ข่าว

ยูเนสโกรับคำขอทบทวนแผนพระวิหาร

ยูเนสโกรับคำขอทบทวนแผนพระวิหาร

25 ก.พ. 2554

กต.เผยยูเนสโกรับข้อเสนอไทยทบทวนแผนบริหารจัดการพระวิหาร มาร์คเชื่อวงถกมรดกโลกมิ.ย.ไม่คุยแผนพระวิหาร ฮุนเซนชื่นชมอินโดนีเซียช่วยแก้ข้อพิพาท

เมื่อเวลา 15.50 น.วันที่ 25 ก.พ. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายโคอิจิโระ มัตซูระ ผู้แทนพิเศษองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมของสหประชาชาติ หรือยูเนสโก เรื่องปราสาทพระวิหาร ได้เดินทางเข้าพบหารือข้อราชการกับ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ 

ทั้งนี้ภายหลังการเข้าพบ นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศได้เน้นย้ำ 3-4 เรื่อง ให้กับนายมัตซูระ ผู้แทนยูเนสโกได้รับทราบ โดยเริ่มจากการเล่าภาพใหญ่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาว่า ไทยมีแต่ความปรารถนาดี มีความใกล้ชิดทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอยากช่วยสนับสนุนพัฒนาความเจริญของกัมพูชาในบริบทความสัมพันธ์ทวิภาคีและอาเซียน ในการลดช่องว่างในการพัฒนาระหว่างกัน สนับสนุนการเชื่อมโยงระหว่างกันของประเทศอาเซียนเพื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2015 ทั้งนี้เพื่อให้รับทราบถึงความมุ่งมั่นของไทยที่จะพัฒนาความสัมพันธ์กับกัมพูชา และไม่ประสงค์จะดำเนินการใดๆ ที่กระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ

 นายธานี กล่าวว่า ในการดำเนินการแก้ไขปัญหากับกัมพูชา รมว.ต่างประเทศ ได้เน้นย้ำถึงกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ในปัจจุบัน และความคืบหน้าที่มีอยู่ในแต่ละกรอบการเจรจา ทั้งการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีไทย-กัมพูชา หรือเจซี ซึ่งรมว.ต่างประเทศไทยได้ ไปประชุมด้วยตัวเองเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันที่เกิดเหตุปะทะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประชุมเจบีซี ซึ่งก็มีความคืบหน้าในการทำงาน และแม้ว่ารัฐสภาจะพิจารณาบันทึกการประชุมเจบีซี 3 ครั้งที่ผ่านมา และคาดว่าจะนำเข้าสู่การประชุมของรัฐสภาอีกครั้ง รวมถึงมีความคืบหน้าในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปหรือ จีบีซี และการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรืออาร์บีซี ซึ่งเป็นการเน้นย้ำว่ากลไกการหารือทวิภาคีที่มีอยู่นั้นก็มีความคืบหน้ามาโดยตลอด และไทยมุ่งมั่นจะเจรจากับกัมพูชาต่อไปที่ยังมีปัญหาคั่งค้างอยู่

 โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ รมว.ต่างประเทศ ยังได้เล่าภูมิหลังปัญหาของปราสาทพระวิหารว่า มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องสันปันน้ำอย่างไร รวมถึงปัญหาเรื่องแผนที่ ตลอดจนปัญหาที่เกิดขึ้นปราสาทพระวิหารที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยในภาพรวม นายมัตซูระ ได้แสดงความเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้ศึกษาและอ่านถ้อยแถลงของรมว.ต่างประเทศของไทย ที่ได้กล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอสซี และติดตามผลการประชุมรมต.ต่างประเทศ อย่างไม่เป็นทางการ ที่กรุงจาการ์ต้า ซึ่งได้แสดงความดีใจที่เห็นว่ามีความคืบหน้าสืบเนื่องจากการประชุมที่กรุงจาการ์ต้า ที่จะให้ส่งผู้สังเกตการณ์มาอยู่บริเวณชายแดนที่เกิดเหตุเพื่อช่วยติดตามสถานการณ์ โดยหลังจากพบหารือ นายมัตซูระ ก็ได้เดินทางเข้าพบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในเวลา 17.00 น.

 นายธานี กล่าวว่า ทั้งนี้ นายมัตซูระยอมรับว่าภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันการเดินหน้าแผนบริหารจัดการโดยรอบปราสาทพระวิหาร ก็เป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการพิจารณาแผนดังกล่าวจะชะลอไว้ก่อนหรือไม่ โดยนายมัตซูระ จะเดินทางไปเยือนกรุงพนมเปญต่อในวันที่ 27 ก.พ.นี้ โดยการพบครั้งนี้จะเป็นการรับข้อมูลต่างๆ กลับไปประมวลเพื่อรายงานต่อยูเนสโก และคณะกรรมการมรดกโลก และไตร่ตรองว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อลดความตึงเครียดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการขึ้นทะเบียนมรดกโลก ซึ่งเขาต้องทบทวนอีกครั้งหนึ่งโดยเฉพาะการพิจารณาเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของคณะกรรมการมรดกโลก ทั้งนี้ฝ่ายไทยเองก็เคยอธิบายกับยูเนสโกหลายครั้งแล้วว่า ตราบใดเรื่องเขตแดนยังไม่ชัดเจน และตราบใดที่เจบีซียังต้องทำงานเรื่องเขตแดนแผนบริหารจัดการควรต้องชะลอออกไปก่อน

 เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการส่งผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซียไปประจำอยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ฝ่ายละ 15 คน นายธานี กล่าวว่า อินโดนีเซียจะต้องหารือกับไทยในการส่งคณะผู้สังเกตการณ์เข้ามา ทั้งขั้นตอน รูปแบบ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป และในช่วง 3-4 วันนี้ กระทรวงการต่างประเทศ คงจะได้หารือกับฝ่ายทหารอย่างใกล้ชิดเพื่อหารือถึงรูปแบบและแนวทางปฏิบัติ เพื่อจะได้หารือกับฝ่ายอินโดนีเซียต่อไป ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 สัปดาห์ อินโดนีเซียจึงจะสามารถส่งคณะผู้สังเกตการณ์เข้ามาได้ ทั้งนี้ฝ่ายไทยก็อยากให้มาในโอกาสแรก เพราะจะช่วยสร้างความสบายใจให้กับประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการพูดคุยถึงระยะเวลาที่ฝ่ายไทยเสนอให้ชะลอแผนจัดการปราสาทพระวิหารออกไปจนถึงเมื่อไหร่ นายธานี กล่าวว่า ไทยได้ตอกย้ำให้ยูเนสเล็งเห็นว่าตราบใดที่เขตแดนไทยกัมพูชายังไม่มีความชัดเจน การพิจารณาแผนบริหารจัดการก็คงจะเกิดขึ้นไม่ได้ โดยขณะนี้ยูเนสโกตระหนักเห็นแล้วว่า ข้อพิพาทไใทยกัมพูชาเกิดขึ้นจากการที่ยูเนสโกต้องการให้มีการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร และรับข้อเสนอของฝ่ายไทยที่ต้องการให้ชะลอแผนบริหารจัดการประสาทพระวิหารไปทบทวน และประมวลผลจากที่ได้รับฟังจากฝ่ายรัฐบาลไทยและกัมพูชาเพื่อที่จะรายงานต่อที่ประชุมยูเนสโก

 นายธานี กล่าวว่า นอกจากนี้ นายกษิตยังได้เสนอแนวคิดการชำระประวัติศาสตร์ระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งผู้แทนพิเศษยูเนสโกก็ให้การตอบรับและสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว โดยบอกว่าบางประเทศในยุโรป เช่น โปแลนด์ และเยอรมัน ก็มีการชำระประวัติศาสตร์ร่วมกัน โดยมองถึงความร่วมมือและการพัฒนาที่จะมีขึ้นในอนาคต

 เมื่อถามถึงความคืบหน้าที่อินโดนีเซียจะส่งผู้แทนทางการทหารเข้าร่วมสังเกตการณ์ในพื้นที่ชายแดนที่มีการปะทะทั้งฝ่ายไทย-กัมพูชา นายธานี กล่าวว่า ขณะนี้่กระทรวงต่างประเทศได้หารือกับกระทรวงกลาโหมอย่างใกล้ชิดเพื่อสรุปรูปแบบและแนวทางที่จะนำมาปฏิบัติ คาดว่า 3-4 วันนี้จะมีความชัดเจน เพื่อจะนำเสนอต่อประธานอาเซียนเพื่อจัดสรรคณะผู้แทนในการสังเกตการณ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จใน 1-2 สัปดาห์นี้ ทั้งนี้ไทยอยากให้ทหารอินโดนีเซียลงมาในจุดที่มีความขัดแย้งโดยเร็ว เพื่อประชาชนในพื้นที่จะได้สบายใจ

โดยก่อนหน้านี้นายโคอิจิโระได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล

นายกฯเผยผู้แทนยูเนสโกหนุนทวิภาคี

ต่อมาเวลา 17.00 น. นายโคอิชิโร่ ได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหารือถึงแนวทางการจัดการบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ทั้งนี้ใช้เวลาหารือประมาณ 40 นาที โดยมีนายกษิตและผู้เกี่ยวข้องร่วมหารือด้วย

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวภายหลังการพูดคุยกับนายโคอิชิโร่ ว่า ผู้แทนพิเศษได้เดินทางมาที่กรุงเทพฯและจะเดินทางต่อไปที่กรุงพนมเปญ เพื่อจะมีโอกาสรับทราบข้อมูลและมุมมองของทั้ง 2 ประเทศ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหามรดกโลก ซึ่งนายมัตซึมูระ สนับสนุนการใช้กลไกทวิภาคีในการที่จะคลี่คลายสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อป้องกันไม่เกิดความเสียหายต่างๆ แล้วไปกระทบกับเรื่องนี้ ขณะเดียวกันก็ได้รับทราบมุมมองต่อสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นและแสดงเจตนาที่ไม่ต้องการสร้างปัญหาเพิ่มเติม ลดความตึงเครียด จากการหารือกับนายมัตซึมูระมีมุมมองในภาพรวมตรงกันหลายเรื่องแต่คงจะต้องเป็นเรื่องที่จะรับฟังอีกครั้งเมื่อทางผู้แทนพิเศษได้ไปพบกับทางกัมพูชา ทั้งนี้การหารือไม่ได้เน้นเรื่องใดเป็นพิเศษ เป็นการสอบถามถึงมุมมองต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างครอบคลุม

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการหารือครั้งนี้ได้มีการพูดถึงการบริหารจัดการมรดกโลกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้มีการพูดถึงหลักการมรดกโลกอยู่แล้วว่าเมื่อไม่มีเขตแดนที่ชัดเจน การดำเนินการในเรื่องที่จะไปจัดการพื้นที่ในลักษณะดังกล่าว ไม่ค่อยจะสอดคล้องกับความเป็นจริงและหลักการทำงาน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีวิธีการแก้ปัญหาทั้งหมดอย่างไร เพราะการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกก็จะเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้แล้ว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องการที่จะคลี่คลายที่ชัดเจนก่อนจะถึงวันนั้น ซึ่งตนและรัฐบาลก็ได้เชิญ นายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชามาพบ ทางยูเนสโกก็สนบสนุน ดังนั้นก็คงต้องช่วยทำงานหลายฝ่ายเพื่อเป็นทางออก

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรียันยืนยันหรือไม่ว่า ในเดือนมิถุนายนนี้จะมีการประชุมมรดกโลก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประชุม ก็มีประชุมกี่ร้อยเรื่อง ก็เป็นการประชุมปกติ แต่เฉพาะเรื่องนี้คงต้องหาข้อยุติได้ก่อน

 เมื่อถามต่อว่าวิธีการหาข้อยุติดังกล่าวคืออะไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าขณะนี้คงยังไม่เจาะจงว่าจะเป็นอย่างไร ดีที่สุดก็คือสามารถทำให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าควรจะเดินอย่างไร ขณะนี้เป้าหมายตรงกันในเบื้องต้น ก็คือว่าไม่ควรที่จะไปเพิ่มปัญหาความซับซ้อน ความตรึงเครียด กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมาจากการที่กระบวนการทำงานของทวิภาคียังไม่แล้วเสร็จ

 เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกจะไม่มีการหยิบเรื่องแผนบริหารจัดการพื้นที่ปราสาทพระวิหารมาหารือ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับเรา หากการพิจารณาแผนเกิดขึ้นก็จะย้อนไปสู่ปัญหาเดิม เพื่อมั่นใจว่าผลประโยชน์ของทุกฝ่ายไม่สร้างปัญหาและความขัดแย้งเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงต้องแก้ปัญหาในหลายเวที ไมได้เจาะจง อย่างคณะกรรมการเจบีซีก็ทำหน้าที่ไป แต่ความก้าวหน้าของเรื่องต่างๆก็จะทำให้ กลไกของเจบีซีเดินก็จะช่วยลดปัญหาทางด้านอื่น

 เมื่อถามว่า มองว่ากรณีดังกล่าวจะมีผลสรุปอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าเวลานี้ให้ผู้แทนพิเศษไปพบกับทางกัมพูชาก่อน แต่เชื่อว่าทุกฝ่ายต้องการจะเห็นปัญหาคลี่คลายมากกว่าจะซ้ำเติมปัญหา แนวทางก็คงจะช่วยกันหาข้อยุติก่อนเดือนมิถุนายน

 เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจว่านายซกอานจะเดินทางมาหรือไม่และมาในวันใด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้แจ้งให้ทางยูเนสโกทราบว่าได้เชิญนายซกอาน ซึ่งนายซกอานก็รับเรื่องแล้ว แต่ยังไม่มีการกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน ทางยูเนสโกก็จะสนับสนุนให้มีการตอบรับโดยเร็ว เพื่อสามารถเป็นอีกทางหนึ่งในการที่จะพูดคุยเพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลามไปถึงเดือนมิถุนายน ทั้งนี้ยืนยันว่ายูเนสโกสนับสนุน กลไกทวิภาคีต่างๆเหล่านี้ เราก็ต้องรอให้เขามีโอกาสได้คุยกับกัมพูชาก่อน

 เมื่อถามว่า ขณะนี้มีตัวเลือกอะไรที่จะเป็นทางออกบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อย่าเพิ่งพูดไปเลย ขณะนี้ดีที่สุดคือช่วยลดปัญหาก่อน การพูดอาจจะถูกตีความ ขยายความ อาจนับไปสู่ปัญหาที่ซับซ้อน เมื่อถามว่าได้บอกกับยูเนสโกหรือไม่ว่าการพูดถึงเรื่องบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร คือสาเหตุของปัญหา นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ครับๆ ผมพูดชัดเจนครับ"

 “เขาก็รับฟังครับ ผมคิดว่าเขาเข้าใจ ผมก็ได้เล่าให้ฟังเปรียบเทียบตั้งแต่ปี 51 จนถึงปัจจุบัน เราคุยในหลักว่าการจะมีแผนบริหารจัดการในพื้นที่ ซึ่งไม่มีความชัดเจนเขตแดนมันขัดหลักความเป็นจริงและก็ขัดกับหลักซึ่งมรดกใช้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

 เมื่อถามว่า ตัวแทนของยูเนสโกจะเข้าไปดูพื้นที่จากทางฝั่งกัมพูชาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ไม่ครับ เมื่อถามย้ำว่า จะแน่ใจได้อย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงไม่มีความตั้งใจที่จะทำอย่างนั้น และเขาก็ทราบถึงความละเอียดอ่อนของสถานการณ์ เขาบอกไม่มีแผนที่จะไป

ฮุนเซนชื่นชมอินโดนีเซียช่วยแก้ข้อพิพาท

สมเด็จฯ ฮุนเซนนายกรัฐมนตรีกัมพูชาชื่นชมอินโดนีเซียซึ่งแสดงบทบาทสำคัญในการประสานงานเพื่อแก้ไขข้อพิพาททางชายแดนระหว่างกัมพูชากับไทยเมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา และหวังว่าเมื่ออินโดนีเซียครบวาระการเป็นประธานหมุนเวียนของอาเซียนแล้วยังคงจะแสดงบทบาทสำคัญต่อไปในฐานะตัวแทนอาเซียน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

สมเด็จฯฮุนเซนกล่าวว่า ข้อพิพาททางชายแดนระหว่างกัมพูชากับไทยมิอาจยุติภายในเวลาอันสั้น ปี 2012 กัมพูชาจะรับหน้าที่เป็นประธานหมุนเวียนของอาเซียนแทนอินโดนีเซีย ในฐานะคู่กรณี กัมพูชาไม่สามารถเป็นทั้งนักกีฬาและผู้ตัดสินในเวลาเดียวกัน เพราะฉะนั้น ถึงเวลานั้น กัมพูชาจะเสนอให้อาเซียนแต่งตั้งอินโดนีเซียเป็นตัวแทน ช่วยประสานงานในการแก้ข้อพิพาททางชายแดนระหว่างกัมพูชากับไทย

สมเด็จฯ ฮุนเซนยังกล่าวด้วยว่า กัมพูชาและไทยจะเริ่มต้นกลไกการเจรจาใหม่ โดยเสนอให้ทั้งสองประเทศจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีกลาโหมก่อน ส่วนการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศควรรอรัฐสภาไทยมีความเห็นชอบต่อข้อตกลงระหว่างกัมพูชากับไทยแล้วค่อยจัดขึ้น สมเด็จฯ ฮุนเซนเผยว่า การเจรจาครั้งแรกระหว่างกัมพูชากับไทยจะจัดขึ้นที่อินโดนีเซีย ต่อจากนั้น การเจรจาทุกครั้งต้องมีผู้แทนอาเซียนเข้าร่วมด้วย

จีนจะเป็นประธานหมุนเวียนยูเอ็นมีนาคมนี้

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า จีนจะเป็นประธานหมุนเวียนคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติในเดือนมีนาคมนี้ นายหลี่ เป่าตง ผู้แทนจีนประจำสหประชาชาติกล่าวว่า จีนจะยืนหยัดหลักการความยุติธรรม ปฏิบัติงานอย่างจริงจัง และมีประสิทธิภาพสูง ประกันให้การปฏิบัติงานของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อรักษาสันติภาพ และความมั่นคงของโลก