
อุ้มไม่อุ้ม บุญ (เด็ก) มาเกิด
เป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตและเป็นข่าวขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หัวสี เมื่อตำรวจสากลร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บุกไปจับแก๊งชาวจีนไต้หวัน ที่เปิดบริษัทรับจ้างตั้งครรภ์ทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต ก่อนลวงหญิงชาวเวียดนามมาก
ข่าวเรื่องนี้การกระแสสังคมที่หลายต่อหลายคนต่างออกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความถูกต้อง ซึ่งผู้คนในแวดวงสังคมก็ร่วมให้ความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว โดยเริ่มที่ เมกอัพอาร์ติสต์คนดัง "เป็ด" อภิชาติ นรเศรษฐาภรณ์ บอกว่า เรื่องนี้มันอยู่ที่ข้อตกลงกันตั้งแต่เริ่มต้นว่าตกลงกันอย่างไร เมื่อทุกคนรับรู้ในข้อตกลงก็ไม่น่าที่จะเป็นเรื่องผิด เพราะการอุ้มบุญก็ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่ถ้าเป็นการค้านั่นเป็นอีกเรื่อง เพราะถือว่าเป็นการทำผิด
"ส่วนตัวมองว่าในตอนนี้สังคมมันเกิดยาก เพราะคนทำชั่วกันเยอะ เด็กดีๆ เด็กมีบุญก็มาเกิดไม่ได้ แล้วเราก็จะได้ยินเสมอว่าครอบครัวที่พร้อมจะมีลูกยากมาก ตรงกันข้ามกับเด็กที่โดนข่มขื่นหรือเด็กที่ยังไม่พร้อมก็จะมีลูกได้ง่ายๆ ดังนั้นในยุคสมัยนี้การมีลูกสักคนมันจึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ การอุ้มบุญจึงเกิดขึ้น แต่ถ้าถามส่วนตัวว่าอยากมีลูกหรือเปล่า ตอบได้ทันที่ว่าไม่เพราะเราเองยังไม่มีความพร้อมที่จะเป็นพ่อเลย แล้วจะให้ลูกเกิดมาแล้วเกิดปัญหาทำไม การทำความดี การสร้างสังคมให้น่าอยู่มีหลากหลายวิธีที่สามารถทำได้ ซึ่งก็แล้วแต่มุมมองด้วย" เมกอัพชื่อดัง ให้ความเห็น
นักธุรกิจสาว "จิ๊บ" อชิรญา อิงคตานุวัฒน์ วรวงศ์วสุ ที่แม้จะแต่งงานมาพักใหญ่แล้ว แต่ด้วยภาระหน้าที่การงานอันแสนยุ่ง จึงทำให้เธอยังไม่วางแผนมีเจ้าตัวน้อยออกมาวิ่งเล่นให้ทุกคนได้ชื่นใจ เมื่อถูกถามถึงกรณีของการอุ้มบุญที่กำลังเป็นข่าวครึกโครมเธอกล่าวว่า ส่วนตัวแล้วไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้มาก่อนและไม่คิดที่จะทำด้วย เพราะถ้าหากไม่มีลูกไม่ว่าจะด้วยกรณีใดๆ ก็สามารถที่จะใช้ชีวิตคู่แบบมีความสุขได้
"การอุ้มบุญอาจจะไม่ใช่วิธีตั้งครรภ์แบบธรรมชาติ แต่ถ้าถามว่ามองในแง่ของคนที่อยากมีลูกมากๆ คือ ถ้ามีลูกแล้วชีวิตเขาจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี แล้วเขามีโอกาสที่จะทำ ทำแล้วไม่ผิดกฎหมาย และมีเงินทองมากพอที่จะทำแบบนั้นคงไม่ผิดอะไร เพราะเขาไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ที่สำคัญกรณีอุ้มบุญนี้ทุกฝ่ายต้องยินยอม หมายถึงว่าต้องไม่มีการบังคับให้ทำ ทำแล้วเขามีความสุขเด็กออกมาแล้วดูแลให้ความรักเลี้ยงดูอย่างดีไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมากกว่า ถามว่าจิ๊บจะแนะนำใครให้ทำแบบนี้หรือเปล่า ต้องบอกเลยว่าจิ๊บไม่เคยคิดถึงกรณีนี้มาก่อนเลย ดังนั้นคงไม่คิดที่จะให้คำแนะนำแบบนี้กับคนอื่นแน่ๆ เพราะส่วนตัวคิดอยู่ตลอดว่าถ้ามีลูกไม่ได้ก็ไม่เป็นไรถึงยังไงก็ใช้ชีวติคู่สองคนได้อยู่แล้ว" จิ๊บ ยืนยัน
ส่วนผู้บริหารหนุ่มโบนันซ่าเขาใหญ่ "กรานต์" สงกรานต์ เตชะณรงค์ เผยว่า ทุกคนที่แต่งงานกันก็หวังที่จะมีลูกด้วยกันทั้งนั้น หากคู่ชีวิตไม่สามารถมีบุตรได้ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆ ตั้งแต่สภาพร่างกายไม่แข็งแรง กรรมพันธุ์ การอุ้มบุญที่มาจากความยินยอมของทุกฝ่าย คงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้ชีวิตคู่ของพวกเขาสมบูรณ์ยิ่งขึ้น แต่เรื่องนี้ต้องคำนึงถึงหลักของศาสนาด้วยว่าถูกต้องและเหมาะสมหรือไม่ และที่สำคัญการอุ้มบุญควรจะมาจากคนในครอบครัวมากกว่า เพราะถึงอย่างไรญาติพี่น้องยังมีความคุ้นเคย อีกทั้งในเรื่องของโครโมโซมหรือยีนในร่างกายของผู้อุ้มบุญ ยังใกล้เคียงกับผู้ฝากให้อุ้มบุญด้วย
ปิดท้ายด้วยสาวรุ่นใหญ่อย่าง "ต้อย" วันเพ็ญ เจิมประไพ ที่ยืนยันเลยว่าไม่เห็นด้วยกับการอุ้มบุญแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นคนในเครือญาติหรือไม่ใช่ก็ตาม เนื่องจากการอุ้มบุญเด็กที่อยู่ในครรภ์จะต้องได้รับน้ำเลือด น้ำเชื้อ รวมทั้งฮอร์โมนของผู้ตั้งครรภ์มาด้วยอยู่แล้ว เพราะเด็กที่อยู่ในครรภ์ต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยสายสะดือ ดังนั้นในตัวเด็กจะมีฮอร์โมนของ 3 ชีวิตรวมกันอยู่
"อย่าลืมว่าเลือดย่อมข้นกว่าน้ำสิ่งนี้สำคัญมาก นิสัยต่างๆ จะแฝงอยู่ในเลือดด้วย เวลาเด็กดื้อต้องตีพอจะตีจะต้องคิดแล้วว่า นี่ไม่ใช่ลูกเราความผูกพันก็หายไป ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการอุ้มบุญไม่ว่าจะกรณีใดๆ ทั้งสิ้น เด็กคนหนึ่งเกิดมาเลี้ยงยากนะ ถ้ามีลูกไม่ได้อย่ามีเลยดีกว่า ไม่จำเป็นต้องไปขอลูกใครมาเลี้ยง เลี้ยงน้องหมาแทนยังดีกว่าน่ารักกว่าตั้งเยอะ พอดีมีเพื่อนคนหนึ่งขอเด็กกำพร้าจากโรงพยาบาลมาเลี้ยง เลี้ยงมาเขาก็รักมาก สุดท้ายโตขึ้นมาเด็กติดยาต้องไปเข้าสถานบำบัด ตอนนี้น้ำตาตกช้ำใจอย่างหนักไม่สบายไปเลย เข้าใจว่าพอเราแต่งงานเห็นคนอื่นมีลูกก็อยากจะมีบ้าง แต่สมัยนี้คนมีลูกยากขึ้น เพราะชอบทานยาคุมซึ่งยาคุมเป็นตัวหยุดฮอร์โมนพออยากจะมีก็มีได้สักที แต่คนสมัยก่อนไม่มียาคุมทานแล้วไม่ได้อยู่ด้วยกันก่อนแต่ง พอแต่งงานจึงมีลูกกันได้ไม่ยาก ที่สำคัญก่อนจะมีลูกต้องคิดด้วยว่าเรามีกำลังพอที่จะส่งเขาร่ำเรียนหรือเปล่า เพราะเด็กทุกคนต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ใช่คิดว่าออกมาแล้วจะให้เรียนฟรีตามที่รัฐบาลเขาเสนอให้อย่างเดียว" ต้อย กล่าวปิดท้าย



