ข่าว

 ถ้าไม่เชื่อ“ปัญหา”ก็ไม่มีวัน“สำเร็จ”

ถ้าไม่เชื่อ“ปัญหา”ก็ไม่มีวัน“สำเร็จ”

27 ก.พ. 2554

ระยะหลัง ผมมักจะหาโอกาสไปดูหนังบ่อยขึ้น เพราะเป็นความบันเทิงที่ราคาไม่แพงมากนัก รวมถึงผมมักจะได้ข้อคิดอะไรติดหัว หลังเดินออกจากโรงทุกครั้ง

 ล่าสุด พอจะว่าง ก็เลยชวนกันกับพี่ๆ น้องๆ ไปดู “เดอะ ไรท์” หรือ “คนไล่ผี” เพราะติดใจฝีมือดารารุ่นพ่ออย่างแอนโธนี่ ฮ็อปกินส์ จาก “ไซเรนส์ ออฟ เดอะ แลมป์” ที่กระชากขวัญคนดูอย่างผมในวัยเด็ก

 หนังเดินเรื่องเร็ว แต่ไม่สะดุด เล่าให้เห็นว่าพระเอกเป็นเด็กกำพร้า เติบโตมาจากครอบครัวที่พ่อมีอาชีพแต่งศพ ขลุกอยู่กับโบสถ์และศาสนาคริสต์  

 จนกระทั่งเป็นหนุ่ม เขาเกิดเปลี่ยนใจไม่ต้องการเดินทางสายนี้ตามที่พ่อหวังไว้ รวมถึงไม่ต้องการใช้ชีวิตแบบ “นักบวช” เพราะไม่มีศรัทธา และอยากใช้ชีวิตแบบอื่นที่เชื่อว่าเป็นตัวเองมากกว่า

 แต่ก็ทนรบเร้าจากนักบวชที่มีพระคุณให้ลองไปที่อิตาลีสักสองเดือนเพื่อศึกษาวิชาปราบปีศาจ หรือจะเรียกว่าผีให้เข้าใจแบบไทยๆ ก็ไม่ผิดนัก ก่อนจะตัดสินใจครั้งสุดท้ายว่าจะออกจากชีวิตการเป็นนักบวชจริงๆ

 ทันทีที่ได้เข้าคลาส ความฉลาดของพระเอก ควบคู่กับความสงสัยทำให้เขายังไม่ปักใจเชื่อว่าเรื่องนี้มีจริง จนที่สุดชะตาชีวิตก็ทำให้ได้พบกับนักบวชคราวพ่ออย่างแอนโธนี่ที่ทำหน้าที่ปราบปีศาจ ขับไล่วิญญาณออกจากร่างเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย

 หนังเดินเรื่องไปเรื่อยๆ ฉากแล้วฉากเล่า เขาก็ยังไม่เชื่อ ด้วยเส้นแบ่งของคนที่โดน “ปีศาจ” เข้าสิง กับคนที่ป่วยทางจิตและคิดไปเอง ในสายตาเขาใกล้กันมาก

 จนกระทั่งเกิดเหตุไม่คาดฝัน ปีศาจเข้าสิงแอนโทนี่จริงๆ และเขาเองก็ตกกระไดพลอยโจนต้องสวมบทเป็นพระผู้ขับไล่วิญญาณร้ายให้ออกไป

 หนังเรื่องนี้ต้องการให้คนดูเห็นว่า พระเอกจะปราบปีศาจไม่ได้เลย ถ้าเขาไม่มีความเชื่อก่อนว่า “ปีศาจ” มีจริง

 เพราะถ้าไม่เชื่อ ไม่ศรัทธา ก็จะไม่เกิดพลังที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้ ในหัวก็จะต่อต้านอยู่ร่ำไป

 แล้วธรรมะก็ชนะอธรรมวันยังค่ำ แม้พระเอกจะเชื่อแล้วว่าปีศาจมีจริง แต่พระเอกก็เชื่อในพระเจ้ามากกว่า ด้วยศรัทธาอันแรงกล้านี้ เขาจึงสามารถขับไล่วิญญาณร้ายได้ในที่สุด

 ผมออกจากโรงด้วยความรู้สึกเดียวกันกับพระเอกครับ

 จำได้ว่าเคยมีเพื่อนคนหนึ่งมาปรึกษา เล่าให้ฟังถึงปัญหาการเงินสารพัด ไม่มีเงินออมไม่พอ แถมยังไม่ค่อยพอใช้อีกต่างหาก

 เดือนชนเดือนสำหรับเขานับว่าหรูแล้ว เพราะบางทีไม่ถึงครึ่งเดือนด้วยซ้ำไป ก็ต้องหยิบยืมไปทั่ว แต่โชคดีที่ยังไม่ถึงกับใช้เงินนอกระบบที่ดอกสูงลิบ

 ผมบอกเขาครับ เหตุง่ายๆ เลย เขาใช้เงินเกินตัว เห็นใครมี เป็นต้องมี โดยไม่ได้ดูความสามารถ กำลังทรัพย์ และรายได้ของตัวเอง

 แต่แย่ยิ่งกว่า เขากลับไม่เชื่อว่า ทั้งหมดที่พูดคือสาเหตุของโรคทรัพย์จางของตัวเขา

 สงสัยต้องเอาหนังเรื่องนี้ให้ดูซะแล้ว

 เพราะตราบที่ไม่เชื่อว่าตัวเองมีปัญหา ก็ไม่มีวันที่จะแก้ไขได้หรอกครับ…

ชัยพล กฤตยาวาณิชย์
[email protected]