ข่าว

เชื่อมั่นมี.ค.ต่ำสุดรอบ 7 ปีศก.ส่อซบยาว

เชื่อมั่นมี.ค.ต่ำสุดรอบ 7 ปีศก.ส่อซบยาว

10 เม.ย. 2552

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคทรุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 เผยมีนาคมลดต่ำสุดในรอบ 7 ปี กังวลเศรษฐกิจแย่ ภาวะว่างงานสูงขึ้น ขณะที่การเมืองวุ่นวายอีก ระบุยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวไปถึงไตรมาส 3

นายวชิร คูณทวีเทพ อาจารย์ประจำศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากประชาชนจำนวน 2,242 คน ว่า ดัชนีเดือนมีนาคมปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 72.8 จากที่เดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 74.0 เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 86 เดือน นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2545 หรือต่ำสุดในรอบ 7 ปี ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ปรับตัวลดลงจากระดับ 64.2 ในเดือนกุมภาพันธ์ อยู่ที่ 62.9 ในเดือนมีนาคม ต่ำสุดในรอบ 81 เดือนนับจากเดือนกรกฎาคม 2545 เนื่องจากผู้บริโภคยังเห็นว่า สถานการณ์เศรษฐกิจ โอกาสการหางานทำยังแย่ลงต่อเนื่อง ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในขาลง เพราะการขาดเสถียรภาพการเมืองมากขึ้น ภาวะการว่างงานยังมีมากขึ้น

 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะมีการแจกเช็คช่วยชาติ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาให้ประชาชนรับรู้ แต่เมื่อเทียบกับข่าวร้ายต่างๆ  ได้แก่ ปัญหาการเมือง การว่างงานและราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง และเป็นการลดลงมากเฉลี่ยทุกรายการ 1.2 จุด ส่งสัญญาณเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อประชาชนลดลง ยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวไปจนถึงไตรมาส 3

 "รัฐบาลควรดูแลเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายภาครัฐ ผ่านการเบิกจ่ายงบประมาณต่อเนื่อง การลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่มีการจ้างงาน  ช่วงไตรมาส 2 และ 3 นี้ เพื่อพยุงเศรษฐกิจในระหว่างที่รอการกู้เงิน 1.5 ล้านล้านบาท คาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้าระบบในไตรมาส 4" นายธนวรรธน์กล่าว

 นายธนวรรธน์ กล่าวว่า รัฐต้องดูแลเสถียรภาพทางการเมืองเช่นการเปิดเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและรัฐมีความน่าเชื่อถือในการกู้เงินจากต่างประเทศ เพราะการเป็นรัฐบาลรักษาการณ์จะส่งผลกระทบต่อแผนการกู้เงินได้ เห็นว่าควรลดดอกเบี้ยลงอีก 0.5% เพื่อลดต้นทุนทางธุรกิจและกระตุ้นการใช้จ่าย