
แกะดำ-แกะขาวของกัดดาฟี (1)
ขณะที่ฐานอำนาจของบุรุษเหล็กโมอัมมาร์ กัดดาฟี แห่งลิเบีย กำลังถูกท้าทายครั้งใหญ่สุดในรอบ 40 ปี
กองทัพที่เคยขุนมานานเริ่มแปรพักตร์ ชนเผ่าที่เคยจงรักภักดีมาตลอดก็เริ่มตีตัวออกห่าง นักการทูตที่ประจำการในต่างประเทศก็ประกาศตัวเป็นไท ขณะนี้ พ.อ.กัดดาฟีได้แต่หวังพึ่งพาขุมกำลังส่วนตัวของบรรดาลูกหลานและเครือญาติที่สร้างอิทธิพลบารมีมานานเพื่อรักษาอำนาจให้อยู่รอดตลอดฝั่งต่อไป
แต่ในบรรดาทายาททั้ง 8 คนของกัดดาฟี ซึ่งเป็นชาย 7 หญิง 1 นอกเหนือจากลูกบุญธรรมชายหญิงอีก 2 คน มีทั้งที่เป็นแกะขาวและแกะดำ จึงยากที่กัดดาฟียากจะวางใจว่าจะพึ่งพาได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
มูฮัมหมัด อัล กัดดาฟี ลูกชายคนแรกที่เกิดจากภรรยาที่ตกกระป๋องไปนานแล้ว ขณะนี้เป็นประธานคณะกรรมการโอลิมปิกลิเบีย จึงยากจะพึ่งพาได้
เซอิฟ อัล อิสลาม หรือ "ดาบแห่งอิสลาม" สถาปนิกวัย 38 ปี เป็นลูกชายคนที่ 2 แต่เป็นลูกชายคนโตสุดที่เกิดจากนางซาเฟีย ภรรยาคนที่สอง เป็นที่รู้กันดีว่ากัดดาฟีผู้พ่อได้ฝากความหวังไว้กับลูกชายคนโปรดคนนี้ให้เป็นทายาทการเมือง แม้จะเคยบาดหมางกันคราวที่เซอิฟออกปากวิจารณ์พ่อของตัวเองอย่างรุนแรง จนถูกอัปเปหิออกจากลิเบีย แต่ภายหลังได้เดินทางกลับประเทศและเสนอแผนปฏิรูปหลายอย่าง ตลอดจนตั้งโครงการสอนเด็กให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ยังได้ตั้งองค์กรเพื่อการกุศลหลายแห่งซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยเจรจาให้กลุ่มติดอาวุธอิสลามปล่อยตัวประกัน อีกทั้งยังเป็นคนกลางการเจรจาให้ปล่อยตัวพยาบาลชาวบัลแกเรียหลายคนเมื่อราว 3 ปีมาแล้ว ซึ่งถูกจับกุมคุมขังในฐานะแพะรับบาปช่วงที่โรคเอดส์เกิดระบาดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง นอกจากนี้ยังเป็นผู้นำการเจรจาเพื่อจ่ายค่าชดเชยและค่าทำขวัญให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุลอบวางระเบิดสายการบินสหรัฐเหนือเมืองล็อกเกอร์บีในสกอตแลนด์เมื่อปี พ.ศ.2531 และให้แก่ครอบครัวเหยื่อสายการบินยูทีเอ เที่ยวบิน 772 เมื่อปี 2532
แม้จะไม่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งการเมืองหรือการทหาร แต่ "ดาบแห่งอิสลาม" ก็มีอิทธิเหนือกลุ่มผู้ที่จงรักภักดีต่อระบอบกัดดาฟี ช่วงที่ฝูงชนชาวลิเบียลุกฮือประท้วงครั้งใหญ่เป็นครั้งแรกเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ เซอิฟได้ปรากฏตัวทางสถานีโทรทัศน์หลายครั้ง พร้อมกับเสนอแผนปฏิรูปหลายแผนด้วยกัน นอกเหนือจากแสดงท่าทีให้เห็นชัดเจนว่ายินดีจับมือเป็นมิตรกับตะวันตก
ก่อนจะเตือนว่าหากประชาชนคว่ำระบอบกัดดาฟีลงเมื่อใด สงครามกลางเมืองก็อาจอุบัติขึ้น เมื่อนั้นมีแต่จะทำให้ประเทศชาติย่อยยับและไม่เป็นผลดีต่อใครทั้งสิ้น
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



