
ลั่นไทยพร้อมเขมรดันวิหารสู่ศาลโลกอีก
"ชวนนท์" ลั่นไทยพร้อมยันข้อมูล หากกัมพูชาดันปัญหาปราสาทพระวิหารสู่ศาลโลก ย้ำยึดอนุสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ปี ค.ศ.1904 ระบุชัดให้เส้นเขตแดนไทย-กัมพูชา บริเวณเขาพระวิหาร เป็นไปตามแนวสันปันน้ำ จับพระเขมรเรี่ยไรเงินคนไทยส่งสร้างวัดเขมร
(25ก.พ.) ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทางการกัมพูชาเตรียมยื่นขอให้ศาลโลกตีความคำพิพากษาเมื่อปี 2505 ว่า กัมพูชามีสิทธิในการยื่นเรื่องได้ ซึ่งทางการไทยได้เตรียมคณะที่จะเดินทางไปต่อสู้คดีไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้ฝ่ายไทยเพลี่ยงพล้ำ
ตนขอยืนยันว่า คำพิพากษาของศาลโลกไม่ได้พิจารณาเรื่องแผนที่ แต่เป็นเรื่องพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ซึ่งเราต้องยืนยันในแง่ของเทคนิคว่าอยู่ตรงไหน อย่างไร แต่ตนยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูว่ากัมพูชาจะขอให้ศาลโลกตีความประเด็นใดบ้าง เนื่องจากคำพิพากษามี 3 ประเด็น สำหรับจุดยืนของไทยยังยึดอนุสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ปีค.ศ.1904 ระบุชัดเจนว่าให้เส้นเขตแดนไทยกับกัมพูชา บริเวณเขาพระวิหาร เป็นไปตามแนวสันปันน้ำ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ไทยใช้อยู่ในคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ไทย-กัมพูชา
ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีนี้จะกระทบต่อการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ไทย-กัมพูชา หรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นคนละเรื่องกัน เพราะเจบีซีเป็นการพิจารณาในกรอบทวิภาคี แต่หากกัมพูชาต้องการให้การขยายความของคำตัดสินเดินของศาลโลกก็ถือเป็นสิทธิที่สามารถทำได้
จับพระเขมรเรี่ยไรเงินคนไทยส่งสร้างวัดเขมร
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สน.หัวหมาก พ.ต.อ.สรรค์หกิจ บำรุงสุขสวัสดิ ผกก.สน.หัวหมาก พ.ต.ท.ธารา เครือละม้าย สว.สส.สน.หัวหมาก พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.หัวหมาก ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายโสคอน อายุ 54 ปี และนายขม อายุ 25 ปี ทั้งสองคนสัญชาติกัมพูชา โดยจับกุมได้ที่วัดเทพลีลา ซอยรามคำแหง 39 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ
พ.ต.อ.สรรค์หกิจ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้รับการประสานจากพระราชปริยัติสุนทร เจ้าคณะเขตบางกะปิ วัดเทพลีลา ว่าเจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนาได้ตรวจพบพระสัญชาติกัมพูชา จำนวน 2 รูป ออกเรี่ยไรประชาชนทั่วไป จึงได้นิมนต์มาสอบสวนที่วัดเทพลีลา โดยเบื้องต้นได้ความว่า พระทั้งสองรูปเป็นพระจากวัดโนนบอน อ.ปงตราด จ.กัมพจน์ ประเทศกัมพูชา เดินทางเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา มาพักอาศัยอยู่ที่วัดตะล่อม ในเขตภาษีเจริญ และออกเรี่ยไรประชาชนจริง พระราชปริยัติสุนทร จึงได้ให้พระทั้ง 2 รูป ทำการสึกจากการเป็นพระ พร้อมทั้งส่งตัวให้เจ้าหน้าที่นำตัวมาดำเนินคดี
ด้านนายขม ให้การว่า พวกตนไม่ได้เดินทางเข้ามาในประเทศพร้อมกัน ต่างคนต่างมา แต่จะมารวมตัวกันออกเรี่ยไรเงินคนไทย โดยก่อนหน้านี้ก็เคยเรี่ยไรเงินอยู่ในในประเทศกัมพูชา แต่ที่เดินทางมาประเทศไทยเพราะเห็นว่า คนไทยใจบุญและมีความเมตตามากกว่า จากนั้นก็จะส่งเงินไปสร้างวัดที่ประเทศกัมพูชา ไม่ได้มีเป้าหมายเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงแต่อย่างใด
พ.ต.อ.สรรค์หกิจ กล่าวด้วยว่า หลังจากได้ประสานงานกับสำนักพุทธศาสนา และเจ้าคณะเขตบางกะปิ ก็ทำให้ทราบว่า ขณะนี้มีพระสัญชาติกัมพูชา จำนวนประมาณเกือบร้อยรูป เดินทางเข้ามาในประเทศไทยมาพักอยู่ในย่านฝั่งธน แล้วออกเรี่ยไรประชาชนจนได้ปัจจัยเดือนละหลายพันบาท จากนั้นก็จะนำเงินที่ได้มาจากการเรี่ยไรโอนเงินไปยังจังหวัดชายแดนไทยเขตติดต่อกับประเทศกัมพูชา ซึ่งอาจทำให้ประชาชนไทยเข้าใจผิดว่า พระที่ออกเรี่ยไรเงินนั้นเป็นพระไทยกระทำการที่ไม่เหมาะสม
เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา เรี่ยไรโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนส่งตัวให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทำการผลักดันออกนอกประเทศ และไม่อนุญาตเข้าและออกในราชอาณาจักรไทยต่อไป



