
"ดีเอสไอ"สางต่อ...คดีฆ่า2ครู
ปัง ! ปัง ! เสียงมัจจุราชขนาด 9 มม.คำรามสนั่น ยามค่ำคืนวันที่ 4 ธันวาคมปีที่แล้ว ปลิดชีวิต นายอำนวย นพมิตร ผอ.โรงเรียนนิคมสงเคราะห์ อ.กระบุรี จ.ระนอง พร้อมกับ นางสุวดี นพมิตร ภรรยา ซึ่งเป็นข้าราชการครูเช่นกัน ขณะกำลังนำรถเข้าจอดที่โรงรถบ้านพัก นับว่าเป็น
คนร้ายที่ผู้ก่อเหตุ คือ นายสุภชาติ ขุนชัย อายุ 43 ปี อยู่บ้านติดกันกับบ้านผู้ตาย มีศักดิ์เป็นน้องเขยนายอำนวย แต่ช่วงหลังน้องสาวต่างบิดา และน้องเขย มีความขัดแย้งกับนายอำนวย ในเรื่องการร่วมลงทุนซื้อสวนยางร่วมกันเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ จนนำมาสู่การสังหารโหดครั้งนี้
ผ่านมาแล้วเดือบ 3 เดือน...คนทำผิดยังลอยนวลอยู่ในพื้นที่!! คคีไม่มีความคืบหน้าใดๆ ยิ่งสร้างความหวาดผวาให้แก่ "พยาน" ตลอดจนญาติผู้เสียหาย หวั่นเกรงว่าคนร้าย จะหวนกลับมาฆ่าปิดปากกผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน โดยเฉพาะ "ลูกชาย" ของเหยื่อทั้งสอง ซึ่งถือเป็นพยานปากสำคัญที่เห็นเหตุการณ์ในคืนที่เกิดเหตุ อาจกำลังตกอยู่ในอันตราย
"ดีเอสไอ" หรือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงเป็นอีกหนึ่งที่พึ่ง ซึ่งญาติของผู้ตาย ได้ขอร้องให้เข้ามาดำเนินการคดีนี้ เนื่องจากญาติบางส่วนเริ่มไม่มั่นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่บางคน
แหล่งข่าวจาก "ดีเอสไอ" บอกกับ "คม ชัด ลึก" ว่า ตอนนี้ได้รับคดีสังหารโหดครู 2 รายมาแล้ว โดยสมาคมครู จ.ระนอง และญาติผู้เสียชีวิตเห็นว่าคดียังไม่มีความคืบหน้าในการติดตามจับกุมคนร้าย ทั้งที่ทราบว่าใครเป็นคนร้าย และหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอลงพื้นที่ จ.ระนองเพื่อติดตามคดี และให้ความคุ้มครองพยานตามคำร้องขอแล้ว
ด้าน พล.ต.ต.วิทูร ธรรมรักษา ผบก.ภ.จว.ระนอง บอกถึงความคืบหน้าของคดีนี้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับที่ จ.158/2553 เนื่องด้วยมีพยานหลักฐานสมควรว่า เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2553 เวลา 21.40 น. นายสุภชาติ ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. จ่อยิงนายอำนวย และนางสุวดี ถึงแก่ความตาย ในข้อหากระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติกรรม
พล.ต.ต.วิทูรกล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้ มีการส่งเจ้าหน้าที่ออกไปสืบข่าวแหล่งกบดานของคนร้าย ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา นายสุภชาติมีการเคลื่อนย้ายแหล่งกบดานอย่างต่อเนื่องโดยได้รับความช่วยเหลือของผู้มีอิทธิพลในหลายพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับซุ้มมือปืน โดยการสืบหาแหล่งกบดานของคนร้าย โดยเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายสุภชาติหนีไปกบดานอยู่กับผู้มีอิทธิพลที่เกาะพยาม จ.ระนอง เมื่อติดตามไปก็ไม่พบตัว ต่อมาสืบทราบว่า ได้หนีลงพื้นที่ภาคใต้ไปกบดานที่ จ.สงขลา และนครศรีธรรมราช กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนองร่วมกับตำรวจภาค 8 ก็จัดชุดลงพื้นที่แต่ก็ไม่พบตัว ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสว่า นายสุภชาติหนีไปกบดานอยู่แถวๆ เกาะสอง ประเทศพม่า หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกดดันอย่างหนัก โดยเบื้องต้นทราบว่า หลบไปอาศัยอยู่กับนักธุรกิจทำไม้คนหนึ่ง ยิ่งทำให้การติดตามตัวนายสุภชาติมาดำเนินคดียากเพิ่มขึ้น
"ขอยืนยันว่าที่ผ่านมา ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่สำคัญผู้เสียชีวิต นางสุวดี ก็เป็นญาติกับผม จึงได้พยายามติดตามตัวคนร้ายเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีอย่างเต็มที่ แต่ด้วยความช่ำชองของนายสุภชาติ อดีตมือปืนเก่าที่มีสายสัมพันธ์เชื่อมโยงกับกลุ่มอิทธิพลในหลายพื้นที่ จึงทำให้หนีรอดการติดตามจับกุมมาได้ทุกครั้ง ส่วนกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษลงมาดูแลคดี ผมก็มองว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะจะช่วยให้การติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ดีเอสไอก็ได้มาขอข้อมูลในคดีนี้บ้างแล้ว" พล.ต.ต.วิทูรระบุ
นายประโนชน์ สนพิพัฒน์ ผอ.โรงเรียนบ้านรังแตน และนายกสมาคมผู้บริหารการศึกษาจังหวัดระนอง กล่าวว่า กรณีที่คนร้ายบุกยิงนายอำนวย และนางสุวดี จนเสียชีวิตนั้น ได้สร้างความสลดใจให้แก่ครูและนักเรียนในเขตพื้นที่ จ.ระนองเป็นอย่างมาก และยังสร้างความวิตกต่อความปลอดภัยในชีวิตของข้าราชการครูเป็นอย่างมาก แม้ว่าเหตุการณ์จะผ่านมากว่า 2 เดือนแล้วแต่คดียังไม่มีความคืบหน้าใดๆ สมาคมจึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด
- บุญเลื่อน พรหมประทานกุล -



