
ทูตยันแรงงานไทยที่ลิเบียปลอดภัย
ทูตไทยประจำลิเบียยืนยันแรงงานไทยปลอดภัย โฆษกแรงงานนำทีมช่วยเหลือชุดแรก บินไปลิเบียคืนนี้ เผยอพยพคนงานไทยแล้ว 2,000 คน ผ่านทางเรือไปพักที่อิตาลี-กรีซ ขณะที่แรงงานชุดแรก 100 คนกลับถึงไทย 27 ก.พ. ส่วนจับกังไทยในลิเบียโทรข้ามประเทศร้องสื่อไทย กต.ประสานส่งทีม
เมื่อวันที่ 24 ก.พ. นายโอภาส จันทรทรัพย์ เอกอัครราชทูตไทยประจำลิเบีย ยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ไม่มีคนไทยได้รับอันตรายจากเหตุประท้วงรุนแรงในลิเบีย โดยทุกคนปลอดภัยเนื่องจากสถานทูตไทยอยู่ห่างจากกลางใจกลางกรุงทริโปลีราว 10 กิโลเมตร
ในช่วงกลางวันผู้ประท้วงขับไล่พันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟี ผู้นำลิเบีย จะนอน ทำให้เมืองสงบเงียบ และจะออกไปเดินขบวน ทำลายข้าวของในตอนกลางคืน ซึ่งที่เป็นกังวลคือการปล้นสะดม อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่จะไม่ทำร้ายคน โดยจะมุ่งเอาของมีค่าและอาหารมากกว่า คาดว่า ในอีก 2-3 วัน สถานการณ์การประท้วงจะคลี่คลายลง
ขณะที่เช้าวันนี้ ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงแรงงาน เพื่อหารือถึงแนวทางการอพยพแรงงานไทยในลิเบีย หลังการประชุม นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโรม ประเทศอิตาลี เพื่อจัดหาเรือ ซึ่งขณะนี้ได้เรือที่สามารถรับผู้โดยสารได้ 2 พันคน เพื่อให้เดินทางไปรับแรงงานจำนวน 2 พันคน ที่กรุงทริโปลี เพื่อไปส่งที่ประเทศตูนีเซีย โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง และรัฐจะจัดเช่าเครื่องบินเหมาลำออกจากตูนีเซียกลับประเทศไทย
ขณะที่เรือลำเดิมจะกลับไปรับแรงงานอีก 2 พันคนที่กรุงทริโปลี และจะมุ่งหน้าตรงไปส่งที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี โดยใช้เวลา 33 ชั่วโมง รวมทั้งสิ้นจะสามารถอพยพแรงงานไทยได้จำนวน 4 พันคนก่อน ขณะเดียวกัน บริษัทจัดหางานที่มีศักยภาพ ก็จะช่วยอพยพแรงงานอีกส่วนหนึ่ง โดยจะอพยพกันเอง ทั้งนี้ การอพยพดังกล่าวจะดำเนินการให้เร็วที่สุด
นอกจากนี้ ยังได้ข้อสรุปว่าจะตั้งศูนย์ช่วยเหลือแรงงานไทย ในพื้นที่ทางทิศใต้ของลิเบียด้วย เนื่องจากมีความปลอดภัยที่สุด แต่ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดว่าจะตั้งที่เมืองใด แต่ศูนย์ชั่วคราวดังกล่าวจะใช้เป็นจุดรวมของแรงงานไทย โดยจะส่งแพทย์เข้าไปดูแล และจะประสานกระทรวงกลาโหม เพื่อขอทีมแพทย์ไปดูแลแรงงานที่อพยพออกมาจากลิเบียมาตามชายแดนที่มีพรมแดนติดต่อกับอียิปต์และตูนีเซียด้วย
โฆษกแรงงานนำทีมช่วยชุดแรกไปลิเบีย
ที่กระทรวงแรงงาน นายสุธรรม นทีทอง โฆษกกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าชุดช่วยเหลือแรงงานไทย เปิดเผยว่า ตนได้รับคำสั่งจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.แรงงาน ให้นำทีมช่วยเหลือฯ จำนวน 5 คนเดินทางไปประเทศตูนีเซียในช่วงเที่ยงคืนวันนี้ (24 ก.พ.) ด้วยเที่ยวบินทีจี 944 เพื่อเข้าไปประเมินสถานการณ์ความรุนแรงของประเทศลิเบีย รวมถึงไปตั้งศูนย์พักพิงช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศตูนีเซีย และตอนใต้ของประเทศลิเบีย เนื่องจากทางตอนใต้ของลิเบียไม่มีการชุมนุมหรือสู้รบ นอกจากนี้ยังมีการเตรียมทีมช่วยเหลือชุดใหญ่ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมทีมแพทย์ และอาหาร จะเข้าไปช่วยเหลือ เมื่ออพยพแรงงานไทยออกจากลิเบียให้แล้วเสร็จ
ด้าน นายประวิทย์ เคียงผล รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ขณะนี้ มีแรงงานไทยอพยพออกจากประเทศลิเบียแล้วประมาณ 2,000 คน โดยยังเหลือแรงงานไทยที่อยู่ในเมืองตริโปลี อีก 4,000คน และเมืองเบงกาซี่อีก 2,000 คน โดยแนวทางการช่วยเหลือจะใช้เส้นทางการอพยพออกจาก 2 เมือง คือ แรงงานไทยที่อยู่ในเมืองตริโปลี จะอพยพออกทางท่าเรือมุ่งหน้าไปประเทศอิตาลี และกรีซ รวมถึงใช้เส้นทางรถ ข้ามผ่านชายแดนประเทศตูนีเซีย และบางส่วนจะอพยพไปทางทิศใต้ของลิเบีย ส่วนที่เมืองเบงกาซี่ มีการอพยพแรงงานไทยทางท่าเรือเช่นกัน และใช้เส้นทางรถข้ามชายแดนไปยังประเทศอียิปต์ ขณะที่บางส่วนก็อพยพลงทางใต้ของลิเบีย
นาย ประวิทย์ กล่าวว่า ทั้งนี้ทราบว่าบริษัทได้แจ้งข้อมูลของแรงงานทั้งหมด อาทิ เบอร์โทรศัพท์ รายชื่อผู้ประสานงานของแต่ละบริษัท และจำนวนคนงานในแต่ละแคมป์ รวมทั้งสถานที่พักของคนงานในแต่ละจุด ให้กับคณะที่จะเดินทางไปในคืนวันที่ 24 ก.พ.นี้ เพื่อให้เจ้าหน้าทีสามารถดำเนินการช่วยเหลือได้ทันที
นาย ประวิทย์ กล่าวอีกว่า สำหรับแรงงานที่อยู่ตามแคมป์จุดเสี่ยงนั้น ทราบว่าประชาชนที่ยากจนในลิเบียได้เข้าปล้นสะดมอาหารในแคมป์แรงงานไทย ทำให้ต้องปรับแผนการส่งเสบียงอาหารเป็นวันต่อวัน ไม่มีการสต๊อกอาหารและน้ำดื่มมากเกินไป ทั้งนี้แรงงานที่จะกลับมาชุดแรกนั้น คาดว่ามีจำนวนประมาณ 100 คนโดยเดินทางมาถึงวันที่ 27 ก.พ.รวมทั้งยังมีแรงงานไทยที่ประสงค์จะกลับเมืองไทยอีกประมาณ 1,000 คน ส่วนที่เหลือยังประสงค์จะทำงานต่อ โดยส่วนใหญ่พำนักอยู่ตามชายแดนประเทศลิเบีย เพื่อรอดูสถานการณ์ หากคลี่คลายก็จะกลับไปทำงานตามเดิม
ด้านนายจักรกฤษณ์ สุวรรณสาร ประธานที่ปรึกษาบริษัทจัดหางานเงินและทอง พัฒนา จำกัด ซึ่งจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานลิเบีย กล่าวว่า บริษัทได้จัดส่งคนงานไทยไปลิเบีย 6 ,000 คน ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงขึ้น ทางบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประสานให้เคลื่อนย้ายแรงงานทั้งหมดออกจากพื้นที่เสี่ยงแล้วกว่า 2,800 คน ส่วนที่เหลือประมาณ 2,600 คน ประสงค์จะอยู่ทำงานต่อ ทั้งนี้ ทางบริษัทได้อพยพแรงงานไทยออกมายังที่เมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ ประเทศตูนีเซีย และประเทศตุรกี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเดินทางออกจากประเทลิเบีย
“เมื่อคนงานทั้งหมดถึงเมืองอเล็กซานเดรีย ก็จะพักฟื้นอยู่ที่นั่น 1 วัน ก่อนจะเดินทางกลับประเทศไทย ซึ่งคาดว่าคนงานกลุ่มแรกจะเดินทางมาถึงเมืองไทยไม่เกินในวันอาทิตย์ที่ 27 ก.พ.นี้ส่วนผมจะเดินทางไปประเทศตูนีเซีย เพื่อไปดูแลความเรียบร้อยในวันที่ 25 ก.พ.และจะให้แรงงานขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทยทันที ” นาย จักกฤษณ์ กล่าวและว่า ในสัญญาจ้างของกรมจัดหางานระบุว่าเมื่อเกิดภัยพิบัติ นายจ้างจะต้องนำแรงงานย้ายไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัย ซึ่งทางบริษัทยืนยันว่าทุกคนยังปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายขจรศักดิ์ อินต๊ะอุ่นวงศ์ ชาวบ้านจากจังหวัดสุรินทร์ ที่เดินทางไปทำงานก่อสร้างถนนที่ประเทศลิเบีย ผ่านทางบริษัทจัดหางานวี ดรากอน จำกัด และบริษัทนายจ้าง ลิเบีย เรียน คาริย่า ได้โทรศัพท์ข้ามประเทศเข้ามาที่ห้องสื่อมวลชนกระทรวงแรงงาน ขอให้ช่วยประสานความช่วยเหลือจากรัฐบาลไทย เนื่องจากขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก มีความเป็นอยู่ยากลำบาก และข้าวสารที่มีอยู่ก็เหลือกินแค่มื้อสุดท้าย โดยขณะนี้ตนได้พักอาศัยอยู่ในแคมป์บริเวณชานเมือง ห่างจากกรุงตริโปลีประมาณ 20 กม. มีแรงงานต่างชาติทั้งหมด 200 คน แยกเป็นแรงงานไทย 80 คน รวมอยู่กับแรงงานจากประเทศฟิลิปปินส์ บังคลาเทศ ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จลาจล ยังไม่มีใครเข้าไปดูแล ทั้งจากตัวแทนบริษัทจัดหางาน หรือบริษัทนายจ้าง แต่ขณะนี้ได้ขนย้ายเครื่องจักรหนีไปแล้ว โดยทิ้งคนงานไว้ที่แคมป์ อย่างไรก็ตาม ได้โทรศัพท์ประสานไปยังสถานทูตไทยในลิเบีย กลับได้รับคำตอบว่า ขอให้อดทนรอจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ทั้งที่ตนและเพื่อนได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก แถมยังกลัวถูกปล้นสะดมด้วย
กต.ประสานส่งทีมแพทย์ดูแลแรงงานไทยล็อตแรกขึ้นเรือ
เมื่อเวลา 15.30 น. นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ล่าสุดได้ประสานกับกองทัพ ในการส่งทีมแพทย์ทหารเรือ 2 คน และพยาบาล 3 คน เดินทางไปกรุงโรมในวันที่ 25 ก.พ.นี้ เพื่อดูแลเรื่องสุขภาพของแรงงานไทย 2 พันคน ล็อตแรกที่กำลังจะอพยพทางเรือออกจากกรุงทริโปลี ประเทศลิเบีย ทั้งนี้คาดว่าเรือลำดังกล่าวจะออกจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี ในสุดสัปดาห์นี้ ทั้งนี้หลังจากรับแรงงานที่อพยพล็อตแรกที่จะเดินทางออกจากลิเบีย อาจจะมีการเปลี่ยนไปขึ้นที่ท่าเรือกรุงตูนิส ของตูนีเซีย เนื่องจากท่าเรือในจาร์บาห์ ประเทศตูนีเซีย เป็นท่าเรือขนาดเล็กไม่สามารถรองรับเรือขนาดใหญ่ได้ จึงอาจจะเปลี่ยนไปขึ้นที่ท่าเรือกรุงตูนิส ของตูนีเซีย ซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่กว่าแทน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นอาจจะใช้เวลาเดินทางมากขึ้น โดยใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือทริโปลีไปยังท่าเรือในกรุงตูนิสราว 7-8 ชั่วโมง
ครอบครัวแรงงานประสานหน่วยงานรัฐช่วยตามหา
นางสาวรัตนา อุทัยรัตน์ จัดหางานจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดลำปาง ได้ครบยครัวแรงงานไทย ที่เข้าไปทำงานในลิเบียเดินทางมาประสานและร้องขอความช่วยเหลือ ให้ติดต่อแรงงานเหล่านี้ที่ยังไม่ติดต่อกลับทางบ้าน โดยได้ชี้แจงให้ทราบว่าแรงงานจากลำปาง ที่อยู่ในประเทศลิเบีย กำลังอพยพออกมาจากพื้นที่ที่เกิดความไม่สงบ และทุกคนปลอดภัย ส่วนการช่วยเหลือนั้น ทางกระทรวงแรงงาน จะได้ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อนำแรงงานไทยกลับประเทศโดยเร็ว
หนึ่งในบริษัทจัดส่งแรงงานยันช่วยเหลือทุกคนอย่างเต็มที่
นายจักรกฤษณ์ สุวรรณสาร ประธานที่ปรึกษาบริษัทจัดหางาน เงินและทองพัฒนา จำกัด หนึ่งในบริษัทจัดส่งแรงงานไทยไปประเทศลิเบีย กล่าวว่า ตามสัญญาจ้างงานในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ระบุว่าในกรณีเกิดภัยพิบัติหรือเหตุการณ์ไม่ปลอดภัย บริษัทนายจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการอพยพแรงงานไปยังที่ปลอดภัย ซึ่งบริษัทฯ ได้จัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในลิเบียทั้งหมดเกือบ 6,000 คน แต่กลับมาพักร้อนที่ประเทศไทยกว่า 600 คน และต้องการอยู่ทำงานต่อในลิเบียอีก 2,600 คน ทำให้เหลือแรงงานไทยที่ต้องการอพยพจำนวน 2,800 คน โดยจำนวนนี้ ทยอยเดินทางไปพักพิงในประเทศตูนีเซีย ตุรกี และอียิปต์แล้ว และจะทยอยเดินทางกลับทางเครื่องบินถึงประเทศไทยในวันอาทิตย์นี้เป็นชุดแรก
นายจักรกฤษณ์ สุวรรณสาร กล่าวอีกว่า สำหรับการช่วยเหลือแรงงานไทยที่ยังอยู่ในลิเบีย ขอยืนยันว่าไม่มีการทอดทิ้ง และมีการเตรียมแผนจัดส่งอาหารแบบวันต่อวัน เนื่องจากหากส่งอาหารไปจำนวนมาก อาจถูกปล้นสะดมได้
แรงงานไทยยังคงติดอยู่เขตการชุมนุมของประเทศลิเบียกว่า4,000 คน
นายประวิทย์ เคียงผล รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวภายหลังการเข้าหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ และบริษัทจัดหางานที่ส่งแรงงานไทยไปทำงานในประเทศลิเบียจำนวน 42 บริษัท ว่า ขณะนี้ มีแรงงานไทยอพยพออกจากประเทศลิเบียแล้วประมาณ 2,000 คน ยังเหลือแรงงานไทยที่อยู่ในเมืองตริโปลี อีก 4,000 คน และอยู่ในเมืองเบงกาซี่อีกกว่า 2,000 คน โดยแนวทางการช่วยเหลือและเส้นทางการอพยพออกจาก 2 เมืองเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือ แรงงานไทยที่อยู่ในเมืองตริโปลี จะอพยพออกทางท่าเรือมุ่งหน้าไปประเทศอิตาลี และกรีซ รวมถึงใช้เส้นทางรถ ข้ามผ่านชายแดนตูนีเซีย บางส่วนจะอพยพไปทางทิศใต้ของลิเบีย ส่วนที่เมืองเบงกาซี่ มีการอพยพแรงงานไทยทางท่าเรือเช่นกัน และใช้เส้นทางรถข้ามชายแดนไปยังอียิปต์ บางส่วนอพยพลงทางใต้ของลิเบีย
ขณะที่ นายสุธรรม นทีทอง โฆษกกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าชุดช่วยเหลือแรงงานไทยจากรัฐบาล กล่าวว่า ทีมช่วยเหลือฯ จำนวน 5 คน จะเดินทางไปประเทศตูนีเซียช่วง เวลา 01.00 น.ของวันพรุ่งนี้ โดยจะเข้าไปประเมินสถานการณ์ความรุนแรงของประเทศลิเบีย รวมถึงตั้งศูนย์พักพิงช่วยเหลือแรงงานไทย 2 จุด ในประเทศตูนีเซีย และตอนใต้ของประเทศลิเบีย เนื่องจากทางตอนใต้ของลิเบียไม่มีการชุมนุม หรือ สู้รบ นอกจากนี้ มีการเตรียมทีมช่วยเหลือชุดใหญ่ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมทีมแพทย์ และอาหาร เข้าไปช่วยเหลือ เมื่อการอพยพแรงงานไทยออกจากลิเบียแล้วเสร็จ
แรงงานไทยในลิเบียชาวสุรินทร์แจ้งเหลือข้าวมื้อสุดท้าย
นายขจรศักดิ์ อินต๊ะอุ่นวงศ์ ชาวบ้านจากจังหวัดสุรินทร์ ที่เดินทางไปทำงานก่อสร้างถนนที่ประเทศลิเบีย ผ่านทางบริษัทจัดหางาน วี ดรากอน จำกัด กับบริษัทนายจ้าง ลิเบีย เรียน คาริย่า ได้โทรศัพท์ข้ามประเทศมาขอความช่วยเหลือให้สื่อมวลชนเป็นผู้ประสานกับเจ้าหน้าที่ เนื่องจากขณะนี้ได้รับความเดือดร้อน เพราะคนงานไทยที่อยู่ในแคมป์กว่า 80 คน มีความเป็นอยู่ยากลำบาก ไม่สามารถออกไปนอกแคมป์ได้เพราะกลัวเหตุจลาจล และกลัวถูกปล้นสะดมภ์ ขณะที่ข้าวสารที่มีอยู่ เหลือเพียงมื้อสุดท้ายเท่านั้น
ขณะนี้แรงงานไทยทั้งหมด ได้พักอาศัยอยู่กับแรงงานชาติอื่นอาทิ ฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ รวมประมาณ 200 คน ในที่แคมป์ที่พักบริเวณชานเมือง ห่างจากกรุงตริโปลีประมาณ 20 กิโลเมตร ซึ่งตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จลาจล ยังไม่มีใครเข้าไปดูแล ทั้งจากตัวแทนบริษัทจัดหางาน หรือนายจ้าง ล่าสุดได้มีการขนย้ายเครื่องจักรหนีไปและทิ้งคนงานไว้ที่แคมป์ ซึ่งที่ผ่านมาตนเองเคยโทรศัพท์ประสานไปยังสถานทูตไทยในลิเบีย กลับได้รับคำตอบว่า ขอให้อดทนรอจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย



