ข่าว

คัดสินค้าหัตถกรรมเหนือขายออนไลน์จีน

คัดสินค้าหัตถกรรมเหนือขายออนไลน์จีน

24 ก.พ. 2554

หอการค้าเวียงพิงค์ เดินหน้าแผนงานโครงการฯเชื่อมโยง GMS ร่วมมือ 4 จังหวัดกลุ่มภาคเหนือตอนบน ตั้งศูนย์คัดเลือกสินค้าด้านหัตถกรรม -จัดทำเว็บไซต์เชื่อมโยงคัดสินค้าผู้ประกอบการเหนือขายออนไลน์ในตลาดจีน ตั้งเป้าทำยอดขายปีละ 10 ล้านบาท

(24ก.พ.) นายสรภพ เชื้อดำรง  รองประธานหอการค้าจ.เชียงใหม่  ดูแลด้าน GMS เปิดเผยว่า ในปี 2554  หอการค้าจ.เชียงใหม่  มีโครงการและแผนงานที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Greater Mekong Subregion : GMS)   คือ โครงการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพการตลาดสินค้หัตถกรรมสู่ประเทศจีนหรือโครงการ Northern - Thai  Handicraft Center  (NTHC)  ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล อนุมัติโครงการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2554 ระยะเวลาในการดำเนินงาน 1 ปี 

 ส่วนแผนงาน และโครงการฯ เพื่อส่งเสริม ประชาสัมพันธ์และจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน กลุ่มที่ 1 ประกอบด้วย  เชียงใหม่    ลำพูน  ลำปาง และ แม่ฮ่องสอน  โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานด้วยกัน อาทิ  วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่   กลุ่มจังหวัดและหอการค้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 รวมทั้งพาณิชย์กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน  กลุ่มที่ 1 

 นายสรภพ กล่าวว่า  รายละเอียดของโครงการฯดังกล่าว มีแผนงานจะจัดตั้งศูนย์คัดเลือกสินค้าด้านหัตถกรรมที่จ.เชียงใหม่ เพื่อเป็นที่คัดสรรผู้ประกอบและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมออกสู่ตลาดจีนในแต่ละมณฑล เป็นช่องทางการขยายตลาดและจำหน่ายสินค้าด้านหัตถกรรมเข้าสู่ตลาดจีนอย่างแท้จริง  เบื้องต้นได้รวบรวมรายชื่อผู้ประกอบการจำนวน 500 ราย เพื่อทำการคัดเลือกผู้ประกอบการให้เหลือ 200 ราย โดยในจำนวนนี้จะคัดเลือเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศจีนในสองงานใหญ่คืองาน The 14th Xishuangbanna Border Trade and Tourism Fair   การตั้งจุดจำหน่ายและประชาสัมพันธ์ขึ้นที่เมืองจิ่งหงเขตปกครองตนเองชนชาติไทลื้อสิบสองปันนา ตั้งจุดจำหน่ายและประชาสัมพันธ์เพื่อรับคำสั่งซื้อ ตลอดจนเป็นที่ประสานงานขึ้นที่นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน

 นอกจากนี้ จะจัดทำเว็บไซต์เชื่อมกับเว็บไซต์ของจีนที่จำหน่ายสินค้าไทยทางอินเตอร์เน็ตโดยเฉพาะ  โดยสำนักงานค้าต่างประเทศประจำนครปักกิ่งเป็นผู้ให้การสนับสนุนในโครงการความร่วมมือระหว่างไทยจีน ส่วนศูนย์เชียงใหม่เป็นผู้จัดหาสินค้าตามใบสั่งซื้อของลูกค้าในประเทศจีนที่ได้สั่งซื้อมา สำหรับจุดจำหน่ายและติดต่อประสานงานทั้งสองแห่งในประเทศจีนจะทำหน้าที่ในการประสานงานระหว่างผู้ประกอบการ กับลูกค้าในจีน  ผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศจีนที่คาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 50 ราย

 หอการค้าฯตั้งเป้าให้มีการซื้อ-ขาย ในตลาดจีนปีละ 10 ล้านบาท  และมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการค้าอีกปีละ 10%  การดำเนินงานเน้นการออกงานแสดงสินค้า การจำหน่ายที่จุดจำหน่าย การจำหน่ายผ่านเวปไซด์ และการจัดกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจ (business matching) ในงานThe 14th Xishuangbanna Border Trade and Tourism Fair Invitation ขึ้นในวันที่ 13 - 17 เมษายน ที่เมืองสิบสองปันนา   และในงาน Kunming Fair 2011 จัดขึ้นในวันที่ 2 - 6 มิถุนายน ที่นครคุนหมิง

 ส่วนแผนงานอื่น เช่น โครงการความร่วมมือด้านการค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  การเจรจาทางการค้าเพื่อร่วมมือในการนำรถสามล้อไฟฟ้าโมเดลสามล้อตุ๊กๆไทยให้ใช้พลังงานไฟฟ้ามาทำการทดลองใช้และสำรวจความต้องการของผู้ใช้ในประเทศไทยของบริษัท Hebei Electric Vehicle Technology Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งของจีน ตั้งอยู่ที่มณฑลเหอเป่ย มีความสนใจในการขยายธุรกิจมายังไทย เพราะเป็นประเทศที่มีการใช้รถสามล้อเครื่องอยู่เป็นจำนวนมาก การเจรจาบริษัทเหอเป่ยฯ ได้ให้ความอนุเคราะห์รถต้นแบบประหยัดพลังงานเพื่อทดลองใช้จำนวน 5 คัน เบื้องต้นหอการค้าฯได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เห็นควรว่าจะได้ใช้ประโยชน์สูงสุดแล้ว

 นายสรภพ  กล่าวอีกว่า สำหรับแผนการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในจีนและลาว ที่จะมีจัดขึ้นในอีกหลายมณฑลของจีนอาทิ เช่น งาน 2011 Zhongguo Xia Men Shi Ping Exhibition ที่มณฑล เซี๊ยะ เหมิน  งาน The 10th China Western Region International Economic Corperation Fair ที่มณฑลซานซี  งาน 14th World driginal Commodity Trade Fair 2011 Of Spring China Tianjin ที่มณฑลเทียนจิน และ Fuzhou Houxia Guo Jihui Zhan ที่มณฑลฝูโจว  การเสนอให้หอการค้าฯเป็นหน่วยงานประสานงานด้านการค้าการลงทุน  โดยเฉพาะกับเมืองต่างๆที่เป็นบ้านพี่เมืองน้องกับจ.เชียงใหม่ เช่น นครเซี่ยงไฮ้  เบื้องต้นที่ประชุมทางหอการค้าฯได้เสนอเป็นผู้จัดตั้งหน่วยงานเพื่อความร่วมมือในด้านการค้าการลงทุนเพื่อพัฒนาไปสู่การจัดตั้งเป็นสมาคมการค้าการลงทุนระหว่างเชียงใหม่และเซี่ยงไฮ้ และการเยือนพม่าเพื่อพัฒนาไปสู่การเปิดด่านกิ่วผาวอก (เชียงใหม่-รัฐฉาน)ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมนี้

 ส่วนโอกาสการค้าการลงทุนและความเป็นไปได้ในเส้นทางอาร์ 3 เอ เชื่อมไทย -ลาว -จีน  ผ่าน อ.เชียงของ - ห้วยทราย -หลวงน้ำทา -บอเต็น -หอหาน - สิบสองปันนา -คุนหมิง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศลาวยังต้องปรับปรุงอีกมาก รวมทั้งข้อตกลงระหว่างประเทศเรื่องการอนุญาตรถขนส่งข้ามแดน ฯลฯ อีกปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เส้นทางนี้มีความสำคัญขึ้นในด้านท่องเที่ยวคือโครงการรถไฟฟ้าความเร็วปานกลางระหว่างจีนและลาวที่กำลังจะทำการก่อสร้างในเร็วๆนี้  จะเป็นการเชื่อมการเดินทางให้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เพิ่มโอกาสในการไปมาหาสู่และแลกเปลี่ยนกันในด้านต่างๆ

 "ปัจจุบันเส้นทางอาร์ 3 เอ ใช้เป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงสินค้าระหว่างไทยกับจีนยูนนาน แม้จะมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นทางในการขนส่งที่สำคัญ แต่ยังมีปัญหาในช่วงหน้าแล้ง ส่วนเส้นทางอาร์ 3 เอ แม้สภาพถนนจะไม่ค่อยดีในช่วงลาว  แต่ในไทยและจีนกลับมีสภาพถนนที่ดีอยู่แล้ว ทำให้ผู้คนหันมาใช้เส้นทางนี้เดินทางไปมาระหว่างประเทศจีนและไทยมากขึ้น ทำให้อาร์ 3 เอเป็นเส้นทางที่ใช้ลำเลียงทั้งสินค้าและผู้คนระหว่างสามประเทศไปด้วย"นายสรภพ กล่าว