ข่าว

ปืนใหญ่แตก
บลูส์ซิวคาร์ลิงคัพ
หงส์เละ-เรือแค่เจ๊า
อูดิฯถล่มแหลก7-0

ปืนใหญ่แตก บลูส์ซิวคาร์ลิงคัพ หงส์เละ-เรือแค่เจ๊า อูดิฯถล่มแหลก7-0

28 ก.พ. 2554

ล็อกถล่ม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ผิดพลาดท้ายเกม ถูก "เดอะบลูส์" เบอร์มิงแฮม ตัดหน้าคว้าถ้วยคาร์ลิง คัพ ด้วยสกอร์ 2-1 ขณะที่ศึกพรีเมียร์ชิพ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล หมดสภาพโดน "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ต้อน 3-1 ส่วน แมนฯซิตี้ สะดุด ได้แค่เจ๊า ฟูแล่ม 1-1 ด้านกัลโช ซีรี

ศึกคาร์ลิง คัพ นัดชิงชนะเลิศที่สนามเวมบลีย์คืนวันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ลงสนามพบ "เดอะบลูส์" เบอร์มิงแฮม ที่สนามเวมบลีย์ โดยเกมนี้ อาร์เซนอล ไม่มี เชส ฟาเบรกาส กับ ธีโอ วัลคอตต์ ที่บาดเจ็บ แต่ได้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี กลับมา ขณะที่ เบอร์มิงแฮม วาง นิโกลา ซิกิช เป็นหัวหอกตัวเดียว


 เกมช่วงแรกเป็น อาร์เซนอล ที่ครองบอลได้ดี นาทีที่ 8 ได้ลุ้นครั้งแรก ซาเมียร์ นาสรี ให้บอล อังเดร อาร์ชาวิน พลิกยิงในเขตโทษบอลไปติดขา เบน ฟอสเตอร์ ออกมา แต่นาทีที่ 28 กลายเป็น เบอร์มิงแฮม ที่ขึ้นนำก่อนจากลูกเตะมุมทางขวา โรเจอร์ จอห์นสัน โหม่งต่อไปหน้าประตู นิโกลา ซิกิช โหม่งเช็ดต่อจากระยะ 3 หลาเข้าไปเป็น 1-0
 จากนั้น อาร์เซนอล กลับมาตั้งเกมของตัวเองได้อีกครั้งนาทีที่ 39 ตามตีเสมอได้ แจ็ค วิลเชียร์ ยิงบอลไปชนคาน อาร์ชาวิน เก็บบอลได้ทางขวาก่อนผ่านมากลางให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ยิงวอลเลย์เข้าไป จบครึ่งแรกเสมอกัน 1-1 ก่อนที่ครึ่งหลังนาทีที่ 57 เบอร์มิงแฮม เกือบจะขึ้นนำอีกครั้ง คีธ ฟาฮีย์ ได้สับไกยิงที่หน้าเขตโทษบอลผ่านมือ วอยเชียช เซสนี ไปแล้ว แต่บอลไปชนเสาออกมา


 ช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของเกม อาร์เซนอล ทำเกมรุกอย่างดุดัน แต่ เบอร์มิงแฮม มี ฟอสเตอร์ ช่วยเอาไว้ได้ จนก่อนหมดเวลา 1 นาที เป็น เบอร์มิงแฮม ที่ได้ประตูชัยอย่างเหลือเชื่อจากความผิดพลาดของ เชสนี ที่ออกมารับบอลในจังหวะที่ โลรอง กอสเซลนี จะเตะบอล ทำให้บอลหลุดไปเข้าทางให้ โอบาเฟมี มาร์ตินส์ ยิงสู่ประตูโล่งๆ เป็นประตูชัยให้ เบอร์มิงแฮม ชนะไป 2-1 คว้าแชมป์ไปครองเป็นสมัยที่ 2
 ขณะที่การแข่งขันพรีเมียร์ชิพ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 6 ออกไปเยือน "ขุนค้อน" เวสต์แฮม โดยเกมนี้ทีมเยือนได้ สตีเฟน เจอร์ราร์ด ฟิตกลับมา รวมทั้ง หลุยส์ ซัวเรซ กลับมาเป็นตัวจริง แต่เกมครึ่งแรกเป็น เวสต์แฮม ที่ต่อบอลทำเกมได้เหนือกว่า นาทีที่ 22 ได้ประตูออกนำ สกอตต์ ปาร์คเกอร์ ยิงจิ้มบอลแบบเล่นทางที่หน้ากรอบเขตโทษเข้าเสาไกลเป็น 1-0
 จากนั้นนาทีสุดท้ายของครึ่งแรกเจ้าถิ่นมาได้ประตูเพิ่ม แกรี โอนีล หลุดไปทางขวาก่อนเปิดมาเสาแรกให้ เดมบา บา โหม่งเข้าไป จบครึ่งแรก เวสต์แฮม นำห่าง 2-0 ทำให้ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล พยายามเปิดเกมรุกหนักจนมาตีไข่แตกได้ในนาทีที่ 84 หลุยส์ ซัวเรซ กระชากหลุดไปทางซ้ายของเขตโทษและผ่านไปเสาสองให้ เกล็น จอห์นสัน ชาร์จเผาขนเป็น 1-2


 แต่แล้วช่วงทดเวลาเจ็บ เวสต์แฮม มาได้ประตูปิดท้ายอีกประตู คาร์ลตัน โคล เบียดเอาชนะ มาร์ติน สเคอร์เทล ก่อนสับไกยิงที่กรอบเขตโทษเข้าทางเสาแรก จบเกม เวสต์แฮม ชนะไป 3-1 มีเพิ่มเป็น 28 แต้ม หนีบ๊วยมาอยู่อันดับ 18 ขณะที่ ลิเวอร์พูล ยังมี 39 แต้ม ตามหลัง เชลซี ทีมอันดับ 5 อยู่ 6 แต้ม แต่ลงสนามมากกว่า 2 นัด
 "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ ส่ง เอดิน เซโก, มาริโอ บาโลเตลลี และคาร์ลอส เตเบซ 3 หัวหอกลงสนามครบ รับการมาเยือนของ ฟูแล่ม และเป็นเจ้าถิ่นที่ออกนำก่อนจากการยิงไกลของ มาริโอ บาโลเตลลี แต่ครึ่งหลัง ฟูแล่ม ตามตีเสมอได้จาก เดเมียน ดัฟฟ์ นาทีที่ 48 ทำให้เสมอกันไป 1-1 สรุปอันดับคะแนน แมนฯ ยูไนเต็ด 60 แต้ม, อาร์เซนอล 56 แต้ม, แมนฯ ซิตี้ 50 แต้ม, สเปอร์ส 47 แต้ม และเชลซี 45 แต้ม


 ด้านศึกกัลโช ซีรีส์ เอ อูดิเนเซ บุกไปยำใหญ่ใส่ ปาแลร์โม ถึง 7-0 โดยได้ประตูจาก อเลกซ์ ซานเชซ คนเดียว 4 ประตูนาทีที่ 19, 28, 42 และ 48 ส่วนอีก 3 ประตูได้จากการทำแฮตทริกของ อันโตนิโอ ดินาตาเล นาทีที่ 10, 41 และ 61
 ผลคู่อื่นๆ คาตาเนีย ชนะ เจนัว 2-1, เชเซนา ชนะ คิเอโว 1-0, โรม่า เสมอ ปาร์มา 2-2, บารี เสมอ ฟิออเรนตินา 1-1, กายารี ชนะ ลาซิโอ 1-0 และ เบรสชา เสมอ เลชเช 2-2 สรุปอันดับคะแนน เอซี มิลาน 55 แต้ม, นาโปลี 52 แต้ม, อินเตอร์ 50 แต้ม, ลาซิโอ 48 แต้ม และ อูดิเนเซ 47 แต้ม