
สั่งอายัดทรัพย์'กัดดาฟี่'9แสนล้านบ.
ผู้นำสหรัฐ สั่งอายัดทรัพย์ผู้นำลิเบีย มูลค่า 9 แสนล้านบาท ด้านอังกฤษหนุนแผนการกำหนดเขตห้ามบินทางทหารเหนือน่านฟ้าลิเบีย พร้อมยกเลิกวีซ่าตระกูล"กัดดาฟี่"และพวกพ้อง
(1มี.ค.) เว็บไซท์หนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดี้ยน รายงานว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ของสหรัฐ สั่งให้กระทรวงการคลัง อายัดทรัพย์มูลค่า 3 หมื่นล้านดอลล่าร์ หรือราว 9 แสนล้านบาท ของพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี่ ผู้นำลิเบีย รวมถึงคนใกล้ชิดของเขา ซึ่งเป็นช่วงที่บรรดาผู้นำโลกกำลังเคลื่อนไหวเพื่อโดดเดี่ยวผู้นำลิเบีย ฐานใช้ความรุนแรงกวาดล้างผู้ประท้วง
การเตรียมอายัดทรัพย์ ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ และนับเป็นมูลค่ามหาศาลที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในสหรัฐ โดยเชื่อว่า รัฐบาลลิเบียและบรรดาผู้นำจะมีเงินฝากอยู่ในบัญชีธนาคารต่างประเทศ คนละหลายพันล้านดอลล่าร์ โดยเป็นเงินที่ยักยอกมาจากการขายน้ำมัน
นายเดวิด โคเฮน รักษาการณ์รัฐมนตรีช่วยคลัง ฝ่ายกิจการข่าวกรองการเงินและการก่อการร้าย กล่าวว่า ตอนนี้ ทรัพย์สินของรัฐบาลลิเบีย มูลค่าอย่างน้อย 3 หมื่นล้านดอลล่าร์ ถูกอายัดภายใต้ระบบยุติธรรมสหรัฐ แต่เขาไม่มีรายเอียดบัญชีทรัพย์สิน หรือ ธนาคารที่ต้องดำเนินการอายัดทรัพย์ตามคำสั่งของประธานาธิบดีโอบาม่า
นายโคเฮน กล่าวว่า มีกองทุนที่เป็นของธนาคารชาติลิเบีย และสำนักงานการลงทุนของลิเบียหรือ LIA ได้ครอบครองเงินจำนวนมหาศาล ที่ถูกเอาไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะมีการใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อเนื่องกันไป แต่ตอนนี้ กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีการเพิ่มเติมรายชื่อบุคคลเข้าไปอีกหรือไม่
จากเอกสารลับทางการทูตของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ที่เว็บไซท์วิกิลี้ค นำมาเผยแพร่เมื่อปี 2554 ระบุว่า พันเอกกัดดาฟี่ ครอบครอง LIA ที่มีวงเงินมูลค่า 32,000 ล้านดอลล่าร์จากทั้งหมด 70,000 ล้านดอลล่าร์ และบัญชีในธนาคารอีกหลายแห่งในสหรัฐ โดยแต่ละแห่งมีวงเงินระหว่าง 300 - 500 ล้านดอลล่าร์ นอกจากนี้ ยังเชื่อว่า LIA ได้ไปลงทุนไว้ตามธนาคารในยุโรป เช่น ยูนิเครดิต ของอิตาลี และกลุ่มธุรกิจสื่อสารมวลชน เพียร์สัน ที่เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ ไฟแนนเชียล ไทม์ส และเพนกวิน บุ๊คส์
LIA ยังได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งในแหล่งเก็บกักเงินทุนจากต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของลิเบีย และเมื่อสิ้นปี 2553 ได้มีการประเมินว่า ลิเบียมีทรัพย์สินทั่วโลกเป็นมูลค่า 152,000 ล้านดอลล่าร์ ซึ่งกระทรวงการคลังสหรัฐ ได้เตือนไปยังบรรดาธนาคารว่า ให้จับตาการโอนเงินที่เกี่ยวข้องกับผู้นำการเมืองของลิเบีย แต่ยังไม่มีหลักฐานว่า มีการถอนเงินสดออกไปก่อนที่ประธานาธิบดีโอบาม่าจะสั่งอายัดทรัพย์แต่อย่างใด
นายโคเฮน ยังบอกด้วยว่า สหรัฐเชื่อว่า ยังมีทรัพย์สินของรัฐบาลลิเบียในยุโรป และอยู่ภายใต้การควบคุมของพันเอกกัดดาฟี่ และลูก ๆ ของเขา ซึ่งอังกฤษ สหภาพยุโรป หรือ อียู และสหประชาชาติ ต่างอายัดทรัพย์พันเอกกัดดาฟี่และพรรคพวก ในช่วงที่ประชาคมนานาชาติเคลื่อนไหวกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อวันอาทิตย์ อังกฤษได้อายัดทรัพย์พันเอกกัดดฟี่ กับลูกสาวและลูกชาย 4 คน รวมทั้งคฤหาสน์มูลค่า 10 ล้านปอนด์ ในแฮมสตีด ของนายซาอิฟ อัล อิสลาม กัดดาฟี่ ลูกชายคนที่ 2 ด้วย
เว็บไซท์หนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน ของอังกฤษ รายงานว่า อังกฤษกำลังอยู่ระหว่างการทำงานตามแผนการกำหนดเขตห้ามบินทางทหารเหนือน่านฟ้าลิเบีย และกำลังพิจารณาว่า จะติดอาวุธให้กับกองกำลังฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทางตะวันออกของประเทศหรือไม่ โดยนายกรัฐมนตรี เดวิด คาเมรอน แถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า สหราชอาณาจักรกำลังใช้มาตรการโดดเดี่ยวระบอบกัดดาฟี่ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งแอฟริกาเหนือ และตะวันออกกลาง เป็นศูนย์กลางของวิกฤติการณ์ ที่กำลังลุกลามไปทั่วภูมิภาค ที่ความหวังและความปรารถนาที่ถูกกดเอาไว้มานานหลายทศวรรษ ได้ถูกปลุกเร้าขึ้นมา
ผู้นำอังกฤษ ยังกล่าวด้วยว่า เขาได้ขอให้กระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก ทำงานร่วมกับบรรดาพันธมิตรทางทหารของสหราชอาณาจักร เกี่ยวกับแผนการกำหนดเขตห้ามบินทางทหารในลิเบีย และรัฐบาลอังกฤษอาจพิจารณาติดอาวุธให้กับฝ่ายต่อต้านรัฐบาล หลังมีการใช้ความรุนแรงเข้ากวาดล้างผู้ประท้วง
นางแคทเธอรีน แอชตัน หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป หรือ อียู แถลงต่อผู้สื่อข่าวว่า กำลังมีหารือเรื่องกำหนดเขตห้ามบิน ขณะที่นายฟรังโก ฟรัตตินี่ รัฐมนตรีต่างประเทศของอิตาลี ระบุว่า คณะรัฐมนตรีของยุโรป ได้ยกประเด็นเรื่องกำหนดเขตห้ามบินขึ้นมาหารือกับนางฮิลลารี่ คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ
เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐหลายคน กำลังวิตกว่า การลงมติว่าด้วยการกำหนดเขตห้ามบินเหนือน่านฟ้าลิเบีย ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ อาจจะไม่ได้ผ่านไปได้ง่าย ๆเพราะอาจถูกขวางจากจีนและรัสเซีย
นายกรัฐมนตรีคาเมรอน ได้ยืนยันว่า อังกฤษสนับสนุนการใช้มาตรการคว่ำบาตรที่ได้รับความเห็นชอบจากชาติสมาชิกอียู ที่รวมถึงการคว่ำบาตรการค้าอาวุธ อายัดทรัพย์และยกเลิกวีซ่าครอบครัวกัดดาฟี่ และคนใกล้ชิด เขายังประกาศว่าจะใช้ทุกวิถีทาง ในการเพิ่มแรงกดดันให้กับระบอบกัดดาฟี่ เพราะไม่อาจอดทนต่อการใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามประชาชนได้อีกต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีการเพิกถอนเอกสิทธิ์คุ้มครองทางการทูตของผู้นำลิเบียและสมาชิกในครอบครัวที่เคยเดินทางเข้าสหราชอาณาจักรได้อย่างเสรี และยังระงับวีซ่าสำหรับบรรดาคนใกล้ชิดกับรัฐบาลลิเบียอีกด้วย
ผู้นำอังกฤษ ยังยอมรับด้วยว่า ได้รับบทเรียนเกี่บวกับการใช้เครื่องบินเช่าเหมาลำ และทรัพย์สินทางทหารในอนาคต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศโลกอาหรับ ทำให้มองเห็นโอกาสที่จะต้องทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษกับภูมิภาคแห่งนี้ เขายังได้ยกย่องกองทัพ ที่ช่วยเหลือชาวอังกฤษราว 600 คน ที่ติดอยู่ในลิเบีย และเหลือไม่ถึง 150 คน แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ต้องการเดินทางออกจากลิเบีย เขายังบอกด้วยว่า เครื่องบินลำเลียง ซี - 130 เฮอร์คิวลิส ของกองทัพอากาศที่เข้าช่วยอพยพคนงานที่ฐานขุดน้ำมันในทะเลทรายของลิเบีย ได้รับความเสียหายเล็กน้อย หลังจากถูกโจมตีด้วยอาวุธขนาดเล็ก



