
กองกำลังกัดดาฟียังเดินหน้าสังหารม็อบ
กองกำลังของพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี ยังคงใช้อาวุธหนักถล่มผู้ประท้วงในทริโปลี สังหารและเก็บศพเพื่อทำลายหลักฐาน ขณะที่ บัน คี มุน บอกความรุนแรงต้องยุติลงได้แล้ว
(26ก.พ.) การปะทะกันระหว่างกองกำลังรักษาความมั่นคงของฝ่ายรัฐบาล กับผู้ประท้วงในกรุงทริโปลี เมืองหลวงของลิเบีย ได้ดำเนินอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันศุกร์ ซึ่งนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวต่อผู้สื่อข่าวว่า ความรุนแรงต้องยุติลงได้แล้ว
แหล่งข่าวในลิเบีย ที่ใช้นามแฝงว่า รีดา เพื่อความปลอดภัย เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า กองกำลังนอกเครื่องแบบติดอาวุธ ได้ยิงสองพี่น้องคู่หนึ่งเมื่อวันศุกร์ ในขณะกำลังประท้วงต่อต้านรัฐบาลและยังสังหารเพื่อนบ้านของพี่น้องคู่นี้ไปอีก 2 คน แต่ปรากฎว่า ได้มีการเก็บศพไปจากถนน และมีการไปลักพาตัวผู้บาดเจ็บจากโรงพยาบาล ที่ไม่รู้ว่าที่ไหน เพื่อปกปิดหลักฐานที่ถือว่าเป็นการก่ออาชญากรรมอย่างชัดเจน นับเป็นสถานการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวที่ไม่มีใครรู้
นายบันได้ประเมินยอดผู้เสียชีวิตว่า มากกว่า 1 พันคน และมีรายงานว่า ในพื้นที่ทางภาคตะวันออกของประเทศ อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลที่ไปเอาอาวุธและกระสุนปืนออกมาจากคลังแสง มีอย่างน้อย 3 เมือง ใกล้กับกรุงทริโปลี ที่กลายเป็นสถานที่ปะทะกันรายวัน ถนนในเมืองหลวงปราศจากผู้คน เพราะหวาดกลัวว่าจะถูกกองกำลังรัฐบาลหรือทหารบ้านยิง ผู้สนับสนุนพันเอกกัดดาฟี่ เข้าตรวจค้นบ้านทุกหลังและจับกุมประชาชน และยังบุกไปสังหารฝ่ายต่อต้านที่บาดเจ็บถึงโรงพยาบาล จากรายงานของสื่อและกลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงผู้เห็นเหตุการณ์ ทำให้น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับขอบเขตของสถานการณ์ความขัดแย้ง ที่มีการสังหารประชาชนอย่างไม่เลือกหน้ายิงแม้กระทั่งผู้ประท้วงโดยสันติ ทรมานฝ่ายต่อต้านและใช้ทหารรับจ้างต่างชาติ
เหยื่อของความรุนแรง ได้รวมถึงผู้หญิงและเด็ก ชาวต่างชาติพลอยติดร่างแหถูกทำร้ายเพราะคิดว่าเป็นทหารรับจ้างของพันเอกกัดดาฟี นายบันได้เรียกร้องให้ประชาคมนานาชาติ ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพื่อคุ้มครองผู้ประท้วงที่ตกอยู่ในอันตราย ขณะที่การอพยพยิ่งวิกฤติขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีประชาชน 22,000 คน หลั่งไหลเข้าไปในตูนิเซีย และอีก 15,000 คน ทะลักเข้าอิยิปต์ ท่ามกลางรายงานว่า ผู้อพยพถูกล่วงละเมิดและข่มขู่ด้วยปืนและมีด นายบัน กล่าวด้วยว่า เขาจะเดินทางไปกรุงวอชิงตัน ดีซี ในวันจันทร์ เพื่อหารือกับประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า
มีรายงานว่า มีการใช้หน่วยซุ่มยิง ที่เรียกว่า สไนป์เปอร์และปืนใหญ่ยิงใส่ผู้ประท้วงในกรุงทริโปลีส่วนผู้เห็นเหตุการณ์อีกคนหนึ่ง เปิดเผยว่า กองกำลังนอกเครื่องแบบได้ยิงปืนและแก๊สน้ำตาใส่เพื่อสลายการประท้วงของฝูงชน



