ข่าว

'กัดดาฟี'โทษ'บิล ลาเดน'บงการม็อบ

'กัดดาฟี'โทษ'บิล ลาเดน'บงการม็อบ

25 ก.พ. 2554

"กัดดาฟี" โทษอัลไกด้ามอมเมายาเสพติดให้วัยรุ่นก่อม็อบในเมืองหนึ่งทางภาคตะวันตก ด้านสำนักข่าวเอพี เผย ภาพเหตุการณ์ในเบนกาซีร์กรุงทริโปลีแทบจะเป็นเมืองร้าง คนไม่กล้าเดินถนนและกลัวถูกลักพาตัว ขณะที่"แรงงานไทย"เกือบ 2 พันคนในลิเบียวอนรัฐเร่งให้ความช่วยเหลือกลั

(25ก.พ.) โมอัมมาร์ กัดดาฟี่ ผู้นำลิเบียออกมาพูดต่อสาธารณชนเป็นครั้งที่ 3 เมื่อวาน นับตั้งแต่ประเทศตกอยู่ในสภาพวุ่นวายสับสน เมื่อประชาชนออกมาประท้วงขับไล่เขาออกจากตำแหน่งในการพูดครั้งล่าสุด เป็นการพูดผ่านทางโทรศัพท์มายังสถานีโทรทัศน์ของทางการลิเบีย

งานนี้ กัดดาฟี่ ได้พูดกับบรรดาผู้ใหญ่ของเมืองอัล ซาวิยาห์ ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงทริโปลีไปทางตะวันตก 50 กิโลเมตรให้ควบคุมดูแลบรรดาเด็กวัยรุ่นทั้งหลาย โดยบอกว่าเด็กวัยรุ่นซึ่งเสพยาที่กลุ่มอัลไกด้านำมาแจกจ่ายให้เหล่านี้ ได้ก่อม็อบ และสังหารตำรวจของเมืองไป 4 นาย

 ปัจจุบัน ที่เมืองแห่งนี้ กำลังมีการต่อสู้กันอย่างหนักระหว่างประชาชนกับทหารและกลุ่มติดอาวุธที่จงรักภักดีกับกัดดาฟี การออกมาพูดของเขา มีขึ้นในช่วงที่การประท้วงขับไล่เขาที่เริ่มจากทางตะวันออกของประเทศ เริ่มขยายตัวเข้าล้อมรอบเมืองหลวง

 กัดดาฟี บอกว่าอัลไกด้า อยู่เบื้องหลังปัญหาที่ลิเบียกำลังเผชิญอยู่ ส่วนเด็กวัยรุ่นก็เสพยายาและมีพฤติกรรมไม่ดี คนที่ติดอาวุธให้กับเด็กวัยรุ่น เป็นคนที่สหรัฐและโลกตะวันตกกำลังต้องการตัว เขาบอกว่าเด็กวัยรุ่นถูกล้างสมอง คนเหล่านี้ถูกบอกให้แสดงกิริยาไม่ดี คนพวกนี้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของบินลาเด็น และยาเสพติด เขาบอกให้ชาวเมืองช่วยกันเอาปืนออกจากมือของวัยรุ่น และจับคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้

 เขาบอกด้วยว่าสถานการณ์ในลิเบียแตกต่างจากอียิปต์หรือ ตูนิเซีย เพราะที่ลิเบียนั้น อำนาจอยู่ในมือประชาชน ประชาชนสามารถเปลี่ยนแปลงอำนาจในแบบที่ต้องการได้ทุกแบบ ตัวเขาไม่มีอำนาจอะไร เพราะได้มอบอำนาจให้ประชาชนไปหมดแล้ว ประชาชนควรต้องรับผิดชอบสำหรับประเทศของตัวเอง ขณะที่ตัวเขาเป็นแค่เพียงผู้นำอำนาจทางด้านศีลธรรมเท่านั้น

 กัดดาฟี่ จบการพูดครั้งนี้ในเวลาแค่ 20 นาที ต่างจากการแถลงครั้งที่แล้วที่ปาเข้าไปกว่า 1 ชั่วโมงโดยในตอนจบ เขาบอกว่าเขาสงสัยว่าบิน ลาเด็นจะจ่ายเงินชดเชยให้กับครอบครัวผู้สูญเสียหรือไม่

 ด้านสถานีโทรทัศน์ AP ได้แพร่ภาพที่ระบุว่าบันทึกโดยช่างภาพสมัครเล่น ที่แสดงให้เห็นการปะทะกันอย่างรุนแรง และการประท้วงที่เมืองท่าเบนกาซี ของลิเบีย โดยภาพที่ถูกระบุว่า บันทึกไว้เมื่อวันจันทร์ ได้แสดงให้เห็นประชาชนวิ่งหาที่กำบังบริเวณข้างถนน ท่างกลางเสียงปืนดังสนั่นที่เกิดจากการยิงปะกันอย่างดุเดือด และยังมีระเบิดเพลิงที่ถูกขว้างใส่รถยนต์ที่กำลังวิ่งเข้ามาอีกด้วย

 ภาพที่ถูกนำเผยแพร่นี้ ยังไม่ได้รับการตรวจสอบว่าเป็นของจริงหรือไม่ แต่ถูกระบุว่า ได้รับผ่านทางนายจอร์จ ซูโคเมล ชาวแคนาดาจากคอลลิ่งวู้ด ออนตาริโอ ที่ทำงานอยู่บริษัทก่อสร้างของเยอรมนีชื่อ อาร์คาดิส และเพิ่งจะได้รับการอพยพออกจากลิเบียโดยเรือของตุรกี ซึ่งนายซูโคเมล บอกว่า มีคนให้เขานำวิดีโอชุดนี้ออกนอกลิเบีย ซึ่งคนที่ถ่ายทำวิดีโอชุดนี้ ได้อธิบายเหตุการณ์ปะทะเดือดที่เกิดขึ้นว่า มีหลายศพห้อยจากเสาไฟฟ้า และพวกทหารบ้านก็ขับรถบรรทุกศพไปทั่วเมือง ส่วนบ้านพักและสำนักงานของบริษัทอาคาร์ดิส ในเบนกาซี ได้ถูกบุก ส่วนรถยนต์และอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์จำนวนมาก ถูกปล้นไปจนหมด

 ด้านคณะแพทย์ของโรงพยาบาลสนามที่จตุรัสมาร์ไทร์ ในเมืองซาวิยา เปิดเผยในวันนี้ว่า มีผู้เสียชีวิต 17 คน และอีก 150 คน ได้รับาดเจ็บ ตอนที่กองกำลังฝ่ายรัฐบาลถล่มเมือง และว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจะสูงกว่านี้ ทหารฝ่ายรัฐบาลที่ถูกจับได้ 6 นาย สารภาพว่า พวกเขาได้รับแจ้งว่า เมืองซาวิยาตกอยู่ในมือของกลุ่มติดอาวุธอาหรับ และเป็นหน้าที่ของพวกเขาที่ต้องปลดปล่อยเมืองนี้พวกทหารยอมรับว่า ได้รับการชี้นำผิด ๆ ทำให้พวกเขาต้องมาต่อสู้กับคนชาติเดียวกันเอง

 การประท้วงที่ดำเนินมา 10 วัน ได้ส่งผลให้พันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี่ ต้องสูญเสียการควบคุมพื้นที่ทางตะวันออก และสมาชิกในรัฐบาลของเขาหลายคน พากันแปรพักตร์ ทั้งยังเผชิญกับกระแสกดดันจากนานาชาติครั้งใหม่ โดยเมื่อวานนี้ สวิตเซอร์แลนด์ได้สั่งอายัดทรัพย์สินของเขาและคนใกล้ชิดแล้ว

 สำนักข่าว CNN ระบุว่า ในขณะที่มีรายงานว่า ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลสามารถยึดเมืองเบนกาซีเมืองมิสราตา และอัซ ซินตัน เอาไว้ได้นั้น แต่ในกรุงทริโปลี ที่เมืองหลวง ยังคงมีการยิงใส่ผู้ประท้วงจนแตกกระเจิง เมื่อวันพฤหัสบดี จนกลายเมืองร้าง ประชาชนไม่กล้าออกไปเดินตามถนน ไม่กล้าแม่แต่จะโผล่หน้าต่างออกไปดูเหตุการณ์ และไม่กล้าพูดคุยกับผู้สื่อข่าวมีบางคนบอกว่า พยายามซ่อนตัว หลังมีข่าวการลักพาตัวเกิดขึ้นที่บ้านหลายหลัง

 ขณะที่ นายยุทธนา วิทย์อุปสัย คนงานไทยในลิเบีย ให้สัมภาษณ์ทางเนชั่น ทีวี ว่า ตนยังไม่ได้รับข่าวที่ชัดเจนว่าจะมีการเคลื่อนย้ายเมื่อไหร่เพราะเนื่องจากการติดต่อสื่อสารในลิเบียตอนนี้ไม่ค่อยสะดวก คนงานจำนวน1,164 คน ซึ่งทุกคนมีความจำนงที่จะเดินทางกลับประเทศไทยแต่ในขณะนี้ได้รอคอยการประสานงานจากท่านทูต ซึ่งคนงานทั้งหมดตอนนี้อยู่ที่เมืองคาคูล่า ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณพรมแดนตูนิเซียน่าจะไม่เกิน 300 กิโลเมตร 

 นายยุทธนา กล่าวถึงการเคลื่อนย้ายคนงานไทย ว่า ตนยังไม่เห็นรถบัสขนาดใหญ่ที่จะสามารถบรรจุคนได้ 80 ที่นั่ง ตนเคยเห็นนั้นมีเพียงรถที่บรรจุคนได้ 25ที่นั่ง โดยถ้าคนประมาณ 200 คนต้องใช้รถจำนวนมากในการเคลื่อนย้าย อีกประเด็นหนึ่งคือแคมป์งานในบริษัทสตาบั๊ค ที่อยู่ใกล้เคียงกันมีคนงานไทยอยู่ประมาน 91 คน โดยทางตนได้ติดต่อกับคนไทยที่แคมป์ได้รับแจ้งว่าแคมป์งานได้ถูกไฟเผาจากเนื่องจากปล้นสดม ซึ่งตอนนี้พวกเขายังลำบากอยู่มากและเราไม่สามารถที่จะเข้าไปช่วยเหลือได้ เนื่องจากนโยบายของทางบริษัทตนนั้นต้องการที่จะป้องกันคนจากบริษัทตนไว้ก่อน โดยตนแนะนำให้เคลื่อนย้ายคนในช่วงกลางวัน เนื่องจากเมื่อวานนี้เกิดลมฝนแรงมาก ฝนตกทั้งวัน ซึ่งกลางคืนคงไม่สะดวกที่จะเดินทาง อีกประการที่อยากจะแนะนำคือถ้าทางกระทรวงแรงงานสามารถติดต่อไปยังบริษัทแม่ของทางบริษัทเราที่ประเทศมาเลเซียได้ ทางที่มาเลเซียอาจติดต่อมายังผู้บริหารที่ลิเบีย ซึ่งเรามีการจัดการเรื่องรถที่จะสามารถรับส่งคนงานที่จะไปติดต่อหรือเคลื่อนย้ายได้
 
 นายสุธรรม  นทีทอง โฆษกกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า จะเดินทางไปยังประเทศลิเบียคืนนี้ ซึ่งเป้าหมายแรกจะเดินทางไปที่เมืองคาคูล่า และบริเวณชายแดนประเทศตูนิเซีย ซึ่งใน 1 - 2 วัน และได้ทำการประสานงานกับท่านทูตไทยประจำประเทศลิเบียในการอพยพจุดที่สามารถอพยพได้สะดวก เพราะทางเราได้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ซึ่งทางเรากำลังดำเนินการวางแผนอยู่ ซึ่งบังเอิญว่าเมืองนี้ยังมีเมืองที่กั้นกลางอยู่บริเวณนั้นอีกเมืองหนึ่งซึ่งได้มีปัญหาเรื่องกองกำลังไม่ทราบฝ่ายชอบปล้นขบวนรถที่ผ่านไปมา ซึ่งทางเรากำลังวางแผนเส้นทางว่าจะอ้อมไปยังจุดอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าวอย่างไร เพราะเป้าหมายของทางรัฐบาลก็คือต้องการให้แรงงานไทยทุกคน 30,000 กว่าคนปลอดภัย ร้อยเปอร์เซ็น ซึ่งในตรงจุดที่ทางคนงานไทยคิดว่าอยู่แล้วเสี่ยงและมีความต้องการที่จะกลับเมืองไทยนั้นทางเราได้มีความพยายามที่จะนำกลับมาให้ได้ แต่ต้องอยู่ในสภาวะเงื่อนไขที่จะต้องเดินทางอย่างปลอดภัย เพราะไม่อยากให้เป็นเหมือนบางประเทศที่ถูกยิงเราจะพยายามดูเส้นทางที่ปลอดภัยและพยายามพิจารณาการเคลื่อนย้ายอย่างรอบคอบ  อีกประเด็นหนึ่งคือเรื่องเสบียงที่ทางแรงงานไทยขาดแคลนนั้น ทางกระทรวงได้ประสานงานไว้แล้วแต่ยังคงต้องคำนึงถึงความเสี่ยงทีจะถูกปล้นสดมระหว่างทาง  เนื่องจากจะต้องนำเข้าไปเป็นจำนวนมากแต่อย่างไรก็ดีทางเราก็จะประเมินสถานการณ์ว่าในจุดไหนที่จะมีอาหารสำรองอยู่กี่วัน หรือว่ามีส่วนไหนที่อาหารหมดเราก็จะพยายามเข้าไปช่วยเหลือก่อน

 เรื่องของการประสานงานเคลื่อนย้ายคนงานไทยนั้นนายสุธรรม  กล่าวต่อว่า จะเริ่มเข้าสำรวจเส้นทางก่อนว่าเส้นทางที่จะต้องผ่านในแต่ละเส้นนี้มีปัญหาหรือมีประวัติในเรื่องของการที่จะถูกยิงโดยกองกำลังไม่ทราบฝ่ายหรือไม่หรือว่าจะโดนลูกหลงที่จะผ่านเส้นทางที่อันตรายหรือไม่เราจึงพิจารณาในส่วนนี้ก่อน  ส่วนเรื่องหลังจากที่ดูเส้นทางปลอดภัยแล้วเราก็จะดำเนินการอพยพเคลื่อนย้ายเป็นขบวนพร้อมๆกัน เพื่อที่จะได้ดูแลเรื่องความปลอดภัยซึ่งกันและกัน และเพื่อจะได้แจ้งให้ทางฝั่งที่เกี่ยวข้องว่าเราไม่ใช่ทั้งทางฝั่งที่ประท้วงและทางฝั่งทหาร เพราะถ้าในกรณีที่บางครั้งไม่ได้มีการประสานงานที่เกิดขึ้นอาจทำให้ทั้ง2ฝ่ายเข้าใจผิดและยิงเข้าใส่ได้ โดยทางเราได้แจ้งไปยังแต่ละแคมป์งานแล้วว่าอย่าออกจากพื้นที่เนื่องจากข้างนอกอันตรายปัญหาที่เกิดขึ้นนี้มีความรุนแรงมากซึ่งอาจทำให้โดนลูกหลงได้ เพราะฉะนั้นถูกต้องแล้วที่คนงานไทยยังอยู่ในพื้นที่และทางเราจะทำการประสานติดต่อไป โดยอีกเส้นทางหนึ่งเราจะนะเรือไปขนโดยตั้วไว้ว่าจะขนได้ 2 รอบรอบละ 2,000 คน ซึ่งถ้าอยู่ห่างจากถ้าเรือ 25กิโลเมตรก็อาจจะมีการรวมตัวกันที่บริเวณท่าเรือซึ่งจะทำการนัดหมายอีกครั้ง ซึ่งในเรื่องของการประสานงานรักษาความปลอดภัยนั้นทางสถานทูตจะเป็นผู้ดำเนินการในรื่องนี้้้้้้

นายสุธรรม กล่าวต่อว่า คนงานไทยที่เคลื่อนย้ายไปแล้วนั้นได้เคลื่อนย้ายไปที่ ประเทศตูนีเซียแล้ว2 คณะ จำนวน 600 คนและอีกคณะหรึ่ง 700 คน และได้การเคลื่อนย้ายไปยังอียิปอีก530 คน ซึ่งทางเราได้มีประสบการณ์ในการเคลื่นย้ายบ้างแล้วโดยจะเร่งเคลื่อนย้ายให้เร็วที่สุดซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนย้ายไปทางเรือน่าจะใกล้ที่สุด