ข่าว

กัดดาฟี่เสียฐานสำคัญทางตะวันตก-ใต้

กัดดาฟี่เสียฐานสำคัญทางตะวันตก-ใต้

28 ก.พ. 2554

พันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี่เข้าตาจนเสียฐานที่มั่นสำคัญในพื้นที่ตะวันตกและทางใต้ให้ฝ่ายต่อต้าน กล่าวหายูเอ็นตัดสินใจจากรายงานของสื่อต่างประเทศ

(28ก.พ.) กระแสกดดันต่อพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย กำลังเพิ่มขึ้นทุกที เมื่อฝ่ายตรงข้ามสามารถบุกยึดเมืองในพื้นที่ตะวันตก ที่อยู่ใต้อำนาจของเขามานาน ขณะที่บรรดาผู้นำโลกพากันเรียกร้องให้เขายุติการปกครองด้วยระบอบกำปั้นเหล็ก

เนวี่ พิลเลย์ ข้าหลวงเพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR แถลงต่อรัฐมนตรีและนักการทูตว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ไม่ควรผ่อนปรนการเฝ้าระวังลิเบีย ในขณะที่ภัยคุกคามต่อพลเมืองยังคงรออยู่เบื้องหน้า
 
UNHCR ระบุว่า เหตุการณ์ความไม่สงบ ที่เกิดขึ้นในลิเบีย ในช่างเกือบ 2 สัปดาห์ก่อน ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 พันคน ก่อให้เกิดวิกฤติด้านมนุษยธรรม ซึ่งมีแรงงานอพยพเกือบ 1 แสนคน พากันหนีออกจากลิเบีย สหรัฐระบุว่า พร้อมให้ความช่วยเหลือฝ่ายต่อต้านพันเอกกัดดาฟี่ ที่เพิ่งจะตั้งสภาแห่งชาติ ในพื้นที่ทางตะวันออกและตะวันตกที่ยึดครองมาจากรัฐบาล และเรียกร้องให้กองทัพช่วยฝ่ายต่อต้านยึดครองกรุงทริโปลี
 
นางฮิลลารี่ คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ได้ขานรับเสียงเรียกร้องของบรรดาผู้นำโลกรวมทั้ง ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า และนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน ของอังกฤษ ให้พันเอกกัดดาฟี่ลงจากอำนาจ นางฮิลลารี่ กล่าวว่า กำลังหารือกันถึงสิ่งที่จะตามมาหลังสิ้นสุดระบอบกัดดาฟี่ ที่ต้องไม่มีการสูญเสียเลือดเนื้ออีก และสหรัฐต้องการให้เขาลงจากอำนาจโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้านออสเตรเลีย กำลังตรวจสอบข้ออ้างที่ว่า ครอบครัวของพันเอกกัดดาฟี่ ได้หอบเงินหลายล้านดอลล่าร์ เข้าไปซ่อนไว้ที่ออสเตรเลีย
 
แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์จนมุม พันเอกกัดดาฟี่ ก็ยังปากแข็งว่า ลิเบียยังคงสงบ ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ และไม่มีเหตุวุ่นวาย ส่วนกรณีที่เสียดินแดนให้กับฝ่ายต่อต้านนั้น เขากล่าวว่า เป็นเพียงแค่คนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ตอนนี้ยอมจำนนหมดแล้ว มีคลิปวีดีโอ ที่เผยแพร่ในยูทู้บ แสดงให้เห็นว่า ซาอิฟ อัล อิสลาม บุตรชายของเขา สะพายปืนไรเฟิล เรียกร้องให้ฝูงชนสนับสนุนบิดาของเขา ผู้สื่อข่าวของ AFP ในเมืองนาลัต ที่มีประชากร 66,000 คน และอยู่ห่างจากทริโปลีกว่า 200 กิโลเมตรนั้น พบว่า ไม่เหลือผู้ที่จงรักภักดีต่อพันเอกกัดดาฟี่อีกแล้ว และผู้ประท้วงตามเมืองต่าง ๆ พากันต้อนรับผู้สื่อข่าว พร้อมร้องตะโกนขับไล่พันเอกกัดดาฟี่

'กัดดาฟี่"จวกยูเอ็นฯชี้ขาดจากข้อมูลสื่อ

เว็บไซต์ CNN รายงานว่า พันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี่ ผู้นำลิเบีย กำลังจนมุมมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกองกำลังรักษาความมั่นคงของเขา ได้แปรพักตร์ไปเข้ากับฝ่ายต่อต้าน ในเมืองที่อยู่ใกล้กรุงทริโปลี ขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ลงมติให้ใช้มาตรการที่แข็งกร้าวและเป็นไปได้ว่าอาจจะดำเนินคดีบรรดาผู้นำลิเบียฐานเป็นอาชญากรสงครามด้วย

 กองกำลังรักษาความมั่นของพันเอกกัดดาฟี่ ได้แปรพักตร์ไปเข้ากับฝ่ายต่อต้านในเมืองซาวิยาที่อยู่ห่างจากกรุงทริโปลี ไปประมาณ 55 กิโลเมตร ซึ่งอาคารบางแห่งในเมืองซาวิยา ยังมีร่องรอยของความเสียหาย รวมทั้งสถานีตำรวจที่เพิ่งถูกเผา พลเรือนติดอาวุธ ได้ขึ้นไปยึดที่มั่นกันบนหลังคา เพื่อเตรียมรับความเป็นไปได้ว่ากองกำลังที่ภักดีต่อพันเอกกัดดาฟี จะกลับมายึดพื้นที่คืน ประชาชนราว 2 พันคน ยังคงประท้วงต่อต้านรัฐบาล บางคนยืนอยู่บนรถถัง หรือไม่ก็ถือปืนต่อสู้อากาศยาน พวกเขาบอกว่า ต้องการโค่นอำนาจรัฐบาล และเรียกพันเอกกัดดาฟี่ว่า" ขูดเลือดขูดเนื้อประชาชน "

 ผู้เห็นเหตุการณ์ บอกว่า เห็นกลุ่มผู้ชุมนุมสนับสนุนรัฐบาลกลุ่มเล็ก ๆ 2 กลุ่ม ที่รัฐบาลจัดตั้งมาตบตาผู้สื่อข่าว ในขณะที่ฝ่ายต่อต้านได้เข้ายึดครองเมืองใหญ่ ๆ หลายเมืองเอาหมดแล้วหลังจากก่อการประท้วงมาหลายสัปดาห์ โดยมีแรงบันดาลใจมาจากการประท้วงที่สามารถโค่นอำนาจรัฐบาลทั้งในตูนิเซียและอิยิปต์

 พันเอกกัดดาฟี่ ได้วิพากษ์วิจารณ์มติแก้ปัญหาของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ออกมาเมื่อวันอาทิตย์ โดยเขาให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ต่อสถานีโทรทัศน์พิงค์ ทีวี ของเอกชนเซอร์เบียว่า คณะมนตรีความมั่นคงตัดสินใจโดยมีพื้นฐานมาจากรายงานของสื่อในต่างประเทศถ้าคณะมนตรีความมั่นคง ต้องการจะรู้เรื่องที่เกิดขึ้น ก็ควรส่งคณะกรรมการค้นหาความจริงเข้าไปในลิเบีย