั้ง และเมื่อพยายามทวงถามเงินจากคนที่ชื่อบิ๊กก็จะอ้างถึงคนมีสีว่ามีหุ้นส่วน ถ้าจะฟ้องร้องคนที่ชื่อบิ๊กจะไม่ถูกฟ้องร้อง แต่บริษัทดังกล่าวที่จะถูกฟ้อง และหากศาลตัดสินให้ชดใช้ บริษัทก็คงมีกำลังที่จะผ่อนจ่ายได้เพียงเดือนละ 200 บาท กว่าจะครบจำนวนเงินที่ว่าจ้างคงอีกนาน ถึงตอนนี้จึงไม่หวังว่าจะได้เงินค่าจ้างที่บริษัทติดค้างอีกแล้ว แต่ไม่อยากให้เพื่อนร่วมอาชีพหลงเชื่อและได้รับความเสียหายเพิ่มเติมจากบริษัทนี้อีก” น.ส.วราภรณ์ กล่าว
ด้าน น.ส.สไบทิพย์ กล่าวว่า ได้ทิ้งประวัติส่วนตัวไว้ที่บริษัทดังกล่าวตั้งแต่ปี 2552 ก่อนหน้านี้มีปัญหาเรื่องเงินค่าจ้าง กระทั่งเมื่อปี 2553 ได้แจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทนี้ในความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค เป็นจำนวน 40,000 บาท เมื่อมีการเจรจาไกล่เกลี่ยคดีแล้ว ทางบริษัทยินยอมจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวให้ แต่เมื่อปี 2553 ก็มาพบปัญหาเดิมเกิดขึ้นอีก โดยครั้งนี้มียอดเงินติดค้างอยู่ 30,000 บาท แต่บริษัทไม่ยอมจ่าย บางครั้งอ้างว่าบริษัทลูกค้าไม่จ่ายเงินแต่เมื่อตรวจสอบบริษัทลูกค้าเขายืนยันว่าจ่ายเงินมาแล้ว
น.ส.สไบทิพย์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้มีกลุ่มเพื่อน ๆ ที่รับงานอิสระแบบเดียวกับตนอีกหลายคนที่ได้รับความเสียหายซึ่งก็มีทั้งที่แจ้งความกับตำรวจท้องที่ต่าง ๆ รวมทั้งร้องเรียนไปยังกระทรวงแรงงานฯแต่ก็มีบางส่วนไม่ได้แจ้งความ ส่วนครั้งนี้พวกตนกับเพื่อนรวม 8 คน ยืนยันจะดำเนินคดี โดยผู้ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดคือผู้ที่ให้เช่ารถสำหรับขนส่งของที่บริษัทติดค้างเงินจำนวนกว่า 1 แสนบาท และมีเพื่อนร่วมงานอีกหลายคนที่ประสงค์อยากจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีเช่นกันแต่ยังติดงานอยู่ต่างจังหวัด ตนคิดว่ามูลค่าความเสียหายทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
เบื้องต้น ร.ต.อ.ไกรทอง ได้รับเรื่องและสอบปากคำผู้เสียหายไว้เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดในข้อหาฉ้อโกง หรือฉ้อโกงแรงงาน ตาม พ.ร.บ.แรงงาน



