ข่าว

ด.ญ.6ขวบพ่อทิ้งดูแลแม่เป็นมะเร็ง

ด.ญ.6ขวบพ่อทิ้งดูแลแม่เป็นมะเร็ง

26 ก.พ. 2554

น่าเวทนาถูกทิ้งอยู่ตามลำพัง ด.ญ.วัย 6 ขวบดูแลแม่เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองช่วยเหลือตนเองไม่ได้ เพื่อนบ้านสงสารยื่นมือช่วยเหลือ ให้ที่ดินว่างเปล่าปลูกบ้าน และร้านอาหารตามสั่งให้กินฟรี

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายทองสุข โตเส็ง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ว่ามีสองแม่ลูกชีวิตอยู่อย่างน่าเวทนา แม่ป่วยเป็นมะเร็ง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ อยู่ตามลำพังกับลูกสาววัย 6 ขวบ จึงได้ไปตรวจสอบ พบว่าบริเวณที่สองแม่ลูกพักอาศัยอยู่นั้นเป็นห้องพักไม่มีเลขที่เล็กแคบความกว้างยาวด้านละประมาณ 3 เมตร ซึ่งอยู่ด้านหลังห้องแถวเลขที่ 90/8 และ 90/9  หมู่ 3 ต.ท่าโพธิ์ พบสองแม่ลูกอยู่ด้านในตามลำพัง โดยมีสิ่งเครื่องใช้ที่จำเป็นเท่านั้น สอบถามทราบชื่อผู้เป็นแม่ คือ นางฤทัยกาญจน์ มีเมตตา อายุ 30 ปี บ้านเดิมเลขที่ 44/4 ม.3 ต.ท่าโพธิ์ ส่วนลูกสาวชื่อ ด.ญ.นัฐกาญจน์ มีเมตตา อายุ 6 ขวบ ชื่อเล่นน้องการ์ตูน กำลังเรียนอยู่ที่ชั้น อนุบาล 2 โรงเรียนวัดสะกัดน้ำมัน

 นางฤทัยกาญจน์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่ป่วยตนมีครอบครัว มีลูกสาวคนเดียว และมีอาชีพค้าขาย ต่อมาในปี 2551 ตนเริ่มมีอาการผิดปกติ จึงได้เข้าทำการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ปรากฏว่าพบเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ระยะที่ 2 จึงได้ทำการรักษาให้ยาตามที่แพทย์สั่ง กระทั่งอาการดีขึ้นสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติเหมือนเดิม แต่เมื่อช่วงปี 2553 ตนเองเริ่มมีอาการผิดปกติอีกครั้ง เพราะมีตุ่มก้อนเนื้อเกิดขึ้นที่ขาหนีบและลำคอ  จึงได้ไปหาแพทย์ตรวจอีกเป็นรอบที่สอง โดยแพทย์ระบุตนเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองลุกลามจากเดิม จึงได้รับการรักษาซึ่งแพทย์ให้ยาคีโม แต่ได้บอกว่าโอกาสหายเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

 หลังจากตนเป็นมะเร็งรอบสองได้ประมาณ 6 เดือน สามีได้ทอดทิ้งไปมีภรรยาใหม่ โดยปล่อยให้ตนและลูกสาวอยู่ตามลำพัง ในช่วงแรกได้เช่าห้องพักอยู่ แต่หลังจากอาการมะเร็งลุกลามมากขึ้น ทำให้ตนไม่สามารถไปทำงานหาเงินจ่ายค่าห้องได้ เนื่องจากต้องนอนพักรักษาตัวตลอดเวลา ในที่สุดต้องออกจากบ้านเช่า เพราะไม่มีเงินมาจ่ายค่าเช่าห้อง ต่อมามีเจ้าของห้องแถวอีกคน ได้เมตตาให้ตนกับลูกมาพักอยู่ที่ห้องด้านหลัง พอจะเป็นที่หลับนอนไปวันๆ แต่เมื่อสองเดือนที่ผ่านมาตนเริ่มอาการหนัก ไม่สามารถลุกเดินไปไหนได้ เพราะก้อนเนื้อมะเร็งทับเส้นประสาทเท้า แม้กระทั่งจะถ่ายหรือปัสสาวะต้องอาศัยลูกสาวนำไปทิ้ง และทำความสะอาด ส่วนเรื่องอาหารการกินลูกสาวจะเดินออกไปซื้อมาจากร้านหน้าถนนให้กินทุกวัน จนลูกสาวไม่ยอมไปโรงเรียนจะคอยดูแลตนอยู่ที่ห้องตลอดเวลา หากตนเป็นอะไรไปลูกสาวคงต้องให้ตามารับไปเลี้ยงดู  แต่ตอนนี้ตาทำงานอยู่ที่ จ.สงขลา แต่คงไม่ให้ลูกสาวไปอยู่กับพ่อที่ไปมีภรรยาใหม่อยู่ที่ จ.เพชรบูรณ์ เพราะเป็นห่วง  

 นายทองสุข โตเส็ง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ท่าโพธิ์ กล่าวว่า ตนเพิ่งทราบเรื่องแม่ลูกทั้งสองคน จึงได้เดินทางมาดูแล เห็นสภาพแล้วน่าสงสาร เพราะมีกันสองแม่ลูก ส่วนญาติๆก็มีแต่ไม่มีใครให้ช่วยเหลือ แต่พอจะทราบว่าญาติไม่ชอบอดีตสามีของนางฤทัยกาญจน์  จึงไม่ให้ความช่วยเหลือปล่อยตามยถากรรม ตนจึงไปปรึกษาทาง อบต.ท่าโพธิ์ เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีงบหรือเงินช่วยเหลือ ทางเจ้าหน้าที่ต่างรวบรวมเงินส่วนตัวได้ประมาณ 7,000 บาท ได้นำมามอบให้เป็นค่าใช้จ่าประจำวัน นอกจากนั้นยังมีนางแอบ อ้นแจ่ม อายุ 60 ปี ทราบเรื่องของสองแม่ลูกได้บอกผ่านตนว่า นางแอบมีที่ดินว่างเปล่า หากใครจะช่วยเหลือสร้างที่พักอาศัยให้สองแม่ลูกจะให้ที่ดินปลูกบ้านส่วนหนึ่ง

 ส่วนนางยุพิน จำปาตาสี อายุ 41 ปี เจ้าของร้านอาหารตามสั่งเลขที่ 90/8 ม.3 ต.ท่าโพธิ์ กล่าวว่า ตนค้าขายอาหารมานานแล้ว ทุกวัน ด.ญ.นัฐกาญจน์ หรือน้องการ์ตูน จะเดินมาซื้อข้าวไปให้แม่ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งเป็นประจำทุกวัน ตนไม่เคยเอาเงินจากน้องการ์ตูนเลย เพราะสงสารสองแม่ลูก อยากจะกินอะไรก็จะทำให้ และไม่คิดเก็บเงินสองแม่ลูกนี้ นอกจากนั้นร้านของคุณปราณี สุขประเสริฐ ลขที่ 90/9 ซึ่งอยู่ติดกันเป็นร้านขายของชำ เวลาน้องการ์ตูนมาซื้อของใช้ทางร้านก็ไม่เอาเงินเช่นกัน เนื่องจากมีความสงสารเหมือนกับตน เพราะเห็นว่าน้องการ์ตูนเป็นเด็กกตัญญูไม่ไปไหนคอยดูแลแม่ตลอดเวลา