ข่าว

  ลิเบียในโซเชียลมีเดีย

ลิเบียในโซเชียลมีเดีย

28 ก.พ. 2554

จนถึงวันนี้ มีการอพยพแรงงานไทยในลิเบียออกมาแล้วนับพัน ยังรอพักที่ตูนิเซียและอียิปต์จำนวนหนึ่ง และอาจมีอีกจำนวนหนึ่งที่เป็นแรงงานเถื่อน ตกค้างอยู่ในท่ามกลางสงครามกลางเมืองที่ลิเบีย

 สถานการณ์ล่าสุดในลิเบีย โมอัมมาร์ กัดดาฟี ได้ใช้กองทัพเป็นเครื่องมือในการรักษาอำนาจ สังหารกลุ่มประชาชนผู้ต่อต้านเสียชีวิตอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่คณะมนตรีความมั่นคง สหประชาชาติลงมติเอกฉันท์คว่ำบาตร และประธานาธิบดีบารัก โอบามา เรียกร้องให้กัดดาฟีลาออกจากตำแหน่ง กว่าจะมาถึงวันนี้ ปรากฏการณ์โดมิโนดอกมะลิที่ลามมาจากตูนิเซีย อียิปต์ หลายประเทศในกลุ่มอาหรับและแอฟริกาเหนือ ได้ส่งสัญญาณมาเป็นระยะ น่าสนใจว่า เหตุใดเราจึงเพิ่งตื่นตัว และมาดำเนินการช่วยเหลือแรงงานไทยในช่วงปลายที่ไฟลุกท่วมลิเบียแล้ว

 นับจากประชาชนออกมาประท้วงบนท้องถนนที่เมืองเบงกาซี เมืองใหญ่อันดับสองของลิเบีย หลังจากที่มีการจับกุมนายฟาตี ตาร์เบล นักเคลื่อนไหวคนหนึ่ง การประท้วงที่เริ่มมาหลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ได้เปลี่ยนไปเป็นการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ผู้ประท้วงเรียกร้องให้มีการชุมนุมทั่วประเทศ ให้กัดดาฟีออกไปจากตำแหน่งผู้นำ ให้มีรัฐธรรมนูญและการปฏิรูปทางการเมืองและเศรษฐกิจ ถึงแม้ว่าจะมีการปล่อยตัวนายตาร์เบลในเวลาต่อมา แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งกระแสประชาชนได้ กลุ่มผู้ประท้วงยังคงออกมาที่ท้องถนนเป็นจำนวนมาก ราว 6.7 แสนคน ต่างตะโกนขับไล่กัดดาฟี และให้มีการปราบปรามคอรัปชั่น ภาพ ข่าว และความเคลื่อนไหวเหล่านี้ ถูกส่งผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์

 ฉะนั้น นอกจากเป็นช่องทางสื่อสารในการเรียกร้องให้ผู้คนมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ซึ่งครองอำนาจมายาวนาน และมีการปิดกั้นสิทธิ เสรีภาพในการนำเสนอข่าวสาร ข้อมูลทุกวิถีทางแล้ว สื่อสังคมออนไลน์ยังมีบทบาทนำในการเสนอข่าวสารเรื่องสถานการณ์ในลิเบียมากกว่าสื่อกระแสหลัก และเข้มข้นกว่าสำนักข่าวตะวันตกที่สื่อไทยใช้เป็นแหล่งอ้างอิงในการเสนอข่าว และประเมินคุณค่าข่าว การลุกขึ้นมาต่อต้านผู้นำและรัฐบาลลิเบีย ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรง มีผู้ประท้วงเสียชีวิตมากที่สุด มีแนวโน้มที่จะนำไปสู่สงครามกลางเมือง ที่ผู้คนจะล้มตายจำนวนมาก เมื่อสื่อตะวันตกไม่ได้ให้น้ำหนักความสำคัญมากในตอนแรก สื่อไทย โดยเฉพาะสื่อหนังสือพิมพ์ก็ให้ความสำคัญน้อยมาก แทบไม่ปรากฏข่าวนี้เลยในช่วงสองสัปดาห์ก่อน

 จนถึงนาทีนี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คว่ำบาตรลิเบีย การคว่ำบาตรนี้ครอบคลุมถึงการส่งอาวุธให้ลิเบีย สั่งยกเลิกการเดินทาง และระงับทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้การดูแลของกัดดาฟี รวมทั้งสมาชิกคนสำคัญในครอบครัวกัดดาฟี มิใช่โคไมนี ที่เดินทางกลับจากฝรั่งเศสแล้วมาปฏิวัติโค่นล้มระบอบชาห์ กัดดาฟีมิใช่ซัดดัม ฮุสเซน ที่กดประชาชนอยู่ภายใต้เผด็จการมายาวนาน แต่กัดดาฟีเคยเป็นวีรบุรุษของคนลิเบีย มีคนลิเบียจำนวนไม่น้อยที่ยังสนับสนุนกัดดาฟี ความเชื่อว่าเขายังได้รับการสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่ จึงสร้างความมั่นใจให้กัดดาฟี ที่จะใช้อำนาจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจัดการกับผู้กระด้างกระเดื่อง ประกอบกับความเป็นกัดดาฟี ที่ไม่เคยเกรงกลัวใคร โดยเฉพาะชาติตะวันออก ไฟที่โหมลิเบียวันนี้จึงยังลุกไหม้ต่อไปอีกนาน