
33คนงานไทยในลิเบียชุดแรกถึงบ้านเกิด
33 คนงานไทยชุดแรกจากลิเบียถึงไทย เผยเหตุประท้วงรุนแรงน่ากลัวถูกปล้นเอาทรัพย์สิน บางรายคว้าได้เพียงเสื้อผ้าไร้สมบัติติดตัว กินขนมปังปะทังชีวิตก่อนข้าวตกถึงท้อง แรงงานไทยรอบสองยังไม่ถึงไทยจนท.เช็ควุ่นหวั่นพลัดหลง
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเวลา 06.59 น. วันที่ 26 ก.พ.กลุ่มคนงานไทยของบ.จัดงานเงินและทองพัฒนา จำกัด ซึ่งเดินทางไปทำงานกับบ. เอสเอ็นจี ลาวารินช จำกัด จำนวน 33 คน ชุดที่ 1 ได้เดินทางจากประเทศการ์ต้า ด้วยสายการบินการ์ต้าแอร์เวย์ เที่ยวบิน คิวอาร์ 612 ถึง ไทยเวลา 06.59 และผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองเข้าสู่ท่าอากาศผู้โดยสารประมาณเวลา 08.00 น.โดยมีนายยุพ นานา ผช.รมต.กระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ และมีการมอบเงินค่าเดินทาง ให้กับแรงงานไทยรายละสองพันบาท หากแรงงานคนใดไม่มีญาติมารอรับ กรมจัดหางาน จะจัดรถตู้บริการส่งไปยังสถานีโดยสาร เพื่อเดินทางกลับภูมิเนา นอกจากนี้จนท.จาก ก.แรงงานยังได้อำนวยความสะดวกด้านการกรอกข้อมูล เพื่อจัดหางานให้แก่แรงงานไทยที่เดินกลับ พร้อมแนะนำ ให้ไปติดต่อยัง สำนักงานแรงงานจว.เพื่อขอรับเงินช่วยเหลือ จากกองทุนช่วยเหลือแรงงานไทยในต่างประเทศที่จะจ่ายให้รายละ 15,000 บาท
นายยุพ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานจะเร่งประสานกับก.ปตท.เช่าเรือไปรับคนงานไทย เพื่อเดินทางกลับประเทศคาดว่าจะใช้เรือประมาณ 2 เที่ยว เพื่ออพยพแรงงาน 4,000 คน ออกมายังท่าเรือใกล้เมือง แบงกาซี ประเทศลิเบียแต่ต้องดูเรื่องความปลอดภัยเนื่องจากถนนหลายเส้นที่จะเดินทางมาท่าเรือถูกปิด และมีปัญหาตั่วเครื่องบินเพราะหลายชาติแยกจองซื้อตั่วเพื่ออพยพคนของประเทศตัวเองออกจากลิเบีย และได้รับรายงานว่า แรงงานไทย 23 คน เดินทางไปกับผู้ประกอบการจากประเทศมาเลเซียได้อพยพไปประเทศตูนีเซียแล้วและอีก 28 คน ที่เดินทางไปทำงานกับผู้ประกอบการชาวจีน ได้อพยพไปกรุงเอเธนส์ และหากสามารถจัดหาตั๋วเครื่องบินได้คนไทยกลุ่มดังกล่าวจะทยอยเดินทางกลับ ในส่วนของกระทรวงแรงงานได้ประสานกับกองทุนช่วยเหลือแรงงานไทยใหนต่างแดนให้เตรียมจ่ายเงินกองทุนเพื่อให้การช่วยเหลือเบื้องต้น คาดใช้เงินประมาณ 270 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือ 18,000 คนโดยประมาณ
นายวันชัย ปั๋นปิน แรงงานจากจว.กำแพงเพชร และนายชุบ เต็งโล่ง อายุ 45 อุบล ให้สัมภาษณ์ร่วมกันว่า พวกตนเป็นแรงงานที่เดินทางไปทำงานก่อสร้างสนามบินเบนกาซี่ ระหว่างเกิดเหตุปะทะสถานการณ์อันตรายมากแต่พวกเราโชคดีที่เจ้านาย ดูแลดีไม่ทอดทิ้ง โดย 33 คนเป็นกลุ่มที่จับฉลาก ได้ลำดับต้น ๆ เจ้านายสั่งให้เก็บของเพื่อเดินทางกลับ เพราะสถานการ์รุนแรงน่ากลัว โดยเฉพาะวันที่ 20 ก.พ. บริษัทได้เช่ารถขนคนงานออกจากแค้มป์แต่รถเสีย ระหว่างทางขึ้นเขาพวกตนต้องแวะนอนข้างทางระหว่างทางไม่มีข้าวกิน มีเพียงขนมปังกับน้ำกินประทังชีวิตและได้กินข้าววันที่ 25 ก.พ.ที่ประเทศอียิปต์ ตลอดเส้นทางอพยพการเดินทางเป็นไปด้วย อันตรายรถถูกปล้น มีมือที่สามแต่ไม่ใช่ทหารหรือผู้ประท้วงแย่งชิงเงินและโทรศัพท์แต่ไม่ทำร้ายคนไทย
นายศิริวัฒน์ ท่าพิมาย แรงงานจากนครราชสีมา กล่าวว่า ดีใจที่ได้กลับบ้านระหว่างเกิดเหตุยอมรับว่ากลัวแต่โชคดีที่จับฉลสากได้ลำดับต้น ๆ จึงได้เดินทางออกมาก่อน ขณะนี้ สภาพความเป็นอยู่ของคนไทยในลิเบียค่อนข้างลำบากการติดต่อสื่อสารใช้การไม่ได้ อาหารก็เหลือน้อยมีเพียงบะหมี่แห้งและอาหารที่คนไทยนำติดตัวไปจากเมืองไทย ระหว่างการอพยพมีเสียงปืนดังสนั่นตอลด โดยเฉพาะที่เมืองโทบุ ระหว่างที่คนขับรถแวะจอดรถเพื่อไปปัสสาวะ ก็มีโจรมาบุกปล้น แต่ไม่ทำร้ายร่างกายและเมื่อมาถึงชายแดนอียิปต์ก็โล่งอกว่าปลอดภัยแล้ว
ทั้งนี้ในการเดินทางมาทำงานที่ลิเบียตนมีค่าใช้จ่ายค่าย 125,000 บาท ทำสัญญาปีต่อปีหากงานไม่เสร็จบริษัทจะต่อสัญญาให้เรื่อย ๆ สำหรับตนทำงานในลิเบีย 2 ปี 3 เดือน ได้รับค่าแรง จนสามารถชำระหนี้เงินกู้ที่จ่ายเป็นค่าเดินทางหมดแล้ว แต่ไม่มีเงินเหลือเก็บ พราะได้ทยอยส่งเงินให้ทางบ้าน 3 เดือนครั้ง
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ประสบความยากลำบากได้อธิษฐานกับโม่เพราะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนนครราชการสีมาเคารพเพื่อให้ปลอดภัย นายศิริวัฒน์กล่าวพร้อมโชว์ภาพย่าโมและผ้ายันต์แดงที่พกติดตัวตลอด
นายวิชัย บุญรักษา 29 ปี จากนครราชสีมา กล่าวว่า สาเหตุที่คนไทยยังตกค้างใลิเบียเราะไม่กล้าออกจากแค้มป์เพราะสถานการณ์รุนแรงมีอันตรายมากไม่สามารถเคลื่อนย้ายคนงานออกมาได้ ช่วงกลางคืนมีทั้งการยิงและการปล้นแค้มป์คนงานบางแห่งถูกเผา มีการปล้นชิงทรัพย์สินทุกอย่าง บางคนไม่มีเวลาเก็บทรัพย์สินส่วนตัวหยิบมาได้ก็เพียงเสื้อผ้า สำหรับตนทำงานในลิเบียเพียง 1 ปี ยังเป็นหนี้อยู่ประมาณ 7 หมื่นบาท เนื่องจากไปกู้เงินมาป็นค่าใช้ในการเดินทาง จำนวน 140,000 บาท หลังจากนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะกลับไปทำงานที่ลิเบียหรือไม่
ด้านนายรอบ หอมนิยม หลังรับเงินช่วยเหลือและกรอกเอกสารแล้วก้ได้แยกตัวไปพบญาติที่จุดนัดพบ และพบกับแม่ภรรยาพร้อมก้มลงกราบสวมกอดและหอมแก้ม และน้ำตาที่ไหลอาบแก้มและกล่าวว่า ตนทำงานในลิเบีย 2 ปี มีตำแหน่งหน.คนงาน เหตุปะทะกันระหว่างทหารและผู้ประท้วงน่ากลัวและรุนแรงมาก การปะทะลุกลามมาถึงแค้มป์คนงาน ระหว่างเกิดเหตุผู้สื่อข่าวมาบันทึกภาพไว้ได้ นอกจากนี้เรายังถูกปล้นรถอาหารแต่มีทหารลิเบียมาช่วย ระหว่างเกิดเหตุไม่คิดว่าจะเอาชีวิตรอดกลับมาได้ แต่ก็ได้แต่นึกถึงในหลวงและขอให้เดินทางกลับได้อย่างปลอดภัย
นางละมัย หอมนิยม 43 ภรรยา นายรอบ กล่าวว่าตนพร้อมญาติ 11 คน เหมารถจากบุรีรัมย์มารอรับสามี ระหว่างเกิดเหตุพยายามติดต่อ นายรอบทั้งวันทั้งคืนแต่ติดต่อไม่ได้ วันนี้ดีใจที่นายรอบปลอดภัยและจะได้เดินทางกลับบ้าน แต่ไม่แน่ใจว่าจะเดินทางไปทงานที่ลิเบียอีกหรือไม่หากเหตุการณ์สงบ
คนงานไทยรอบสองยังไม่ถึงไทยจนท.เช็ควุ่นหวั่นพลัดหลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเกียรติ์ คชเตชะ แรงงานไทยจากประเทศลิเบียที่มีกำหนดเดินทางด้วยสายการบินการ์ต้าแอร์เวย์เที่ยวบินที่คิวอาร์ 614 กำหนดถึงไทยเวลา 11.35 น. แต่เมื่อจนท.กระทรวงแรงงานเข้าไปตรวจสอบเพื่อรอให้การต้อนรับ ปรากฏว่า สายการบินแจ้งว่าไม่มีชื่อผู้โดยสารคนดังกล่าวมากับเครื่องบิน ซึ่งจนท.จะเร่งตรวจสอบ ว่านายเกียรติ์พลัดหลงไปกับสายการบินหรือไม่
อย่างไรก็ตามยังคงมีเที่ยวที่สามคือสายการบิน รอยัลจอร์แดนเนียล อาร์เจ 182 นำคนไทยมาลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ 7 คน เวลา น. ส่วนเที่ยวเย็นเป็นรอบสุดท้ายจะมาด้วยสายการบินการ์ต้าแอร์เวย์ ถึงไทยเวลา 18.30 น. ด้านเที่ยวบิน เวย์ คิวอาร์ 610



