ข่าว

การอพยพแรงงานไทย

การอพยพแรงงานไทย

25 ก.พ. 2554

รัฐบาลของหลายประเทศทั้งในยุโรปและเอเชีย ต่างเร่งอพยพคนงานของตัวเองซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแรงงานต่างชาติกว่า 3 แสนคนที่ขายแรงงานอยู่ที่ลิเบียกลับประเทศเพื่อความปลอดภัย ถือเป็นการอพยพแรงงานครั้งใหญ่สุดในรอบหลายสิบปี

ขณะที่สถานการณ์ในประเทศนี้กำลังเข้าสู่กลียุค เมื่อประชาชนได้ลุกฮือประท้วงครั้งใหญ่หวังขับไล่พันเอกโมอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำสูงสุดที่ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดมานานถึง 41 ปี แต่รัฐบาลได้ตอบโต้ด้วยกำลังอาวุธ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วราว 300 คน

 ช่วงที่ลิเบียอยู่ในภาวะไร้ขื่อไร้แปจนต้องมีการอพยพแรงงานต่างชาติครั้งใหญ่ แต่แรงงานไทยราว 2.3 หมื่นคนกลับรู้สึกเคว้งคว้างเหมือนกับกำลังถูกลอยแพ นอกจากจะไร้หลักประกันความปลอด

ภัยใดๆ ทั้งสิ้น แคมป์ที่พักและไซต์งานหลายแห่งถูกปล้นสะดมตลอดช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา หนำซ้ำยังเกิดความอดอยากไปทั่ว เนื่องจากอาหารที่ตุนไว้เพียงน้อยนิดเริ่มหมดแล้ว สถานการณ์เหล่านั้นทำให้แรงงานไทยต่างรู้สึกว่าไม่ได้รับการเหลียวแลจากหน่วยงานภาครัฐอย่างเช่นกระทรวงต่างประเทศ ซึ่งยังทำงานแบบข้าราชการในภาวะปกติ ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความชักช้าไม่ทันการณ์ แรงงานไทยหลายคนต่างบ่นผ่านสื่อว่าไม่มีหน่วยงานของรัฐบาลหน่วยงานใดเข้าไปช่วยเหลือแม้แต่หน่วยเดียว

 อันที่จริง ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่กระทรวงต่างประเทศมีบทบาทสำคัญในการช่วยอพยพคนไทยออกจากพื้นที่ที่เกิดปัญหานี้ ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก กระทรวงต่างประเทศได้มีโอกาสสั่งสมประสบการณ์ในการอพยพนักศึกษา นักธุรกิจและนักท่องเที่ยวชาวไทยออกจากอียิปต์ ระหว่างที่มีการลุกฮือขับไล่ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก ที่สำคัญ กระทรวงต่างประเทศย่อมทราบดีว่าสถานการณ์ในอียิปต์และลิเบียนั้นแตกต่างกันแทบจะสิ้นเชิง โดยเฉพาะมาตรการการตอบโต้ของรัฐบาลอียิปต์ซึ่งยังใช้ความนุ่มนวล ขณะที่ทหารก็ประกาศจะไม่ยิงประชาชน ผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลิเบีย ดังนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบควรจะเพิ่มความตื่นตัวและเพิ่มระดับความรวดเร็วในการให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยเหล่านั้น

 ถ้าเทียบกับรัฐบาลหลายประเทศในเอเชีย อาทิจีนและฟิลิปปินส์ในการเร่งช่วยเหลือแรงงานของตัวเองออกจากแดนมิคสัญญีลิเบียแล้ว เห็นได้ชัดว่าการเตรียมการของไทยยังชักช้าไม่ทันต่อสถานการณ์ โชคดีที่จนถึงขณะนี้ไม่มีคนไทยรายใดได้รับอันตรายจากเหตุประท้วงครั้งนี้ กระทรวงต่างประเทศจึงมีโอกาสปรับตัว ประสานความร่วมมือกับกระทรวงแรงงานที่มีหน้าที่ดูแลแรงงานเหล่านั้นโดยตรง รวมทั้งบริษัทจัดหางานไปลิเบีย ทำให้การอพยพแรงงานไทยเริ่มมีความคืบหน้ามากขึ้น