ข่าว

ชดเชยเพิ่มอีก50สต.ตรึงราคาดีเซลกองทุนอุ้มได้แค่3เดือน-ธปท.มองไม่วิกฤติรุนแรง

ชดเชยเพิ่มอีก50สต.ตรึงราคาดีเซลกองทุนอุ้มได้แค่3เดือน-ธปท.มองไม่วิกฤติรุนแรง

25 ก.พ. 2554

กบง.เพิ่มชดเชยราคาน้ำมันดีเซล บี3 อีกลิตรละ 50 สตางค์ รวมยอดเป็นลิตรละ 4 บาท กองทุนน้ำมันรับได้อีก 3 เดือน พลังงานชี้อาจต้องใช้เครื่องมืออื่นมาช่วยดูแล ธปท.มองไม่วิกฤติน้ำมันรุนแรงเหมือนในอดีต

 นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติให้ใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปชดเชยราคาน้ำมันดีเซล บี3 อีกลิตรละ 50 สตางค์ ทำให้ขณะนี้ดีเซล บี3 ได้รับการอุดหนุนรวมแล้วลิตรละ 4 บาท เพื่อดูแลราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท ตามนโยบายของรัฐบาล ส่วนดีเซล บี 5 ไม่ต้องชดเชยอีกต่อไป เพราะจำหน่ายไปหมดแล้ว ซึ่งการชดเชยครั้งนี้จะทำให้มีเงินไหลออกจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 217 ล้านบาท จากเดิมวันละ 194 ล้านบาท หรือรวมเป็นเงินทุนไหลออก 6,497 ล้านบาทต่อเดือน จากปัจจุบันกองทุนน้ำมันฯ มีเงินสุทธิ 22,849 ล้านบาท ดังนั้น หากพยุงราคาน้ำมันดีเซลในอัตรานี้ต่อไป เงินกองทุนจะหมดภายใน 3 เดือน

 "ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากรัฐบาลจะตรึงราคาไว้ที่ 30 บาทต่อไป จะทำให้ขาดเครื่องมือดูแลความผันผวนที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น จึงควรจะใช้มาตรการอื่นเข้ามาร่วมดูแล นอกเหนือจากการใช้กองทุนน้ำมันฯ ซึ่งหากไม่เข้ามาดูแล ราคาดีเซลปัจจุบันจะขยับขึ้นไปอยู่ที่ 34 บาทต่อลิตร จากปัจจุบันตรึงราคาไว้ที่ 29.99 บาทต่อลิตร" นพ.วรรณรัตน์กล่าว

 ด้านนายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า แม้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่เชื่อว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะไม่รุนแรงจนกลายเป็นวิกฤติการณ์ราคาน้ำมันเหมือนในอดีตอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ธปท.ได้ติดตามดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และมีความเห็นว่าราคาเฉลี่ยของน้ำมันดิบน่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ธปท. ได้คาดการณ์ไว้ โดยประเมินว่าราคาเฉลี่ยของน้ำมันดิบในตลาดโลกปีนี้น่าจะอยู่ที่ระดับ 91.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ในปีหน้าคาดว่าจะมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 98.1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

 "แม้ราคาน้ำมันจะเร่งสูงขึ้นมาก แต่เมื่อเทียบกับวิกฤติการณ์น้ำมันครั้งที่ 2 เมื่อปี 2540 ที่ประเทศผู้ผลิตลดกำลังการผลิต แต่ขณะนี้ราคายังปรับแบบค่อยเป็นค่อยไป และไม่ได้มีเงื่อนไขเหมือนตอนนั้น ส่วนกรณีที่ประชาชนกลัวว่าเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางจะเป็นปัญหาเรื่องการขนส่งน้ำมันนั้น ก็ยังไม่พบสัญญาณอะไรที่บ่งบอกว่าจะติดขัด แต่ยังไม่อยากให้เราคาดการณ์อะไรไปมากว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ส่วนในอนาคตการขนส่งจะมีปัญหาหรือไม่ก็ต้องเป็นเรื่องที่เราต้องติดตามเช่นกัน" นายเมธี กล่าว

 นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เหตุการณ์วุ่นวายที่ประเทศแถบตะวันออกลาง และแอฟริกา คาดว่าไม่น่าจะยืดเยื้อเกิน 1 เดือน หรืออย่างช้าไม่ควรเกิน 2 เดือน เนื่องจากขณะนี้ถือเป็นปัญหาที่กระทบต่อโลก ซึ่งทางสหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป(อียู) น่าจะเข้ามาดูแล เพราะเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันที่หมุนเวียนในตลาดโลก หากยืดเยื้อจนทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น อาจมีผลให้เศรษฐกิจโลกถดถอยมาก