
วุฒิเลือกส.ว.ชัยภูมินั่งรองประธานคนที่สอง
วุฒิสภาเลือกส.ว.ชัยภูมิ นั่งรองประธานวุฒิสภาคนที่สอง ลั่น เจ้าตัวลั่น ทำหน้าที่เป็นกลาง ไม่ฝักไฝ่ฝ่ายใด สัญญาขออยู่แค่ 2 ปี
(28ก.พ.) การประชุมวุฒิสภา โดยมีนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม โดยที่ประชุมได้ดำเนินการพิจารณาเลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่สองแทนน.ส.ทัศนา บุญทอง ส.ว.สรรหาที่พ้นจากวาระการดำรงตำแหน่ง โดยประธานได้เปิดโอกาสให้สมาชิกเสนอชื่อ ซึ่งได้มีส.ว.ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดต้องมีการรีบเร่งในการเลือกรองประธานวุฒิสภา โดยนายวิเชียร คันฉ่อง ส.ว.ตรัง ขอหารือว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสรรหาส.ว.สรรหาชุดใหม่ ส่วนตัวเห็นว่าระยะเวลานี้ไม่เหมาะสม หากส.ว.ที่มีอยู่เลือกกันเองภายในส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งภาพที่ออกไปจะไม่ดี และขณะนี้มีประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่งทำงานอยู่จึงจำเป็นหรือไม่ที่ต้องเลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่สองในเวลานี้ หากไม่เลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่สอง ประโยชน์ของรัฐและประโยชน์ของประชาชนจะเสียหายหรือไม่ ตนก็อยากฟังความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิ)ว่าวิปมีความเป็นอย่างไร
ขณะที่น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ ส.ว.เพชรบุรี กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการจะเลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่สองในขณะนี้ หากไม่คำนึงถึงที่มาของรองประธานวุฒิสภาว่ามาจากส.ว.สรรหาหรือส.ว.เลือกตั้ง แต่คำนึงถึงความครบถ้วนของจำนวนส.ว. 150 คน ต่อจากนี้ไปคงมีการประชุมอีก 5-6 ครั้งกว่าจะมีองค์ประชุมส.ว.ครบ 150 คน ซึ่งหากการเลือกในเวลานั้นน่าจะเป็นการกระทำอย่างเต็มศักดิ์ศรีทุกตำแหน่ง ตนเห็นว่าควรจะรอให้องค์ประชุมมีครบ 150 คน ตนจึงขอตั้งญัตติให้ถามที่ประชุมว่าควรจะมีการเลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่สองหรือไม่
จากนั้นนายกฤช อาทิตย์แก้ว ส.ว.กำแพงเพชร ในฐานะรองประธานวิปวุฒิ ชี้แจงว่า ตนไม่เห็นความจำเป็นว่าต้องมีเหตุจำเป็นอะไรที่ต้องรอให้มีส.ว.สรรหากลับมาก่อนเพราะการดำรงตำแหน่งมีการเหลือมเวลาการอยู่ในตำแหน่งอยู่แล้ว ในฐานะรองประธานวิปที่อยู่ในห้องประชุมจริง ๆ ตนไม่เห็นด้วยที่จะมีการเลือกตั้งในวันนี้ แต่เห็นว่าควรมีการเลือกตั้งในสัปดาห์หน้าเพราะจะได้มีการแสดงวิสัยทัศน์กันในกลุ่มผู้ที่สมัคร ตนอยากให้ทุกคนได้คุยกันนอกรอบ ซึ่งที่สุดแล้วตนแพ้โหวต ถึงแพ้โหวตตนก็ยอมรับและไม่เห็นว่าต้องรอกันไปอีกถึงการมีส.ว.สรรหาใหม่ เพียงแต่ต้องการให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ ตนเห็นว่าสังคมรออยู่ วุฒิสภาจะตอบคำถามสังคมอย่างไรหากไม่เลือก
“ผมเห็นว่าการเลือกตั้งจำเป็นต้องมีสังคมรออยู่ จะตอบคำถามสังคมอย่างไรถ้าไม่เลือก ทำไมต้องรอส.ว.สรรหา แม้แต่ประธานวุฒิก็เถอะทำไมต้องให้ส.ว.สรรหาเป็นผมก็ไม่เข้าใจถ้าถามว่าส.ว. 76 คนมีจำนวนมากกว่าหรือไม่ ส.ว.เลือกตั้งก็มากกว่า แล้วทำไมท่านประธานได้เป็น นี่แสดงว่ามันไม่เกี่ยวกับเรื่องการมาจากสรรหาหรือเลือกตั้งแต่มันอยู่ที่กติกา ถ้าเราไม่เดินตามนี้แล้วจะมองหน้าสังคมได้อย่างไร ” นายกฤช กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีส.ว.ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ถกเถียงกันในประเด็นดังกล่าว ในที่สุดนายประสพสุข ได้ตัดบทให้ที่ประชุมลงมติว่าควรจะเลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่สองในวันนี้หรือไม่ ปรากฎว่า ที่ประชุมมีมติด้วยคะแนนเสียง 66 ต่อ 11 เสียงให้เลือกรองประธานวุฒิสภาคนที่สองในวันนี้ จากนั้นประธานได้สมาชิกเสนอชื่อผู้สมควรจะดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่สอง โดยนางสมพร จูมั่น ส.ว.เพชรบูรณ์ เสนอ นางพรทิพย์ โล่ห์วีระจันทร์รัตนปรีดา ส.ว. ชัยภูมิ ขณะที่นายสุรพงษ์ ตันธนศรีกุล ส.ว.กาญจนบุรี เสนอนายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล ส.ว.สมุทรสาคร ด้านนายยุทธนา ยุพฤทธิ์ ส.ว.ยโสธร เสนอนายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ
จากนั้นประธานได้เปิดโอกาสให้สมาชิกที่ถูกเสนอชื่อได้แสดงวิสัยทัศน์ นางพรทิพย์ แสดงวิสัยทัศน์ว่า จะใช้ความสามารถในการทำหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม มีความเป็นกลางทางการเมือง มีวุฒิภาวะและไม่ฝักฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้ความป็นธรรมกับสมาชิกวุฒิสภาทุกคนและสร้างวุฒิสภาให้เป็นองค์กรแห่งความรู้ ร่วมรักษาเกียติของวุฒิสภา และตนพร้อมรับฟังการชี้แนะของทุกคนเพื่อให้งานดีขึ้น อย่างไรก็ตามเนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงที่ส.ว.สรรหายังไม่เข้ามาทำงาน ดังนั้นตนจะอยู่ในตำแหน่งแค่ 2 ปีหากส.ว.สรรหาเข้ามาและเรียนรู้งานระดับหนึ่งแล้วตนจะลาออกเพื่อให้ส.ว.สรรหาและส.ว.เลือกตั้งเลือกรองประธานคนที่สองใหม่
นายจิตติพจน์ แสดงวิสัยทัศน์ว่า ในภาวะบ้านเมืองที่มีปัญหารุมเร้าทั้งในและนอกประเทศ หากวุฒิสภาร่วมแรงร่วมใจฝ่าฟันไปด้วยกัน ตนเชื่อว่าเรามีหวังและมีโอกาส จึงขอให้ทุกคนได้ให้โอกาสตน ส่วนว่าจะอยู่ตำแหน่งกี่ปีนั้นไปตนไม่อยากให้คำมั่นสัญญา ไม่เช่นนี้นจะมัดตัวเอง แต่หากเมื่อใดสมาชิกไม่อยากให้ตนอยู่ในตำแหน่งตนก็พร้อมจะไป
นายสุวิศว์ แสดงวิสัยทัศน์ว่า เราอยู่กันมาสามปีแล้ว ตนผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะรู้ว่าสิ่งไหนดีไม่ดี และตนยึดมั่นความถูกต้องความเป็นธรรม ไม่มีใครสามารถชี้นำตนได้ และหากทุกคนไว้วางใจตนให้ดำรงตำแหน่ง ตนพร้อมจะทำงานในตำแหน่งรองประธานเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น
จากนั้นได้มีการลงคะแนนแบบลับ ปรากฎว่าผลการลงคะแนนรอบแรก ปรากฎว่า นางพรทิพย์ได้ 31 เสียง นายจิตติพจน์ได้ 25 เสียงและนายสุวิศว์ได้ 21 เสียง ซึ่งเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งคือ 42 เสียง ทำให้ต้องลงคะแนนลับอีกรอบ ปรากฎว่าในการลงคะแนนรอบที่สองนางพรทิพย์ได้ 49 เสียง และนายจิติพจน์ได้ 29 เสียง ทำให้นางพรทิพย์ได้รับเลือกเป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่สองคนใหม่



