ข่าว

อ้างเป็นตร.กระทืบอส.มูลนิธิร่วมกตัญญู

อ้างเป็นตร.กระทืบอส.มูลนิธิร่วมกตัญญู

28 ก.พ. 2554

หนุ่มใหญ่อ้างเป็นตำรวจกองปราบฯกระทืบอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ก่อนหัวหน้าอาสาสมัครฯและคู่กรณีจะเคลียร์กันได้

(28ก.พ.) เวลา 00.45 น. พ.ต.ท.วัลลภ ศุภภมร พงส.สบ 3 สน.บางขุนนนท์ รับแจ้งเหตุจากนายพลวุฒิ พิชยะกิจ ไพบูลย์ อายุ 23 ปี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู นามเรียกขานศาลาแดง 29 ว่าถูกชาย2 คน อายุประมาณ 35-40 ปี ผิวดำแดง สูง 170 ซม. สวมเสื้อโปโลคล้ายตร.อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตร.สังกัดกองปราบปรามทำร้ายร่างกายตนและนายเสกสรรค์ เกาะน้ำใส อายุ 28 ปี เพื่อนอาสาสมัครจุดบางกอกน้อย นามเรียกขานรหัส บางกอกน้อย 25 จนเป็นเหตุนายเสกสรร ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลบริเวณใบหน้าได้รับบาดเจ็บทางสมอง
 
 นายพลวุฒิ กล่าวว่า เมื่อเวลา 20.00 น. ของวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะตนออกปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณ รพ.ศรีวิชัย 1 แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย ได้รับแจ้งว่ามีเหตุรถชนที่บริเวณเกาะกลางถนน บริเวณ ซ.นกน้อยระหว่างซอยจรัญสนิทวงศ์ 31/1 กับ จรัญสนิทวงศ์ 33 จึงได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ที่เกิดเหตุพบรถกะบะพุ่งชนเกาะกลางถนนแต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ตนจึงได้เอากรวยมาวางที่บริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อป้องกันอุบัติซ้ำซ้อน ระหว่างนั้นมีชายฉกรรจ์ 2 คน ได้เข้ามาพูดคุยและสั่งให้ตนยกรถกะบะคันดังกล่าวออกจากจุดเกิดเหตุโดยอ้างว่าการจราจรติดขัด ซึ่งตนไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้เพราะกำลังอาสาสมัครไม่เพียงพอ ต้องรอกำลังเสริมทำให้ ชายฉกรรจ์ทั้งสองไม่พอใจพร้อมอ้างตัวว่าเป็นตร.โดยพูดว่า “กรูนี่แหละเป็นตร.เมิงจะทำไม” ”กรูเป็นรอง ผกก.กองปราบ” พร้อมทั้งด่าตนด้วยถ้อยคำหยาบคายด่าว่า”เพราะพวกอาสาสมัครทำให้รถติด” ซึ่งตนก็พยายามชี้แจ้ง แต่ไม่เป็นผล พร้อมทั้งตบเข้าที่ใบหน้าด้านซ้ายตน

 อาสาสมัคร เปิดเผยต่อว่า หลังจากตนได้ถูกทำร้ายร่างกายตนจึงได้วิทยุไปขอความช่วยเหลือกับนายเสกสรรค์ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่เกิดเหตุ พอนายเสกสรรมาที่เกิดเหตุก็ถูกชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าวพร้อมพวกอีก 6 คน ลากตัวเข้าไปใน ซ.นกน้อย ซึ่งตนสังเกตว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ ได้ใช้อาวุธปืนตบเข้าที่หน้าผากพร้อมทั้งรุมกระทืบ และใช้อาวุธปืนจ่อที่ศรีษะไม่ให้ลุก ตนจึงได้วิทยุเพื่อนอาสาสมัครที่อยู่จุดใกล้เคียงมาช่วยนำตัวนายเสกสรรออกไป ก่อนนำส่งรพ.ศรีวิชัย จากนั้นจึงได้เดินทางมาแจ้งความเนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย โดยมีเพื่อนอาสาสมัครกว่า 50 คนมาที่สน.ด้วย พร้อมทั้งทวงถามความยุติธรรม

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่เกิดเหตุได้เดินทางไปยังรพ.ศรีวิชัยก็พบว่าบรรยากาศด้านหน้ารพ.เป็นไปอย่างตรึงเครียด โดยมีอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูกว่า 100 คน ยืนรอยู่ด้านหน้ารพ. ระหว่างที่ผู้สื่อข่าวจะเดินทางเข้าไปตรวจสอบอาการบาดเจ็บของนายเสกสรร ปรากฏว่าได้มีชายฉกรรจ์ใส่เสื้ออาสาสมัครมูลนิธิฯทราบเพียงชื่อเล่นว่าชื่อโจ นามเรียกขาน “โจ ท่าพระ 17” ได้เดินทางมาห้ามผู้สื่อข่าวพร้อมบอกให้รอ โดยให้เหตุผลว่าได้มีการเจรจาอยู่ โดยมีชายอายุประมาณ 35 ปี สวมเสื้อสีขาว ซึ่งเดินเข้ามาพูดคุยกะนายโจเพื่อเจรจาถึงการยอมความ โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าชายชุดขาวเป็นใคร ซึ่งชายชุดขาวตอบว่า“ผมก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง” ก็เกิดการต่อล้อต่อเถียงกับผู้สื่อข่าว พร้อมทั้งขับไล่ผู้สื่อข่าวและอาสาสมัครออกจากรพ.

 หลังจากชายชุดขาวเดินจากไปนายโจได้เดินมาต่อว่าผู้สื่อข่าวว่า “เรื่องจบแล้วให้นักข่าวกลับไป ไม่งั้นจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ และอ้างว่า ทีอาสาสมัครมูลนิธิ ถูกคู่กรณีทำร้ายไม่เห็นมาทำข่าวเลย ทีงี้มาโผล่หัว”จึงเกิดการโต้เถียงระหว่างอาสาฯกับนักข่าว ท่ามกลางอาสาฯจำนวนมากซึ่งไม่เห็นด้วยกับการกระทำของนายโจ จนกระทั่งได้มีการแยกนายโจออกไป

 รายงานข่าวจากอาสาสมัครฯ แจ้งว่า ระหว่างที่เดินทางไปแจ้งความที่สน.บางขุนนนท์ ได้มีนายตร.ท่านหนึ่งไม่ทราบชื่อยศและตำแหน่ง ได้เดินเข้ามาข่มขู่ ไม่ให้แจ้งความ ถ้าแจ้งความจะนำกำลังตรวจจับวิทยุสื่อสารที่อาสาสมัครฯใช้อยู่ ส่วนชายที่อ้างตัวเป็นตร.ที่ร่วมลงมือก่อเหตุมีหน้าที่ดูแลบ่อนการพนันแห่งหนึ่งที่อยู่ภายใน ซ.นกน้อย ซึ่งมีนายตร.ระดับรอง ผกก.สังกัดกองปราบปราม ดูแลบ่อนดังกล่าวอยู่ โดยไม่เกรงกลัวการกฎหมายและนโยบายการปราบปรามอบายมุขประชาภิวัฒน์ของรัฐบาล และนโยบายของผบ.ตร อย่างไรก็ตามทางกลุ่มผู้ก่อเหตุได้เสนอเงินจำนวนหลักแสนเพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีฝ่ายผู้เสียหาย ทั้งนี้ยังไม่ได้รับการตกลงแต่อย่างใด อยู่ระหว่างการเจรจา