ข่าว

 ทำไม่ได้หรือไม่ทำ

ทำไม่ได้หรือไม่ทำ

25 ก.พ. 2554

ทำไม่ได้หรือไม่ทำแตกต่างกันที่ความมุ่งมั่นที่จะทำ

มีอยู่คดีหนึ่งเป็นตัวอย่างที่ดี เรื่องมีอยู่ว่า มีคนไทยเจ้าของธุรกิจในสหรัฐ ทำงานจนได้สัญชาติอเมริกัน วันหนึ่งในปี 2549 ได้ก่อเหตุฆ่าลูกจ้างของตัวเอง ตำรวจรัฐออกหมายจับจึงหลบหนีมาอยู่เมืองไทย

 เอฟบีไอประสานอัยการฝ่ายต่างประเทศขอให้ไทยดำเนินการสืบสวนจับกุมแล้วส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน

 ดูๆ ไปไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก แค่ผู้ต้องหาหลบหนีคดีอาญาคนเดียว แต่เรื่องกลับยาก เพราะผู้ต้องหารายนี้นามสกุลไม่ธรรมดา เป็นน้องแท้ๆ ของผู้บริหารค่ายมือถือยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆ ของไทย

 จะว่าไปก็ไม่น่าจะเกี่ยวพันอะไรกับตำรวจ เพียงแค่ว่าคนทั่วไปไม่ค่อยได้รู้ถึงสายสัมพันธ์ระหว่างตำรวจกับค่ายมือถือสักเท่าไรว่า แท้ที่จริงแล้วทั้งสองหน่วยงานมีความสัมพันธ์แนบแน่นจนยากจะแยกส่วน

 ตำรวจสายสืบทำคดีต้องอาศัยค่ายมือถือในการตรวจสอบความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหา แสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงมัดตัว

 ชาร์ทการใช้โทรศัพท์มือถือเป็นหลักฐานอย่างหนึ่ง บางเวลาตำรวจก็อาจนำตัวพนักงานไปเป็นพยานในชั้นศาล ชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงเหล่านี้

 ทีนี้เรื่องมันเลยยุ่งยาก เพราะถ้าจะจับกุมดำเนินคดีส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน จะส่งผลกระทบต่อสายสัมพันธ์นี้ จนทำให้การทำงานสืบสวนยากขึ้น

 ทั้งที่แท้ที่จริงแล้วยังมีพยานหลักฐานอื่นๆ ที่มีความสลักสำคัญอีกมากที่จะชี้ชัดถึงความผิดของผู้ต้องหา

 ชาร์ทมือถือเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวหนึ่ง หรือแค่องค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น ?!!

 ลองสอบถามเรื่องนี้กับนักสืบสวนมือดีหลายคนส่ายหัวโยนให้เป็นนโยบายของหน่วยงาน หรือขึ้นอยู่กับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตัดสินใจ

 ถามแล้วรู้สึกขมขื่นใจยังไงไม่รู้ ?!!

 ยังดีอยู่บ้างที่บางคนเข้าใจงานสืบสวนลึกซึ้ง บอกแค่เรื่องขี้ปะติ๋ว

 ที่เล่าให้ฟังไม่ใช่ต้องการให้ตำรวจไทยเอาใจสหรัฐ แต่เพราะเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิธีคิดของตำรวจไทยได้ดี

 อะไรที่กระทบต่องานตัวเองไม่แตะ

 อะไรที่กระทบต่อคนดังนามสกุลเด่นอำนาจล้นเหลือไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง

 ส่วนตาสียายสาตาดำๆ ไม่ผิดยังทำให้ผิดได้ หรือผิดเล็กน้อยกลายเป็นผิดมหันต์

 กลายเป็นสองมาตรฐาน !?!

 ฝากเอาไว้ให้คิด การทำคดีสืบสวนไม่ได้มีแค่การตรวจสอบโทรศัพท์

 อย่าให้ใครพูดได้ว่า ตำรวจทำได้แค่จับปรับคนเมา-เด็กแว้น

 ทำไม่ได้กับไม่ทำมันต่างกันแค่นี้แหละ

อ่อ ข้อสงสัยนี้มีทีมาจากคนในสถานทูต ไม่ใช่สภากาแฟข้างถนน เผื่อนายตำรวจคนไหนสนใจทำคดี !?!

อนลัส
[email protected]