
จับตา"แดง"ตัวแปรอำนาจเปลี่ยนมือ
การรวมตัวของ "แกนนำคนเสื้อแดง" หรือแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม เมื่อปี 2553 ที่วัดปทุมวนาราม เป็นสัญญาณบอกรัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงว่าจากนี้ไป "
การนัดพบกันของ "แกนนำเสื้อแดง" หลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวครั้งนี้ถือเป็นการพบปะกันอย่างเป็นทางการครั้งแรก
หากสังเกตให้ดีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิต 91 ศพ ไม่เคยถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรก เพราะครั้งแรกมีเพียงการนัดชุมนุมในวันที่ 12 มีนาคมเท่านั้น
กำหนดการจัดกิจกรรมที่วัดปทุมวนาราม เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เกิดขึ้นหลังจาก "7 แกนนำเสื้อแดง" ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราววันที่สอง
หลังจากศาลมีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราว 7 แกนนำแดง เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ถัดมาหนึ่งวัน คือวันที่ 23 กุมภาพันธ์ "ธิดา ถาวรเศรษฐ" รักษาการประธาน นปช. และ "จตุพร พรหมพันธุ์" แกนนำ นปช. และ "วรวุฒิ วิชัยดิษฐ" โฆษก นปช. ร่วมกันแถลงท่าทีการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง
และกิจกรรมอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม ที่วัดปทุมวนาราม ได้ถูกกำหนดขึ้นถือเป็นการเช็กปฏิกิริยาฝ่ายรัฐ และเช็กกำลังพลของพวกตนเอง
สำหรับกิจกรรมในวันที่ 12 มีนาคม ซึ่งเป็นวันครบรอบ 1 ปี นปช.เคลื่อนพลทั้งแผ่นดิน ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว
จากนี้ไปให้จับตาดูกิจกรรมของ "คนเสื้อแดง" ที่จะจัดถี่ขึ้น และขยายกิจกรรมตามจังหวัดต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ
โดยการจัดกิจกรรมต่างๆ จะอ้างว่า "การปล่อยตัวชั่วคราวนั้น ศาลห้ามไม่ให้ออกนอกประเทศและยุงยงปลุกปั่น แต่ไม่ห้ามขับไล่รัฐบาลเผด็จการ และไม่ห้ามเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรม และประชาธิปไตย ดังนั้น "7 แกนนำ นปช." จึงไปร่วมขึ้นเวทีได้"
จากนี้ไปตารางการปรากฏตัวของ "7 แกนนำคนเสื้อแดง" ในจังหวัดต่างๆ จะเริ่มขึ้น
ในเดือน "มีนาคม" กิจกรรมเคลื่อนไหวใหญ่นอกจากวันที่ 12 มีนาคมแล้ว ยังมีกิจกรรม "ในวันที่ 6 มีนาคม" จะจัดกิจกรรมอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมย่านบ่อนไก่
ซึ่ง "ธิดา" เปิดเผยว่า ในวันดังกล่าวแกนนำที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวจะไปร่วมด้วย นอกจากนี้จะมีการจัดงานคอนเสิร์ตรับขวัญในวันที่ 26 มีนาคม ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา
การทำกิจกรรมของ "คนเสื้อแดง" จากนี้จะเรียกร้องให้ "ปล่อยตัว" คนเสื้อแดงที่ถูกคุมขังตามที่ต่างๆ แล้ว และเร่งประสานพาตัว "แกนนำเสื้อแดง" ที่หลบหนีการจับกุมอยู่นอกประเทศ "อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง, อดิศร เพียงเกษ, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, พายัพ ปั้นเกตุ" ฯลฯ เข้ามอบตัวต่อสู้คดี โดยตั้งเป้าว่าจะนำตัวมาสู้ก่อนมีคอนเสิร์ตใหญ่ในวันที่ 26 มีนาคมนี้
ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้กับสิ่งที่ "คนเสื้อแดง" เคยพ่ายแพ้มาแล้ว!
ขณะนี้ในภาคอีสานหลายจังหวัด "คนเสื้อแดง" ได้จัดกิจกรรมขึ้นในหลายพื้นที่โดยไม่มีการบอกกล่าวกับสมาชิกล่วงหน้า มีการเชิญ "7 แกนนำ" ที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวขึ้นพูดบนเวที เช่น ที่ จ.ขอนแก่น, สกลนคร เป็นการตั้งเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาลแทบไม่ต่างจากการชุมนุมที่แยกราชประสงค์
การขับเคลื่อนของ "เสื้แดง" จะสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นหลังจากมีการเลือกตั้ง "แกนนำ นปช." ในจังหวัดต่างๆ เสร็จเรียบร้อย
"ธิดา" ในฐานะ "รักษาการประธาน นปช" ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าเรื่องการเลือกตั้งแกนนำนปช.ในต่างจังหวัดว่า
"ในวันที่ 24 มีนาคมนี้ จะเปิดตัวแกนนำ นปช.ภาคอีสานทั้งหมด เพราะเขตยุทธศาสตร์ที่โรงเรียน นปช. แบ่งเป็น 4 เขต โดยเขตที่ 4 คือ ต่างประเทศนั้น ได้เลือกตั้งเสร็จแล้วในยุโรป เนื่องจากรู้ว่าการต่อสู้นั้นยืดเยื้อ ตัวแทน นปช.ในต่างประเทศจะดำเนินการแทน นปช.ที่จะทำงานในต่างประเทศอย่างชอบธรรม การเปลี่ยนผ่านจากอำมาตยาธิปไตยมาเป็นประชาธิปไตยแม้จะนานก็ต้องสู้ โดยต้องสู้แบบฉับพลัน ยืดเยื้อ ยาวนาน และต้องสู้ในโลกไซเบอร์ด้วย"
การรวมกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นการเริ่มต้น "สู้" อีกครั้ง และการต่อสู้ครั้งนี้มีจำนวนคนเพิ่มขึ้น จุดนี้น่าจะทำให้หลายฝ่ายมองว่า "รัฐบาล-หน่วยงานความมั่นคง" เดินเกมพลาดหลังจากไม่คัดค้านการขอปล่อยตัวชั่วคราวของ "7 แกนนำคนเสื้อแดง"
ถ้าการไม่คัดค้านการขอประกันตัว "7 แกนนำคนเสื้อแดง" เป็นความตั้งใจของรัฐบาลถือเป็นการประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาดหรืออาจถูกมองว่าเป็นการตัดสินใจบนความอยู่รอดเฉพาะหน้า
ก่อนหน้าที่ "7 แกนนำคนเสื้อแดง" จะถูกปล่อยตัว "แกนนำ" ในการขับเคลื่อนหลักมีเพียง "ธิดา-จตุพร-วรวุฒิ" แต่การปล่อยตัวชั่วคราว 7 แกนนำเสื้อแดงจะขยายตัวให้ "คนเสื้อแดง" มีพลังมากขึ้น
เพราะลำพัง "จตุพร" ไม่สามารถเดินสายไปพูดตามเวทีต่างๆ ได้รวดเร็ว แต่ครั้งนี้ "7 แกนนำเสื้อแดง" จะแบ่งกันเดินสายขยายเครือข่ายให้ "คนเสื้อแดง" ลุกฮือขึ้นมาต่อสู้อีกครั้ง
หากรัฐบาลในช่วง "ขาลง" ยังคงนิ่งเฉยปล่อยให้ปัญหาทั้งภายนอกและภายในประเทศรุมเร้าจนหมดหนทางแก้ปัญหาสุดท้ายต้องเลือกที่จะ "ยุบสภา" เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าก็มีความเป็นไปได้ว่า "อำนาจ" อาจเปลี่ยนมือกลับไปอยู่ที่ "ทักษิณ ชินวัตร" อีกครั้ง!
สมถวิล เทพสวัสดิ์



