
บ้างาน...ตัวจริง
แทบไม่อยากเชื่อ นายตำรวจหน้าตาคมเข้ม (เหมือนดุ) พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า หรือ "พี่เต๊า" ผกก.สน.บุคคโล ยังจดจำกระจอกข่าวอ้อนแอ้นได้อย่างแม่นยำ ตั้งแต่เมื่อครั้งกระจอกข่าวยังไม่เข้าวงการ (สื่อมวลชน) เป็นเพียงเด็กนักเรียนตัวน้อย
เคยสร้างวีรกรรมหนีเรียนมาปั่นจักรยานเล่น จนมาจ๊ะเอ๋กับ "พี่เต๊าะ" ผู้คอยจับเด็กนักเรียนหนีเที่ยวไปอบรมก่อนแจ้งผู้ปกครองให้มารับตัวไปอบรมต่อ (ฮา)
แหม...พี่เต๊าะ เปิดฉากย้อนความหลังเล่าเรื่องเก่าเคล้าเสียงหัวเราะแบบนี้ เห็นสีหน้าท่าทางลูกน้องหลายคนงุนงง เพราะปกติไม่เคยเห็นผู้กำกับอารมณ์ดีแบบนี้มาก่อน
"พี่เต๊ายังบ้างานเหมือนเดิมหรือเปล่า“ กระจอกข่าวคุ้ยภาพความทรงจำเก่าๆ
"ชีวิตพี่มีแต่งาน เราเป็นคนไม่มีเส้นสาย เรามาจากดิน ถึงเวลาขึ้นก็ขึ้น ถึงเวลาลงก็ลง เป็นตำรวจต้องเป็นได้ทุกสภาพ ความตั้งใจของเรา คือใช้งานเป็นเส้นเท่านั้น“ พี่เต๊าะถ่อมตนเหมือนคนปลงชีวิต
หากให้ไล่เรียงเรื่อง "งาน" ในอดีตของ "พี่เต๊าะ" ก็ไม่ธรรมดา ตั้งแต่รับราชการตำรวจคลุกคลีอยู่แต่ในแวดวงสืบสวนสอบสวน หลังจบจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่น 20 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 36 ก็บรรจุเป็นพนักงานสอบสวนในพื้นที่ สน.บางกอกน้อย สน.ตลาดพลู ก่อนโยกมาเป็นนายตำรวจยศร้อยตำรวจเอก ประจำฝ่ายสืบสวน สน.บางยี่ขัน ขยับไปเป็นสารวัตรสอบสวน สน.นางเลิ้ง โยกมาเป็นสารวัตรสืบสวน สน.บุคคโล, สน.บางรัก จึงขยับเป็นรอง ผกก.กก.สส.น.9, รอง ผกก.กก.สส.น.5, รอง ผกก.สส.สน.บุคคโล และ สน.บางมด แล้วโยกขึ้นเป็น ผกก.สนง.ผบ.ตร.ยุค พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ก่อนไปนั่งเก้าอี้ ผกก.กก.สส.ภ.จว.สมุทรสาคร คนแรกตามโครงสร้างตำรวจใหม่ และย้ายมานั่ง ผกก.สน.บุคคโล อีกครั้ง
ผ่านงานทั้งสืบสวนสอบสวนมาหลายโรงพัก สั่งสมประสบการณ์ตำรวจอาชีพ คลี่คลายคดีใหญ่ๆ ที่ประชาชนให้ความสนใจหลายคดี เช่น คดีฆาตกรรมหั่นศพภรรยายัดถังไว้ 8 ปี ตลอดจนคดีอื่นๆ ชนิดที่เรียกว่า แสวงหาพยานหลักฐานมัดตัวผู้ถูกกล่าวหาแบบดิ้นไม่หลุด
แต่บางเรื่องบางคดี "พี่เต๊า" ยังจดจำเป็นบทเรียนไว้คอยสั่งสอนลูกน้องนักสืบสวนทุกๆ คน นั่นคือ เหตุการณ์ที่ผู้เสียหายพยายามอ้อนวอนให้พนักงานสอบสวนไปติดตามจับคนร้ายลักรถจักรยานยนต์ เพราะผู้เสียหายอุตส่าห์ตามหารถจักรยานยนต์จนพบ แต่พนักงานสอบสวนคนนั้นนิ่งเฉย!!
"พี่เดินไปบอกเขาเลยว่า ผมอยู่ชุดสืบสวนชาตินี้ คุณไม่มีใครตามให้ ผมช่วยคุณเอง พาผมไป รถจักรยานยนต์ของคุณอยู่ไหน จึงได้รับคำตอบว่าอยู่ จ.นครราชสีมา พี่กับลูกน้องและผู้เสียหายนั่งรถยนต์ไปเลย จนกระทั่งจับคนร้ายได้ พี่รู้นะว่าชาวบ้านเขาทุกข์ เราก็รู้สึกทุกข์ด้วย หลายคดีนะ ที่อินกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น พี่รู้สึกสงสาร หากเราไม่ช่วยเขา แล้วเขาจะไปพึ่งใคร" พี่เต๊าะเล่าถึงคดีสะเทือนใจ!?
"พี่เต๊าะยังเหมือนเดิมนะ ไม่ค่อยยิ้มไม่ค่อยหัวเราะ แบบนี้ลูกน้องไม่หวาดผวาพี่เหรอ" กระจอกข่าวสงสัย
“ก็พี่บอกแล้วไง ชีวิตมีแต่งาน เราบ้างาน ลูกน้องเห็นเราทำงานหนัก เขาก็เอาจริงเอาจังกับงาน ก็เลยไม่มีอะไรตลกโปกฮา แต่ไม่รู้สิ คงเป็นบุคลิกพี่ที่เป็นแบบนี้" พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เริ่มลังเลในบุคลิกเคร่งขรึม จริงจัง บ้างานของตัวเอง (ฮา)
แหม!! ถ้าเจอ "ตำรวจบ้างาน" แบบนี้ ...ประชาชนอุ่นใจได้อีกโข!!



