ข่าว

เฉลิมชัยของบ343ล.ชดเชยคนงานลิเบีย

เฉลิมชัยของบ343ล.ชดเชยคนงานลิเบีย

28 ก.พ. 2554

"เฉลิมชัย” เสนอ ครม.อนุมัติงบ 343 ล้านบาท ชดเชยคนงานลิเบีย ชี้เหตุช่วยเหลือล่าช้า เพราะไม่มีทูตแรงงานประจำ เล็งขอประเทศใดมีแรงงาน 5 พันคนขึ้นไปให้มีทูตแรงงานประจำ แรงงานไทยชุด3กลับถึงประเทศแล้ว เผยนาทีชีวิตถูกปล้นคืนเดียว 10 ครั้ง

 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ถึงการช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศลิเบีย ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 1 มีนาคมนี้ ตนจะเสนอของบประมาณจำนวน 343 ล้านบาท โดยเงินจำนวน 330 ล้านบาท นำมาช่วยเหลือเป็นค่าชดเชยให้แรงงานที่เดินทางกลับมารายละ 15,000 บาท โดยคาดการว่าจะมีผู้ที่ต้องช่วยเหลือประมาณ 2 หมื่นราย ส่วนที่เหลืออีก 13 ล้านบาท เป็นงบประมาณในการดำเนินงานด้านต่างๆ ส่วนงบประมาณในการอพยพเคลื่อนย้ายแรงงานนั้นเป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ  

 นายเฉลิมชัย กล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดที่ 2 จากประเทศไทยเดินทางไปช่วยเหลือแรงงานไทยซึ่งประกอบด้วยข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ข้าราชการกระทรวงแรงงานและแพทย์ทหารจากกระทรวงกลาโหม   โดยในเร็วๆ นี้จะส่งคณะช่วยเหลือชุดที่ 3 ตามไปอีก ทั้งนี้ นายสุธรรม นทีทอง โฆษกกระทรวงแรงงานได้รายงานมาให้ทราบเป็นระยะๆ โดยเมืองที่มีปัญหาจริงมีแค่ 2 เมือง คือ กรุงทริโปลีและเบกาซี อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการทำงานของกระทรวงแรงงานเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะไม่มีอัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายแรงงานประจำอยู่ที่ลิเบีย ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ส่งไปทำได้แค่เลาะๆเลียบๆอยู่รอบประเทศลิเบีย เพราะหากเข้าไปข้างในก็ต้องขอวีซ่า  

 “ผมอยากเสนอแนวคิดว่า ประเทศใดที่มีคนงานเกิน 5 พันคนควรจัดให้มีทูตแรงงานไว้คอยดูแลด้วย อย่างกรณีลิเบีย พอไม่มีปัญหาก็ไม่เป็นไร แต่พอเกิดปัญหาขึ้นมา เราแทบทำอะไรไม่ได้ และข้าราชการของกระทรวงการต่างประเทศเองก็มีอยู่ที่นั่นแค่ 2-3 คน ขณะที่คนงานกระจัดกระจายอยู่ตามแคมป์ต่างๆ ทั่วไป เราจึงทำได้แค่ประสานกับหัวหน้าคนงาน ” นายเฉลิมชัย กล่าว  

 รมว.แรงงาน กล่าวอีกว่า ที่น่ากังวลใจ คือ ในประเทศตูนีเซียซึ่งใช้เป็นศูนย์อพยพเคลื่อนย้ายคนงานก็กำลังเกิดสถานการณ์ความไม่สงบ แต่โชคดีที่ยังอยู่ไกลจากจุดที่อพยพคนงาน แต่หากเกิดปัญหาขึ้นจริงก็อาจขนย้ายคนงานไปไว้ที่ประเทศกรีซหรือตุรกี อย่างไรก็ตามแรงงานอยู่ในพื้นที่มีปัญหามีอยู่ประมาณ 8-9 พันคน ซึ่งกำลังอพยพโดยเรือ 4 พันคน และอีก 2.3 พันคนกำลังข้ามแดนไปยังประเทศอียิปต์ ทั้งนี้ แรงงานที่เดินทางกลับมานั่น ส่วนใหญ่ยังต้องการกลับไปทำงานที่ลิเบียอีก แต่คงต้องรอให้สถานการณ์นิ่งก่อน ซึ่งกรมการจัดหางานได้เตรียมตำแหน่งงานว่างในประเทศไว้รองรับแล้ว ขณะเดียวกันทางไต้หวันเองก็ได้แจ้งความจำนงว่าต้องการแรงงานด้านการก่อสร้างจำนวนมาก ซึ่งตนจะเดินทางไปเจรจาด้วยตัวเอง

แรงงานไทยชุด3กลับถึงประเทศแล้ว เผยนาทีชีวิตถูกปล้นคืนเดียว 10 ครั้ง

  เวลา 13.00 น. กลุ่มแรงงานไทยในลิเบีย จำนวน 104 คน ได้เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเครื่องบินเหมาลำ MS 960 จากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ โดยนางเพียนใจ สิริจันดา อายุ 39 ปี ชาว อ.พยุ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งมารอรับสามี บอกว่า ตนพร้อมญาติ และเพื่อนในหมู่บ้าน พร้อมใจกันเหมารถบัสมารับตั้งแต่เช้ามืดวันนี้ เพราะทราบจากเพื่อนในหมู่บ้านกลับจากลิเบียก่อนหน้านี้ และรู้สึกดีใจมากที่จะได้เห็นหน้าสามีที่ต้องจากบ้านไปทำงานไกลถึง 8 เดือน ในโครงการหมู่บ้านจัดสรรของนายจ้างบริษัทเกาหลี ได้เงินเดือนประมาณ 2 หมื่นบาท เสียค่านายหน้า 1.3 แสนบาท ซึ่งสามีได้โทรศัพท์เล่าให้ฟังถึงความลำบากที่ถูกผู้ประท้วงเข้าปล้นสะดมภ์ ต้องอาศัยขนมปังแห้งประทังชีวิต และไม่คิดที่จะสามีกลับไปทำงานอีกเพราะเป็นห่วงในความปลอดภัย

 นางชื่น พร้อมเสน อายุ 43 ปี กล่าวว่า ตนเดินทางมารอรับสามีพร้อมกับเพื่อนในหมู่บ้าน เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ลิเบียก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ เพราะเป็นห่วงสามี การติดต่อโทรศัพท์ก็ทำได้ยาก แต่เมื่อกลับมาแล้วก็จะตัดพิธีสู่ขวัญและไม่อยากให้ไปอีก

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่กลุ่มแรงงานได้พบหน้าญาติๆที่มารอรับต่างก็ร้องไห้และโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ เนื่องจากไม่ได้พบหน้ากันหลายเดือนและเป็นห่วงในความปลอดภัย

 นายสมชาย อิสมาเอล อายุ 63 ปี ได้เล่าถึงนาทีชีวิตหลังรอดตายกลับมาว่า ตนเป็นลูกจ้างของบริษัทโบนัทตี้ ในเมืองดีน่า ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมัน มีนายจ้างเป็นชาวอิตาลี สถานการณ์ขณะนี้ค่อนข้างตึงเครียด มีการปล้นสะดมภ์กันคืนหนึ่งประมาณ 10 ครั้ง ถูกมีดจี้่เอาโทรศัพท์ เงินไปจนหมด เหลือแต่เสื้อผ้าที่ติดตัวมาไม่กี่ชุด และยังมีเพื่อนแรงงานอีก 120 คนที่ยังตกค้างในทะเลทรายโดยไม่ทราบชะตากรรมว่าเป็นอย่างไร ส่วนบริษัทนายหน้าต่างหนีหายไปจนหมด ระหว่างที่หนีนั้น เพื่อนๆในกลุ่มต้องช่วยตัวเอง โดยมากับรถเทลเลอร์เข้ามาทางพรมแดนอียิปต์ และบางส่วนก็เดินทางมาทางเรือไปทางประเทศอิตาลี

 นายชาญชัย อุ่นพรมมี อายุ 42 ปี กล่าวว่า ตนทำงานเป็นพนักงานขับรถดัมพ์ให้กับบริษัทวอนอินเตอร์เนชั่นแนล ได้ 1 ปี 7 เดือน เสียค่านายหน้าติดต่อ 45,000 บาท ได้เงินเดือนละ 27,000-28,000 บาท แต่ระยะหลัง 4-5 เดือน ถูกนายจ้างค้างจ่าย ดีใจที่ได้กลับบ้านและไม่คิดที่จะกลับไปทำงานอีก

 นายสุภีร์ ศรีปัตเนตร อายุ 30 ปี ชาวศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจมากที่ได้กลับประเทศไทยด้วยความปลอดภัย ระหว่างที่หลบหนีต้องอาศัยขนมปังแห้งๆ ปะทังชีวิต ส่วนน้ำดื่มนั้น ก็ไม่สะอาด ต้องใช้สำลีชุบนำบีบใส่ขวดเพื่อกรองสิ่งสกปรกก่อนถึงจะดื่มได้ และรู้สึกเป็นห่วงพ่อ น้องชาย และญาติ ที่ยังติดค้างไม่สามารถออกมาจากเมืองทริโปลีได้ และไม่ทราบชะตากรรมว่าเป็นอย่างไร เนื่องจากการติดต่อสื่อสารเป็นไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งอยากให้รัฐบาลเร่งให้การช่วยเหลือโดยเร็ว

 ขณะที่ นายเรืองเดช มหาศรานนท์ เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในวันนี้ มีแรงงานไทยในลิเบียจำนวน 104 คน เดินทางมาถึงประเทศไทย โดยออกมาทางประเทศอียิปต์ เท่าที่สอบถามแรงงานทราบว่า ส่วนใหญ่ถูกปล้นสะดมภ์ไปหมด และขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล ส่วนคนที่ไม่มีพาสปอร์ตทางสถานทูตก็ได้ออกหนังสือรับรองการเดินทางให้ ซึ่งแรงงานไทยที่ออกมาแล้วมีประมาณกว่า 3,700 คน เหลือตกค้างอีกในลิเบียอีกหมื่นกว่าคน ซึ่งรัฐบาลจะเร่งให้การช่วยเหลือออกมาโดยเร็ว ทั้งนี้ จะนำคนไทยที่เหลือส่วนหนึ่งประมาณ 2,000 คนมาทางเรือจากเมืองทริโปลีไปยังเมืองตูนิส ประเทศตูนีเซีย เพื่อต่อไปยังกรุงโรม ประเทศอิตาลี และกลับประเทศไทย

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มแรงงานที่เดินทางมาในวันนี้ ทางบริษัทจัดหางานจะเป็นผู้รับผิดชอบค่ารถในการเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งแรงงานดังกล่าวมีสิทธิไปร้องทุกข์กับสำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ตั้งอยู่ในภูมิลำเนาของตนเอง เพื่อร้องทุกข์สงเคราะห์จากกองทุนค่าใช้จ่ายค้างจ่าย ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายที่จะต้องได้รับคืนจากบริษัทจัดหางานได้ จากนั้น เจ้าหน้าที่จะส่งให้ส่วนกลางดำเนินการต่อไป สำหรับแรงงานที่ไม่มีญาติ หรือบริษัท มารับนั้น ทางกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน จะจัดรถไปส่งที่สถานีหมอชิตเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป

อุดรธานีภรรยาจี้รัฐช่วยสามีทุกซ้ำภัยแล้งลาม

 จากเหตุการณ์จลาจลที่เกิดขึ้นในประเทศลิเบีย   ส่งผลกระทบต่อคนงานไทย  และทำให้บรรดาญาติพี่น้องของแรงงานไทยในลิเบีย  ทั้งจากนครราชสีมา  กาฬสินธุ์  หนองบัวลำภู  และอุดรธานี  ทยอยขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง  เพราะหวั่นเหตุการณ์ในลิเบียทวีความรุนแรงนั้น

 โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านที่บ้านดงยาง  ต.สุ่มเส้า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี  ที่ยังคงจับกลุ่มพูดคุยสอบถามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของหัวหน้าครอบครัว   โดยนางฉวีวรรณ  ชัยมูล  อยู่บ้านเลขที่ 158 หมู่ 6 ต.สุ่มเส้า  กล่าวว่า สามีตัดสินใจเดินทางไปทำงานที่ประเทศลิเบีย ทันทีที่เก็บเกี่ยวข้าวแล้วเสร็จเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว  เพราะปีนี้ฝนทิ้งช่วงเร็วกว่าทุกปี   ทำให้ประสบปัญหาภัยแล้ง และเพลี้ยกระโดดที่กัดกินต้นข้าว  ทำให้ข้าวในนากว่า 11 ไร่ ที่เคยได้ผลผลิต 70-80 กระสอบ  มาปีนี้ได้ข้าวเปลือกเพียง  11 กระสอบเท่านั้น  ทำให้ตัดสินใจนำที่นาและบ้านไปจำนองกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  สาขาอำเภอเพ็ญ ได้เงินมาจำนวน 130,000 บาท ก็ให้สามีนำไปติดต่อบริษัทที่กรุงเทพ ส่งไปทำงานที่ลิเบีย  ทำได้เพียง 5 เดือน  ส่งเงินกลับมาให้ก้อนแรก เมื่อเดือนมกราคม จำนวน 6,000 บาท  เพียงครั้งเดียว ก็เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นซ้ำอีก  ปีนี้ทุกข์หนักทั้งต้องเจอปัญหาภัยแล้งและการจลาจลในลิเบียซ้ำขึ้นมาอีก

พิจิตรวอนรัฐช่วยสามี-พี่ชายไปทำงานที่ลิเบีย

 นางใบ คุ้ยศรี อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19/1 หมูที่ 8 ต.สำนักขุนเณร อ.ดงเจริญ จ.พิจิตร กล่าวว่า หลังจากที่ประเทศลิเบีย เกิดการจราจล ตนเป็นห่วงนายประกาส คุ้ยศรี สามี และนายจำลอง วงสิงห์ พี่ชายที่เดินทางไปทำงานที่ประเทศลิเบีย ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2553 ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ ผ่านมา ได้รับโทรศัพท์จากนายจำลอง พี่ชายว่า ได้รับความลำบากในเรื่องความเป็นอยู่ ไม่ว่าจะการกินการ อยู่อย่างอดอยาก ซึ่งมีอาหารก็ต้องแบ่งกันกินกับเพื่อน

 "ข้างๆที่พักที่พี่ชายกับสามี พักอยู่นั้น ก็มีการปล้นสะดมภ์ในเรื่องของทรัพย์สิน อาหารการกิน ซึ่งต้องระมัดระวังตัวอย่างหนัก เกรงว่าจะถูกปล้นเหมือนกัน หากให้พวกเขาปล้นไปแล้วก็จะต้องอดอยาก นอกจากนี้ ออกไปไหนมาไหนไม่ได้ เกรงว่าจะไปถูกลูกหลง เนื่องจาก มีทั้งปืน อาวุธต่างๆ เต็มเมืองไปหมด ขณะนี้ขาดการติดต่อ กลัวว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย"นางใบ กล่าว

 นางใบ กล่าวอีกว่า ล่าสุดขณะนี้ตนพยายามติดต่อไปยังนายประกาศ สามีและนายจำลอง พี่ชาย แต่ก็ไม่สมารถติดต่อได้ ไม่รู้เป็นอย่างไรบ้าง ตนรู้สึกเป็นห่วงอย่างมาก อยากให้รัฐบาลเร่งให้การช่วยเหลือ ด้วยการนำตัวพี่ชายและสามีกลับมาบ้าน ส่วนหนี้สิน ซึ่งทั้งพี่ชาย และสามี เป็นหนี้นอกระบบที่ไปกู้ทำงานที่ลิเบีย  กลับมาค่อยพูดกัน ขอให้ทั้งสองปลอดภัยก่อน

ลำปางตั้งศูนย์ช่วยเหลือแรงงานลิเบีย

 นายอธิคม สุพรรณพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศลิเบียของจังหวัดลำปางขึ้นมา เพื่อติดตามช่วยเหลือแรงงานชาวลำปาง ที่เดินทางไปทำงานในประเทศลิเบีย กว่า 600 คน ส่วนใหญ่จะมีภูมิลำเนาอยู่ อ.สบปราบ เถิน เสริมงาม และแม่พริก โดยทางจังหวัดได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่ ติดตามให้ความช่วยเหลือ ดูแลความสะดวก ญาติของแรงงานชาวลำปาง กว่า 150 คน ที่เดินทางมาร้องขอให้ทางจังหวัดติดตามการช่วยเหลือ

 อย่างไรก็ตาม  หากมีญาติเดินทางมาร้องขอความช่วยเหลือ หรือให้ติดตามแรงงานที่เดินทางไปทำงาน ให้ลงทะเบียนไว้และให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน ติดตามข่าวสารในการเดินทางกลับประเทศของแรงงานลำปางว่าเดินทางกลับประเทศไทยทั้งหมดกี่ราย ให้ติดตามสถานการณ์ทุกระยะ และเดินทางกลับประเทศไทยจนครบหรือไม่อย่างไร