
การทูตพหุภาคีกัมพูชา
กัมพูชาเป็นประเทศมีการใช้การทูตพหุภาคีได้ผลและมีประสิทธิภาพที่สุด ประวัติศาสตร์ประเทศนี้เต็มไปด้วยการต่อสู้กับมหาอำนาจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา จีน รัสเซีย และในสมัยก่อนฝรั่งเศส ตั้งใจเข้ามาครอบครองหรือหลอกใช้ จึงไม่แปลกใจที่กัมพูชามีความรู้สึกดีต่อ
สาเหตุอีกอย่างคือ กัมพูชาเป็นผลผลิตความพยายามขององค์การสหประชาชาติในการช่วยสร้างชาติกัมพูชาสมัยใหม่ หลังจากมีสงครามกลางเมืองมานานหลายสิบปี และองค์การสหประชาชาติถือว่ากัมพูชาเป็นผลงานชิ้นโบแดงในยุค 1990 เพราะตอนนั้นโลกวุ่นวายเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโลก เช่นการล่มสลายของสหภาพรัสเซีย กำแพงเบอร์ลินพังทลาย เป็นต้น
ประเด็นนี้ต่างจากไทย เพราะประเทศเรากลัวการทูตแบบนี้ (ไม่ได้หมายความว่าการทูตไทยไม่ดี ไม่เอาไหน) เนื่องจากผู้กำหนดนโยบายต่างประเทศไทยที่ผ่านมา เห็นว่ากลุ่มต่างชาติชอบรวมหัวกัน แล้วเข้าข้างฝ่ายตรงข้าม การตัดสินใจของศาลโลกในกรณีข้อพิพาทเขาพระวิหารในปี 2505 เป็นตัวอย่างที่ฝังลึกในจิตใจคนไทย ทำให้คนไทยมีความรู้สึกไม่ดีต่อศาลโลก ทั้งๆ ที่สถาบันนี้พยายามตัดสินคดีความต่างๆ ในโลกนี้ด้วยความเที่ยงธรรม
กัมพูชามีชั้นเชิงแพรวพรายทางการทูตมาแต่ไหนแต่ไร ในช่วงสงครามเย็น 60 ปีก่อน เจ้านโรดม สีหนุ เล่นการเมืองการทูตระดับอินเตอร์ทั่วโลก (สู้กับประธานาธิบดีตีโต้ของอดีตยูโกสลาเวีย) ทั้งในฐานะเป็นประเทศเล็กที่ไม่ยอมสยบต่อกลุ่มหรือประเทศจักรวรรดินิยมอเมริกาในตอนนั้น (กัมพูชาตอบปฏิเสธที่จะเป็นผู้ก่อตั้งอาเซียนเพราะถือว่าอาเซียนเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรับใช้ผลประโยชน์สหรัฐอเมริกาและเพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์)
นอกจากนั้นเจ้าสีหนุยังเป็นผู้นำและผู้ก่อตั้งกลุ่มไม่ฝักฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ขณะที่ไทยเป็นทรราชภายใต้การนำของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ มองดูและหลงตัวเอง นอกจากนั้นไทยเลือกอยู่ข้างสหรัฐอเมริกาตั้งแต่หัวจรดเท้า และไม่เคยเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศ
นายกรัฐมนตรีฮุน เซนได้เรียนรู้วิถีการทูตจากเจ้าสีหนุมานาน ว่าเพื่อนแท้ในเวทีการเมืองโลกนั้นไม่มีหรอก มีแต่ผลประโยชน์ถาวรเท่านั้น ตามจริงทุกคนเข้าใจประเด็นนี้ แต่พอเวลานำมาปฏิบัติจริง ความสามารถของผู้นำจะเป็นตัวชี้
ปีหน้ากัมพูชาจะเป็นประธานอาเซียน รับรองได้ว่าไม่จืด สนุกแน่นอน มีไม้เด็ด งัดออกมาใช้แน่นอนกับอาเซียนและประเทศสมาชิก อย่าลืมว่า ฮุน เซน เป็นผู้นำที่รู้เรื่องอาเซียนดีมากๆ เล่นการเมืองอาเซียนกับมือมาตลอด แถมยังเป็นผู้นำอาเซียน หนึ่งเดียวที่อยู่ในอำนาจนานถึงสามทศวรรษ (ทำให้คิดถึงอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต) เขาสามารถเปลี่ยนโฉมอาเซียนได้
ฮุน เซน ต้องการให้ประชาคมอาเซียนยอมรับในความเป็นผู้นำของเขา เจ้าตัวถือว่าเขาได้สร้างความมั่งคั่ง เสถียรภาพ และได้นำกัมพูชาไปสู่เวทีการเมืองโลกได้อย่างภาคภูมิ



