
อร่อยรับลมใต้ร่มสะหลีบันยัน
คนไทยโบราณเชื่อว่าหากบ้านไหนปลูกต้นโพธิ์และต้นไทรไว้ประจำบ้าน จะทำให้เกิดความร่มเย็น เพราะร่มโพธิ์และร่มไทร จะช่วยให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข ทั้งยังมีเทพารักษ์อาศัยอยู่คอยคุ้มครองพิทักษ์ปวงชนให้มีความอยู่เย็นเป็นสุข
ซึ่งตามธรรมชาติอาจพบได้น้อยนักที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองนี้จะเจริญเติบโตขึ้นในบริเวณใกล้เคียงกัน แต่สำหรับภายในโรงแรมศิริปันนา กลางตัวเมืองเชียงใหม่ ต้นไม้ทั้งสองพันธุ์นี้กลับเติบโตสูงตระหง่านเคียงคู่กันอย่างสง่างาม และกลายเป็นที่มาของชื่อห้องอาหาร "สะหลีบันยัน" ซึ่งมีความหมายตามภาษาถิ่นล้านนาว่า "ต้นโพธิ์และต้นไทร" นั่นเอง
สะหลีบันยัน ได้แรงบันดาลใจเสมือนนั่งรับประทานอาหารใต้เรือนล้านนา ท่ามกลางแมกไม้นานาพันธุ์ โดยแบ่งเป็น 3 โซนหลัก โซนแรกเป็นกึ่งเอาท์ดอร์ใต้ถุนเรือนล้านนา ถัดมาเป็นโซนเอาท์ดอร์ ซึ่งจะเป็นโซนที่ได้รับความนิยมสุดๆ โดยเฉพาะชาวต่างชาติไม่พลาดที่จะเลือกนั่งชิลๆ กลางสวนสวย แต่หากต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่ว่าจะมาจัดประชุมหรือสังสรรค์เป็นหมู่คณะ เลือกเป็นไพรเวทรูมจะเหมาะมากๆ โซนนี้เป็นห้องแอร์เย็นฉ่ำ สวยเรียบแต่แฝงความหรูหราด้วยวัสดุที่นำมาตกแต่งภายในอย่างเก้าอี้บุด้วยผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายอย่างสวยงาม แถมยังนั่งสบายสุดๆ อีกด้วย
เดินชมบรรยากาศโดยรอบจนน้ำย่อยเริ่มทำงาน เป็นสัญญาณบอกเวลาให้เปิดเมนูสั่งอาหารอร่อยๆ มาลองชิมได้แล้ว โอ้โห...เห็นรายการอาหารแล้วถึงกับตาลายเพราะที่นี่มีอาหารให้เลือกมากมายหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเมืองธรรมดา ฟิวชั่นฟู้ดส์ อาหารยุโรป แถมท้ายด้วยอาหารตามเทศกาล และฤดูกาลต่างๆ อีกด้วย งานนี้เลยต้องอาศัย "เชฟเต๋า" พิรุฬห์ ภูมิคำ หัวหน้าเชฟประจำห้องอาหารสะหลีบันยัน ช่วยแนะนำเมนูเด็ดกันหน่อย
เริ่มต้นด้วยอาหารเรียกน้ำย่อย อย่างพิซซ่าเป็นอันดับแรก แป้งเขาทำสดใหม่ทุกวัน แถมมีให้เลือกหลายหน้าทีเดียว ทั้งพิซซ่าคอตโต้ เป็นพิซซ่าหน้าแฮม โรยหน้าด้วยมอสซาเรลล่าชีส พิซซ่าหน้ามะเขือเทศ ที่เรียกว่ามาการิต้า เหมาะมากสำหรับคนรักสุขภาพ ส่วนคนชอบหม่ำซีฟู้ด ลองสั่งมารินาล่า พิซซ่าหน้าอาหารทะเลที่อัดแน่นไปด้วยกุ้ง หมึก ชิ้นโต๊..โต นอนเรียงรายมาบนแป้งพิซซ่าบางกรอบสไตล์อิตาเลียนแท้ๆ จานถัดมาเป็นเมนูแนะนำอย่าง ซีซาร์สลัด ด้วยสูตรพิเศษของน้ำสลัดซึ่งเป็นท็อปซีเคร็ต แต่การันตีความอร่อยด้วยรสชาติมัน เค็ม กลมกล่อม รับประทานกับผัดสดกรอบๆ เย็นๆ ไม่ผิดหวังจริงๆ
หลังน้ำย่อยทำงานเต็มที่ ได้เวลาของอาหารจานหลัก เชฟเต๋าแนะให้ลอง แกะราดซอสโรสแมรี่ สไตล์อิตาเลียน สั่งคู่กับมันบดและลาตาตุยรสเปรี้ยวเล็กๆ ช่วยตัดรสชาติแกะได้อย่างดี อร่อยลงตัวทีเดียว อีกจานแนะนำซึ่งเหมาะมากสำหรับคนชอบชีสต้องสั่ง สปาเกตตีคาโบนาร่า รสชาติมันกลมกล่อมเพราะเชฟเขาใส่ชีสแบบเต็มที่ไม่มีหวง แต่ถ้าใครกลัวอ้วนล่ะก็ ลองสั่งเมนูเพื่อคนรักสุขภาพอย่าง เพเน่ผัดซอสนโปเลียน ก็อร่อยได้ไม่แพ้กัน...
ลองอาหารต่างชาติมาหลายจาน ก็ให้คิดถึงอาหารไทยขึ้นมาซะงั้น ว่าแล้วสั่งอาหารสัญชาติไทยแท้ๆ ยอดนิยมอย่างผัดไทยมาลองซะหน่อยน่าจะดี...ผัดไทยของที่นี่เป็นแบบฟิวชั่น รสชาติไม่จัดจ้านเผ็ดเล็กน้อยเผื่อชาวต่างชาติจะได้รับประทานได้ด้วย แต่ถ้าเป็นคนไทยแท้แต่โบราณอย่างเราๆ ท่านๆ สั่งเพิ่มความจัดจ้านได้ทันที...เชฟยินดีจัดให้ หลังอิ่มของคาว เชฟหนุ่มคนเดิมแนะให้ลองชิม กล้วยหอมทอดคู่กับไอศกรีมวานิลลา เฮ้ย!! อร่อยจริงๆ ด้วยคร้า..ขอบอก
พูดมากเดี๋ยวจะหาว่าคุย มาเที่ยวเมืองเชียงใหม่เมื่อไหร่ ลองแวะไปชิมกันได้เลย จะได้รู้ว่าอร่อยจริงอย่างที่พูดหรือเปล่า "สะหลีบันยัน" ตั้งอยู่ภายในโรงแรมศิริปันนา เปิดให้บริการตั้งแต่ 6 โมงเช้า ไปจนถึงเที่ยงคืน ถ้าไปไม่ถูก โทรถามก่อนก็ได้ที่ 0-5337-1999 นะคร้า



