ข่าว

"ปราบม็อบ"ต้องฝึกโหดพลาด!!...ตกเป็น"ผู้ต้องหา"

"ปราบม็อบ"ต้องฝึกโหดพลาด!!...ตกเป็น"ผู้ต้องหา"

27 ก.พ. 2554

สารพัดม็อบมะรุมมะตุ้มยึดพื้นที่เมืองหลวง ประท้วง เรียกร้องสิทธิ ความยุติธรรม อยู่ทุกมุมท้องถนน...เหล่าบรรดา "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" ต้องเจียดเวลา แบ่งกำลังพล ปรับกลยุทธ์เสริมเขี้ยวเล็บ เพื่อรับมือกับกองทัพประชาชนเหล่านี้ พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บังคับการ

 -กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาปักหลักในกรุงเทพฯ หลายกลุ่ม รู้สึกหนักใจไหม
 ผมมองว่าเป็นหน้าที่ จึงไม่ได้หนักใจอะไร และทุกอย่างที่ตำรวจดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง

 -แสดงว่ามีความพร้อมในการรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมเต็มที่
 อคฝ.มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยในที่ตั้ง อาทิ รัฐสภา ทำเนียบ โดยจะทำหน้าที่คอยป้องกันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมบุกรุกเข้ามาในที่ตั้งของเรา หากกลุ่มผู้ชุมนุมบุกรุกเข้ามาจะปฏิบัติตามแผนกรกฎ 52 ด้วยการใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก ที่สำคัญจะมีการแจ้งเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมก่อนทุกครั้ง ตามกรอบของกฎหมาย อย่างถูกต้องชอบธรรม เป็นธรรม และตรงไปตรงมา

 -มีการปรับกลยุทธ์ ฝึกฝนกำลังพลอย่างไร
 กำลังพลของ อคฝ.มีการฝึกฝนเป็นประจำอยู่แล้ว แต่มีการนำเอาวิดีโอ หรือเหตุการณ์ที่ผ่านมา ทั้งในไทยและต่างประเทศมาศึกษาเพิ่มเติมถึงผลความเสียหายและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับผู้ชุมนุม คือ จะศึกษาแนวทางการควบคุมฝูงชนของนานาชาติ โดยเฉพาะตามหลักสหประชาชาติ หรือ "ยูเอ็น" ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ล่าสุด พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาจัดทำคู่มือตำราการควบคุมฝูงชนตามหลักยูเอ็น โดยให้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา เป็นประธานในการดำเนินงาน ตอนนี้การประชุมคืบหน้าไปมาก เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการทำงาน และลดความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นของทั้งสองฝ่าย

 -จึงใช้ตำรวจหญิงมาควบคุมฝูงชน
 หน่วยปราบจลาจล (ปจ.) หญิง เป็นกองร้อยใหม่ที่ตั้งขึ้นมา เพราะระยะหลังกลุ่มผู้ชุมนุมแต่ละกลุ่มเริ่มใช้สตรีและเด็กมาเป็นโล่กำบัง หรือมาเจรจาต่อรองมากขึ้น และการที่ใช้ตำรวจชายจะดูแข็งกร้าวเกินไป เลยมีการอนุมัติในการตั้ง ปจ.หญิงขึ้นมา 1 กองร้อย ซึ่งพร้อมปฏิบัติการจริงแล้ว หากกลุ่มผู้ชุมนุมใช้สตรีและเด็กมาเป็นโล่บังหน้าในการชุมนุม ก็จะใช้ ปจ.หญิงมาเผชิญหน้า เพื่อลดความแข็งกร้าว และการทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมน่าจะง่ายขึ้น เพราะผู้หญิงจะมีความอ่อนหวาน และเข้มแข็งในคราวเดียวกัน หากต้องใช้อาวุธ ปจ.หญิงก็สามารถทำได้ดุจ ปจ.ชาย เพราะผ่านการฝึกมาเหมือนกัน

 -การฝึกหน่วยปราบจลาจลใช้หลักการฝึกเดียวกับตำรวจชายแดนใต้
 สมัยที่ผมอยู่ที่ จ.นราธิวาส จะฝึกหนักให้ร่างกายมีความพร้อม ก็จะมีความมั่นใจ เพราะการที่ฝึกหนักโอกาสสูญเสีย โอกาสผิดพลาดมีน้อย ผมจึงยึดสโลแกนที่ผมเคยใช้ตอนอยู่ที่ชายแดนใต้ที่ว่า "ฝึกมากตายน้อย ฝึกน้อยตายมาก รักสบายมีโอกาสตายได้ตลอดเวลา" จึงนำข้อดีของการฝึกหนักมาปรับใช้ แม้จะไม่ใช่พื้นที่เสี่ยงที่พลาดพลั้งอาจหมายถึงชีวิต แต่เมื่อมารับผิดชอบที่นี่ หากพลาดขึ้นมาก็มีโอกาสตกเป็นผู้ต้องหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับตำรวจหลายนายมาแล้ว

 -กำลังจะมีกฎหมายควบคุมฝูงชน
 ฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ เมื่อกระทำสิ่งใดก็ต้องมีกฎหมายรองรับในการทำงาน กฎหมายก็เปรียบเสมือนเครื่องไม้เครื่องมือที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้สะดวกขึ้น แต่ตอนนี้กฎหมายควบคุมฝูงชนยังอยู่ในขั้นตอนของรัฐสภา แต่ถ้ายังไม่มีกฎหมายฉบับนี้ ก็อยากจะวิงวอนให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ช่วยกันคิดว่า ช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้สะดวก คล่องตัว ไม่ไปรบกวนสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนได้อย่างไร โดยที่สังคมยอมรับได้และเจ้าหน้าที่ทำงานได้ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ออกไปทำงานแล้วไม่มีใครรองรับเขาเลย เวลาทำงานก็ความมั่นใจ เพราะว่าทำไปแล้วสังคมไม่ปกป้องเขาเลย สุดท้ายต้องกลายเป็นจำเลยของสังคม ตกเป็นผู้ต้องหา ผมว่าสังคมน่าจะมีคำตอบในเรื่องนี้

 -อุปกรณ์พิเศษที่ใช้กับกลุ่มผู้ชุมนุมต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือไม่
 บทเรียนที่เกิดขึ้นมีการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานที่ทั่วโลกยอมรับมากขึ้น อย่างแก๊สน้ำตา หรือเครื่องมือพิเศษเพื่อหยุดยั้งกลุ่มคนที่จะบุกรุกเข้ามาในสถานที่ ซึ่งการรักษาที่ตั้งจะเน้นใช้วิธีแบบขว้าง แทนการใช้แก๊สน้ำตาแบบยิง เพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนออกจากที่ตั้งของเรา
 ทั้งนี้ หน้ากาก แก๊สน้ำตา กระสุนปืนลูกซองยาง ลูกระเบิดควัน แก๊สน้ำตาแบบสเปรย์ ตลอดจนอุปกรณ์ชุดปราบจลาจล ซึ่งมีโล่ หมวก สนับ และสายรัด เพื่อหยุดยั้งผู้ชุมนุมนั้น ไม่ได้เรียกว่า "อาวุธ" แต่เป็นอุปกรณ์พิเศษในการหยุดยั้งไม่ให้ผู้ชุมนุมได้เข้ามาในทำเนียบได้ ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะทำร้ายประชาชน แต่ในฐานะผู้รักษากฎหมายจึงต้องทำไปตามหน้าที่

 -ให้หลักคิดกับเจ้าหน้าที่ผู้ใช้อุปกรณ์เหล่านี้อย่างไร
 ผมย้ำกับลูกน้องเสมอว่า ผู้ชุมนุมก็เป็นประชาชน เป็นเหมือนญาติพี่น้องเรา เพียงพวกเขามีความคิดเห็นแตกต่างกันในเรื่องของการเมือง หรือแนวคิดต่างๆ พวกเราต้องพยายามทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุม และยืนยันในการทำหน้าที่ของพวกเราว่า เพื่อมาดูแลรักษาความปลอดภัยและรักษาความสงบให้พวกเขา ไม่ได้เข้ามาทำร้ายพวกเขา แต่ขออย่างเดียวว่า อย่ามาบุกรุกสถานที่ราชการ หรือมาทำอะไรที่ผิดกฎหมายที่สังคมรับไม่ได้

 -อยากฝากอะไรถึงกลุ่มผู้ชุมนุมบ้าง
 ทุกคนคือคนไทยเหมือนกัน แต่ละคนมีหน้าที่ ตำรวจก็มาทำตามหน้าที่ เพื่อรักษากฎหมาย ไม่คิดที่จะทำร้ายผู้ชุมนุม อยากให้ทุกคนหันหน้าหากัน มาพูดคุยให้เข้าใจ ลดทิฐิของแต่ละฝ่ายลง คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง น้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นที่ตั้ง เพื่อเป็นคนดีของชาติ

 ที่สำคัญ หากทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง แล้วทำหน้าที่ของแต่ละคนให้ดีที่สุด ผมว่าสังคมไทยจะสงบสุข ตราบใดที่พวกเรายังทะเลาะกันอยู่ ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาลงทุน ประเทศไทยมีธรรมชาติที่สวยงาม คนต่างประเทศเขาชอบเขาก็อยากมาเที่ยว แต่เมื่อยังมีภาพการทะเลาะกันเกิดขึ้นในหลายประเทศแบบตอนนี้ คงไม่มีใครอยากจะมาเที่ยว และสุดท้ายเราก็จะเสียโอกาสดีๆ ไป