
สุเทพดักคอ7แกนนำแดงอย่าใช้สถานะส.ส.หนีคดี
"สุเทพ"ดักคอ 7 แกนนำแดงอย่าใช้สถานะส.ส.หนีคดี ไม่หวั่นพท.ยื่นซักฟอกดักคอฝ่ายค้าน ดักคออย่าปั้นเรื่องโกหก ยันไม่ใช้องครักษ์ปกป้องรมต. ชัยไฟเขียว สภาฯ ถก กม.ชุมนุมที่สาธารณะ เสริมเขี้ยว ตร.คุมม็อบ 2 มี.ค.นี้ ด้าน ผบ.ตร. การันตี ตร.ไม่มีอมเบี้ยเลี้
(26ก.พ.) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีแกนนำกลุ่มนปช.7 คนที่ศาลอนุญาตให้ได้รับการประกันตัว เตรียมจะลงสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อให้ได้เอกสิทธิคุ้มครองว่า ยินดีต้อนรับผู้ที่อาสามาเป็นส.ส. เพราะอยากให้มีคนหลากหลายอาชีพและประสบการณ์มาช่วยกันทำงานด้านนิติบัญญัติ แต่ถ้ามาลงสมัครรับเลือกตั้งเพื่อหวังหนีคดี ประชาชนก็จะเห็นว่า มาสมัครเพื่อหนีคดี อาศัยเอกสิทธิการเป็นส.ส.มาคุ้มครองตัวเองให้รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดี ก็คงถูกประชาชนตำหนิ ไม่ให้คะแนน ทั้งนี้การนำ 7 แกนนำมาลงสมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์คงไม่เกี่ยวกับการหวังได้คะแนนเพิ่มจากการมีส.ส.บัญชีรายชื่อเป็น 125 คน เพราะทั้งหมดอยู่ที่ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสิน ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์มั่นใจว่า จะได้คะแนนเสียงอยู่ในระดับดี แต่ไม่ได้ประเมินว่า จะได้เท่าใด อย่างไรก็ตามคงไม่กล้าคุยถึงขั้นว่า จะสามารถตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้
ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุการเสียชีวิตของช่างภาพญี่ปุ่นในเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง มาจากปืนอาก้า ซึ่งไม่ใช่อาวุธของเจ้าหน้าที่รัฐว่า ยังไม่ได้รับรายงานจากดีเอสไอ ทราบเพียงแต่ข่าวจากสื่อมวลชน แต่ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ต้องว่าไปตามหลักฐาน จะติดตามดูเรื่องนี้ต่อไป
ไม่หวั่นเพื่อไทยยื่นซักฟอก
นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์กรณีเป็นหนึ่งในรัฐมนตรีที่จะถูกฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่วางใจว่า คาดการณ์อยู่แล้วว่า ต้องมีการอภิปรายตนและนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับเหตุการณ์การชุมนุมช่วงเดือน มี.ค.- พ.ค.2553 เพราะฝ่ายค้านพยายามบิดเบือนเหตุการณ์ชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลทำผิด แต่เป็นโอกาสดี ที่จะได้ชี้แจงอธิบายข้อเท็จจริง ไม่รู้สึกหนักใจอะไร เพราะเป็นเหตุที่เกิดขึ้นท่ามกลางสายตาสื่อมวลชนและประชาชน ส่วนจำนวนวันที่จะให้อภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องของวิปรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน และประธานสภาผู้แทนราษฎร จะไปประสานงานกัน สำหรับตนจะกี่วันก็ได้ ไม่มีปัญหา เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านพูดได้เต็มที่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ฝ่ายค้านระบุว่า มีข้อมูลใหม่เรื่องการสลายการชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง นายสุเทพตอบว่า ถึงเวลาอภิปรายก็รู้ว่า ฝ่ายค้านจะเอาข้อมูลอะไรมาแสดง ตนไม่หวั่นไหวอะไร ตนจะนำข้อมูลความจริงมารายงานต่อประชาชนและสภาผู้แทนราษฎร โดยงบประมาณที่ใช้ไประหว่างเหตุการณ์ชุมนุมเป็นค่าใช้จ่ายด้านเบี้ยเลี้ยง และอาหารของเจ้าหน้าที่ โดยการอภิปรายครั้งนี้ฝ่ายค้านคงระดมและถล่มทุกอย่างเต็มที่ เพื่อต้องการให้การอภิปรายครั้งนี้มีส่งผลไปถึงคะแนนเสียงเลือกตั้ง แต่จะได้สมใจหรือไม่ ต้องดูการปฏิบัติว่าเป็นอย่างไร ถ้าฝ่ายค้านทำหน้าที่ดี เอาข้อเท็จจริงมาพูด ไม่หยาบคาย ก็ได้คะแนน แต่ถ้าโกหกทั้งเรื่อง ประชาชนก็ตามทัน ยิ่งถ้าพูดจาหยาบคาย กักขฬะ ยิ่งเสร็จ ซึ่งความคาดหวังกับผลที่ได้รับอาจจะต่างกันก็ได้
นายสุเทพกล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้ รัฐบาลไม่จำเป็นต้องตั้งองครักษ์มาปกป้อง คอยประท้วงรัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปราย แต่ที่ส.ส.รัฐบาลต้องประท้วง เพราะฝ่ายค้านชอบอภิปรายผิดข้อบังคับ มีเจตนาใส่ร้ายชัดเจน หยาบคาย ผู้สื่อข่าวถามว่า มีอะไรฝากถึงนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า ไม่มี ตนกับนายมิ่งขวัญชอบพอและคุยกันดี มีลีลาการอภิปรายสนุกสนาน แต่ยาวไปหน่อย ง่วง
ชัยเชื่อการเมืองคลายรุนแรงหลังปล่อย7แกนนแดง
นายชัย ชิดชอบ ปรานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เชื่อว่าหลังจากปล่อยตัวแกนนำนปช.แล้วจะทำให้สถานการณ์การเมืองดีขึ้นเพราะ คนเราเมื่ออัดอั้นตันใจและได้ออกมาระบายความรู้สึกออกมา ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ดี ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะตอนนี้ประชาชนเริ่มเข้าใจแล้ว กลุ่มคนเสื้อแดงก็มีประชาธิปไตย แต่อาจมีบางคนที่มีความคิดเห็นในระบบอะไรบางอย่างที่แตกต่างกันไปได้ ซึ่งคนส่วนใหญ่เขาเข้าใจ
เมื่อถามถึงกรณีที่แกนนำนปช.จะลงสมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย นายชัย กล่าวว่า มีสิทธิ์ ไม่เห็นเป็นไร ถือเป็นการเข้ามาสู้กันในสภา ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีกว่าการไปสู้นอกสภา ดังนั้นควรที่จะเปิดโอกาสให้เขา
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มเสื้อแดงดูเหมือนจะผ่อนคลายการชุมนุมขึ้น ส่วนกลุ่มพันธมิตรฯ ยังชุมนุมอยู่ตรงนี้จะทำอย่างไร นายชัย กล่าวว่า มันคนละชนชั้น เพราะกลุ่มเสื้อเหลืองนั้นชนชั้นหนึ่ง และกลุ่มเสื้อแดงก็อีกชนชั้นหนึ่ง ซึ่งแบ่งหลายชนชั้น เราพูดถึงเสื้อเหลืองไม่ได้ เมื่อถามต่อว่าแล้วจะทำให้อย่างไรให้ชนชั้นเหล่านี้เข้ามารวมกันเป็นประเทศเดียวกัน นายชัย กล่าวว่า เดี๋ยวก็เข้าเอง หมายถึงว่าพอถึงเวลาเลือกตั้งและฝั่งไหนได้เสียงข้างมาก ก็ต้องไปตามกระแส
เมื่อถามว่า พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินสายดำเนินแผนปรองดองต่อในสัปดาห์หน้า นายชัย กล่าวว่า ท่านก็เดินของทางมาโดยตลอด ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ท่านขยันออกไปทำตามที่ท่านคิด ไม่ต้องไปเอาค่าใช้จ่ายกับใคร เพราะท่านพร้อมทุกอย่างแล้ว ท่านทำได้เพื่อบ้านเมืองอยู่แล้ว อีกทั้ง ควรที่จะปรองดองกันทุกพรรคการเมืองจะได้ช่วยกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีการพูดถึงเรื่องการนิรโทษกรรม ตรงนี้ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย จะมีการเสนอร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับพรรคภูมิใจไทย เข้ามาเมื่อไหร่ นายชัย กล่าวว่า ในตัวกฎหมายนั้นก็อยู่ในสภาอยู่แล้ว แต่แค่ยังไม่ได้เอาขึ้นมา เพราะจะต้องเอาเรื่องสำคัญ ๆ ขึ้นก่อน โดยวันที่ 2 มี.ค.นี้ สภาผู้แทนราษฎรจะพิจารณากฎหมายชุมนุมที่สาธารณะก่อน เพื่อเป็นกฎเกณฑ์ ไม่มีใครอยู่เหนือใคร และบ้านเมืองจะได้ใช้กฎหมายได้ถูกต้อง ซึ่งต้องเข้าใจว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ไปจำกัดสิทธิ์ไม่ให้เดินขบวน ตรงนี้ยังสามารถเดินขบวนได้ แต่ต้องกำหนดกฎเกณฑ์วางอะไรต่าง ๆ ให้เป็นมาตรฐาน
เมื่อถามย้ำว่า คาดว่ากฎหมายนิรโทษกรรมจะพิจารณาทันในสัมยประชุมนี้หรือไม่ นายชัย กล่าวว่า กฎหมายนิรโทษกรรมตนเข้าใจว่าในตอนนี้ยังคงไม่เข้าในสมัยประชุมนี้ อาจจะเป็นสมัยหน้า หรือสมัยผู้แทนราษฎรรุ่นใหม่
ไฟเขียวสภาฯถกกม.ชุมนุมที่สาธารณะ
นายชัย เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเรื่อง “ การเสริมสร้างการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแก่ข้าราชการตำรวจ ” รุ่นที่ 15 โดยมีข้าราชการระดับสูง รวมถึงพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. เข้าร่วมด้วย
นายชัย กล่าวตอนหนึ่งว่า ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ใครที่คิดดีก็จะมีความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตและหน้าที่การงาน ตำรวจที่คิดดีก็จะได้เลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น แต่ถ้าใครคิดไม่ดีก็จะมีอันเป็นไป เช่นเดียวกับส.ส. ใครก็ตามที่คิดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ต่อให้อ้างว่าเสียงดีแค่ไหน แต่ถึงเวลากาคะแนนชาวบ้านเขาก็จะกาเบอร์อื่น สุดท้ายคนพวกนี้ก็สอบตก เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโลกนี้มีจริงดังนั้นขอให้ทุกคนคิดดี ทำดี ได้ ล่าสุดกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับตำรวจ 2 ฉบับคือ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ และพ.ร.บ.เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีได้นำขึ้นทูลเกล้าฯเรียบร้อยแล้ว และทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศลงในราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้แล้ว เชื่อว่าตำรวจจะได้รับเงินตกเบิกในเร็ว ๆ นี้
พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. กล่าวถึงการทำหน้าที่ในการดูแลกลุ่มม็อบว่า ในอดีตที่ผ่านมาตำรวจไม่เคยรับเบี้ยเลี้ยงในส่วนนี้ ซึ่งตั้งแต่เดือนมิ.ย.51 เป็นต้นมา ถ้าเป็นตำรวจในกทม.ก็ได้เบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย400 บาท หักค่าข้าว 100 บาท ตำรวจต่างจังหวัดได้เบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย 440 บาทหักค่าข้าว 100 บาท ซึ่งเราไม่มีการอมเบี้ยเลี้ยงแน่นอน ถึงแม้ว่าเราจะมีทั้ง ครื่องมือและบุคคลากรพร้อม แต่ปัญหาคือยังขาดกฎหมายที่ยังไม่สามารถเอามาใช้บังคับได้ เพราะพ.ร.บ.ความมั่นคงเป็นเพียงแค่การควบคุมสถานการณ์ แต่การสลายการชุมนุมจะต้องมีกฎหมายเฉพาะ ทั้งนี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้บรรจุกฎหมายดังกล่าวในระเบียบวาระแล้ว จึงอยากขอให้เจ้าหน้าตำรวจในพื้นที่ช่วยไปพูดกับส.ส. ส.ว.ว่าเรามีปัญหาอะไรบ้างเพื่อให้ช่วยผ่านกฎหมายฉบับนี้
“ผมขอฝากว่าตำรวจเป็นอาชีพที่ทำงานหนัก แต่เงินเดือนน้อย ในสังคมประชาธิปไตย ถ้าตำรวจเรามีเกียรติ มีศักดิ์ศรีเป็นที่ยอมรับของสังคมด้วยการซื่อสัตย์ สุจริต ตำรวจก็จะได้รับการยอมรับจากประชาชน ทั้งนี้ตำรวจจะเป็นกลไกของรัฐไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนเข้ามาบริหารประเทศเราก็จะใช้ความเป็น ความเสมอภาคเท่าเทียมกันเพื่อให้สังคมเกิดความผาสุข ” ผบ.ตร.กล่าว
นายชัย ได้กล่าวตอบว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 2 มี.ค.นี้ จะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.จัดระเบียบการชุมนุมในที่สาธารณะ ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรจะรีบพิจารณา เร่งรัดและแปรญัตติโดยเร็ว เพื่อส่งต่อให้กับวุฒิสภาได้พิจารณา โดยจะขอให้เร่งรัดเพื่อนำออกมาเป็นของขวัญให้กับ ผบ.ตร. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ



