
ทำไม ?
ไม่น่าเชื่อเพียงแค่ สุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศว่า ไม่เกิน 3 วัน น้ำมันปาล์มจะต้องถึงมือประชาชน แต่ในความเป็นจริง เพียงแค่ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็เห็นแล้วว่า น้ำมันปาล์มเริ่มมาวางตามชั้นเหมือนที่มันเคยมีก่อนหน้านี้
เสกมาได้แบบเห็นๆ !
ราวกับว่า สุเทพ มีวาจาสิทธิ์
แต่ในมุมมองของชาวบ้านร้านตลาดเขาคงจะไม่มองกันอย่างนั้น
เพราะเขาเชื่อว่า น้ำมันปาล์ม ไม่ได้หายไปไหน แต่ที่มันไม่มีตามชั้นในร้านค้า หรือร้านสะดวกซื้อ เขาเชื่อว่าน่าจะมีไอ้โม่ง "อม" หรือสั่งใครอมเอาไว้เพื่อรอราคาที่สร้างผลกำไรสูงสุด
แล้วก็ช่วยไม่ได้ที่เขาจะเชื่อว่า ผู้มีอำนาจก็รู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร
โดยเฉพาะ สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็น่าจะพอรู้ ถึงได้กล้าการันตีว่าน้ำมันต้องมีภายใน 3 วัน
สุเทพ เทือกสุบรรณ อาจจะไม่รับรู้กับขบวนการกักตุน แต่ก็น่าเชื่อว่า สุเทพ เทือกสุบรรณ อาจจะรู้ว่า หรือมีช่องทางที่จะลากคอไอ้โม่งที่กักตุน จนทำให้กลไกตลาดบิดเบือนออกมาได้
ซึ่งความจริงแล้วคนประเภทนี้ไม่ควรที่จะให้อภัย ไม่ควรประนีประนอม เพราะถือว่า เอาความเดือดร้อนของชาวบ้านเป็นตัวประกันมาค้ากำไร
คนที่ทำอย่างนั้นทำร้ายคนไทยทั้งประเทศได้ มันไม่ควรจะญาติดี หรือพูดคุยกันอย่างปกติอยู่แล้ว มีแต่จะหาช่องทางกฎหมายลากคอมาจัดการเพื่อไม่ให้มีโอกาสไปทำร้ายใครได้อีก
แต่ที่จะต้องทำอย่างเร่งด่วนก็คือ ส่วนของกลไกรัฐที่ดูแลปัญหานี้ ที่ไม่รู้ว่า ปล่อยปละละเลย หรือไม่เข้าอกเข้าใจ หรือว่ารออะไร ถึงได้ทำให้เกิดปัญหาน้ำมันพืชขาดแคลนได้ทุกประเภทในคราวเดียวกัน
เรื่องนี้ สุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องมีคำตอบให้แก่ประชาชน
จะไปไล่เบี้ยเอาที่กระทรวงพาณิชย์ อคส. ยาวไปถึงกระทรวงเกษตรฯ ถ้าจำเป็นก็ต้องทำ
เพราะนี่คือหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงของคนเหล่านั้น และต้องยอมรับว่า ความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดขึ้นจากกรณีนี้เกิดขึ้นจากความผิดพลาดในการทำงาน
ถึงแม้ว่ากระทรวงเหล่านั้นจะมีเจ้ากระทรวงเป็นคนจากพรรคร่วมรัฐบาล แต่เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นขนาดนี้แล้ว ก็จำเป็นต้องทำ
เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว คนที่จะต้องรับผิดชอบต่อความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นก็ต้องเป็นตัว สุเทพ เทือกสุบรรณ
ที่ว่าเดือดร้อนโดยไม่จำเป็นนั้น น่าจะเข้าใจ เพราะในเมื่อ "สั่ง" น้ำมันปาล์มมาได้ ก็เท่ากับว่า มันไม่ได้หายไปไหน เมื่อไม่หายไปไหน แล้วทำไมถึงปล่อยให้ชาวบ้านเดือดร้อน ?
ศรายุทธ สายคำมี [email protected]



