ข่าว

เปิดขุมกำลังเบื้องหลังระบอบกัดดาฟี

เปิดขุมกำลังเบื้องหลังระบอบกัดดาฟี

25 ก.พ. 2554

ท่ามกลางวิกฤติทางการเมืองในลิเบีย ที่ประชาชนลุกฮือเข้ายึดเมืองทางตะวันออกของประเทศ และประกาศลั่นว่าจะเข้าปลดปล่อยกรุงตริโปลีจากการควบคุมของรัฐบาลที่นำโดยพันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี ประธานาธิบดีที่อยู่ในตำแหน่งนานถึง 42 ปี

และมีข่าวหลายกระแสยืนยันว่าทหารบางหน่วยในกองทัพได้เปลี่ยนขั้วมาอยู่ข้างเดียวกับผู้ประท้วงแล้ว แต่ดูเหมือนว่าพันเอกกัดดาฟียังไม่หวั่นวิตกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจหมายความได้ว่าพันเอกกัดดาฟียังคงมีความมั่นใจต่อขุมกำลังที่หนุน "ระบอบกัดดาฟี" อยู่เบื้องหลัง

 ผิดไปจากกรณีการประท้วงขับไล่ผู้นำในประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศอียิปต์ และตูนิเซีย ที่ผู้นำต้องถอดใจลาออกจากตำแหน่งเมื่อเผชิญกับแรงต้านจากประชาชนในระดับเดียวกัน นั่นเพาะลิเบีย มีปัจจัยที่แตกต่างไปจากอียิปต์กับตูนิเซีย ที่มีกองทัพซึ่งคอยถ่วงอำนาจและชี้ชะตาว่าผู้นำประเทศจะนั่งอยู่บนหอคอยงาช้างได้อีกต่อไปหรือไม่

 ขณะที่ลิเบียมีขุมกำลังเครือข่ายกองกำลังกึ่งทหาร กองกำลังภายใต้ชื่อ "คณะกรรมาธิการปฏิวัติ" จากกลุ่มผู้สนับสนุน ผู้นำชนเผ่า และทหารรับจ้างที่นำเข้าจากต่างประเทศ อยู่เบื้องหลังบัลลังก์อำนาจพันเอกกัดดาฟี

 ในความเป็นจริงกองทัพลิเบีย มีสถานะใกล้เคียงกับกองกำลังสัญลักษณ์เท่านั้น แม้จะมีกำลังพลประมาณ 4 หมื่นนาย แต่เป็นกำลังพลที่ไม่ได้ผ่านการฝึกฝน และติดอาวุธธรรมดาๆ ไม่ได้รับการดูแลมากนัก เป็นไปตามกลยุทธ์ของพันเอกกัดดาฟีที่ใช้เพื่อขจัดความเสี่ยงจากการก่อรัฐประหารยึดอำนาจโดยฝ่ายทหาร ซึ่งเป็นบันไดสู่เก้าอี้ผู้นำที่พันเอกกัดดาฟีเคยใช้ในการโค่นอำนาจกษัตริย์อิดริส ที่ปกครองลิเบียเมื่อ 42 ปีที่แล้ว

 ผู้นำลิเบียให้ความสำคัญกับหน่วยความมั่นคงภายใน ที่มีลักษณะคล้ายกับตำรวจลับ "สตาซี" แห่งเยอรมันตะวันออก หรือ หน่วย "เซ็คเคียวริตาเต้" แห่งโรมาเนียในยุคจอมเผด็จการนิโคไล เชาเชสคู ขึ้นครองประเทศ โดยเป็นกองกำลังที่มีทรัพยากรพรั่งพร้อมและมีความโหด ทำให้ประชาชนไม่กล้าวิจารณ์รัฐบาลในที่สาธารณะเพราะเกรงว่าจะเข้าถึงหูของตำรวจลับเหล่านั้น และตนเองจะได้รับความเดือดร้อน

 ก่อนหน้านี้พันเอกกัดดาฟีได้มอบหมายให้บุตรชายเข้ามากำกับดูแลหน่วยความมั่นคงภายใน แต่ในปัจจุบันพันเอกกัดดาฟีได้มอบหมายให้นายอับดุลเลาะห์ เซนุสซี ลูกเขย เข้ารับผิดชอบหน่วยตำรวจลับแห่งนี้ นายเซนุสซี ได้ชื่อว่าเป็นคนหัวแข็ง และอันธพาล หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยว่านายเซนุสซี เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการปราบปรามผู้ประท้วงในเมืองเบงกาซี และเมืองทางตะวันออกของประเทศโดยใช้กำลังรุนแรง

 สำนักข่าวบีบีซีแห่งประเทศอังกฤษระบุว่าหากนายเซนุสซี ยังคงทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้พันเอกกัดดาฟี คงยากที่ผู้นำลิเบียจะยอมถอย

 พันเอกกัดดาฟียังจัดให้มีกองกำลังกึ่งทหาร ที่เรียกว่า "กองพลน้อยพิเศษ" ซึ่งเป็นอิสระจากกองทัพ แต่ขึ้นตรงต่อคณะกรรมาธิการปฏิวัติของพันเอกกัดดาฟี ที่มีการคาดหมายว่ากองกำลังหนึ่งในกองพลน้อยอยู่ภายใต้คำสั่งของฮันนิบาล ลูกชายคนหนึ่งของพันเอกกัดดาฟี ที่เคยสร้างชื่อเสียในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อได้ก่อเรื่องชกต่อยตำรวจหลังถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดแม่บ้าน

 ซึ่งหากกองกำลังกึ่งทหารซึ่งรู้จักในชื่อ "ทหารบ้านของประชาชน" ที่เชื่อว่ามีความจงรักภักดีต่อพันเอกกัดดาฟี และคนแวดล้อมใกล้ชิด เกิดเปลี่ยนใจเข้าข้างผู้ประท้วง ก็จะสั่นคลอนความสามารถในการรักษาเก้าอี้ผู้นำของพันเอกกัดดาฟีพอสมควร
กองกำลังชนเผ่า และทหารรับจ้าง

  ลิเบียเหมือนกับชาติอาหรับอื่นๆ ที่ผ่านการปฏิวัติมาอย่างเช่นเยเมนหรืออิรัก ที่มีธรรมเนียมว่า ชนเผ่าที่ตัวเองสังกัดนั้น บ่งบอกถึงระดับความจงรักภักดีหรือฐานอำนาจได้ พันเอกกัดดาฟีมาจากชนเผ่า "กัดอัดฟา" และตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา พันเอกกัดดาฟีได้แต่งตั้งคนจากชนเผ่าของตนจำนวนมากนั่งเก้าอี้สำคัญในรัฐบาล รวมทั้งตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยส่วนตัว เช่นเดียวกับซัดดัม ฮุสเซน อดีตผู้นำอิรักและประธานาธิบดีซาเลห์ ในเยเมน ที่ชำนาญในการจับชนเผ่าหนึ่งชนกับอีกกลุ่มหนึ่ง เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะไม่มีหัวหน้าเผ่าคนใด มาท้าทายอำนาจได้

       อย่างไรก็ตาม หลายปีมานี้ สังคมแบบชนเผ่าในลิเบียลดน้อยลงไปมากกว่าเมื่อปี 2512 ที่กัดดาฟีขึ้นครองอำนาจ แยกแยะได้ยากว่าแต่ละเผ่าเป็นอย่างไร เพราะการขยายตัวของเขตเมืองและการศึกษาที่แยกคนออกจากวิถีชีวิตชนเผ่าและทำให้อิทธิพลของหัวหน้าชนเผ่าลดลงไปตามกาลเวลา
 
       แต่สิ่งที่นักสังเกตการณ์จำนวนมากวิตกคือว่าระบอบของกัดดาฟีจะเดินไปสู่สงครามกลางเมือง เพื่อทำให้คำทำนายทายทักของนายซาอิฟ อัล อิสลาม ลูกชายของกัดดาฟีเป็นจริงเสียเองหรือไม่ โดยติดอาวุธให้ชนเผ่าที่ภักดี จัดการกับผู้ประท้วงดังที่เห็นบ้างแล้วในซีกตะวันออกของประเทศ 

 อย่างไรก็ตามอาจกล่าวได้ว่า ทหารรับจ้างเป็นมุมที่เลวร้ายมากในการลุกฮือของชาวลิเบีย มีรายงานว่าระบอบของกัดดาฟีซึ่งกระชับสัมพันธ์กับชาติแอฟริกามานาน สยายปีกไปจนถึงการว่าจ้างทหารมาจากเพื่อนบ้านทางใต้ เช่น ชาด และไนเจอร์ เข้าไปเข่นฆ่าพลเรือนมือเปล่า ชาวลิเบียจำนวนมากพูดตรงกันว่า มีทหารรับจ้างยิงจากดาดฟ้าลงมาใส่ฝูงชน ซึ่งเป็นภารกิจที่ทหารลิเบียจำนวนมากไม่ยอมทำ

 สื่อบางแห่งรายงานด้วยว่านอกจากทหารจากแอฟริกาแล้ว กัดดาฟียังได้จ้างทหารผิวขาวจากยุโรปตะวันออกและอดีตโซเวียต นายละหลายพันดอลลาร์ต่อวัน มาบดขยี้ผู้ประท้วงเคียงข้างกับกองกำลังที่ยังภักดีต่อกัดดาฟี  มีรายงานว่าทหารเหล่านี้ถูกผู้ประท้วงติดอาวุธหรือทหารแปรพักตร์ แขวนคอเสียหลายคนหากถูกจับได้ เช่น ที่หน้าอาคารศาลในเมืองเบงกาซี ที่มีการต่อสู้กันดุเดือดเมื่อช่วงเสาร์อาทิตย์ที่แล้ว
 
     ผู้ประท้วงบอกว่าคนอาหรับผูกติดกันด้วยภาษา และด้วยศาสนาอิสลาม หากมีคนต่างชาติต่างภาษามาปะปน จะดูออกไม่ยาก สอบสวนไม่ยากก่อนควบคุมตัวไว้ หรือไม่ก็สำเร็จโทษทันที จึงอยากให้ทหารรับจ้างเหล่านั้นออกจากลิเบียโดยเร็ว