ข่าว

เล็งหมายจับหัวหน้าแก๊งอุ้มบุญไต้หวัน

เล็งหมายจับหัวหน้าแก๊งอุ้มบุญไต้หวัน

24 ก.พ. 2554

เตรียมออกหมายจับหัวหน้าแก๊งอุ้มบุญไต้หวัน พร้อมตั้งคณะทำงานคลี่คลายคดี หาผู้ร่วมขบวนการ ขณะที่เหยื่อชาวเวียดนามท้องแก่คลอดลูกแล้วแต่มีปัญหาระบบหายใจ เตรียมสอบขยายผลรอสภาพจิตใจดีขึ้น ระบุไม่ปักใจเชื่อสมัครใจ-กลุ่มเสี่ยงเข้าข่ายค้ามนุษย์ ขณะที่แพทย์ระบุ

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.มล.พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ รองผบช.สตม. เปิดเผยว่าขณะนี้พนักงานสอบสวน สตม.กำลังเร่งสอบปากคำเหยื่อและผู้ต้องหาที่จับกุมได้ เพื่อเป็นพยานหลักฐานออกหมายจับหัวหน้าแก๊งอุ้มบุญไต้หวัน คาดว่าจะออกหมายได้ในเร็ววันนี้ ส่วนจะประสานตำรววจสากลติดตามาจับกุมหรือไม่นั้นอยู่ที่ขั้นตอนการสืบสวนว่าผู้ต้องหากบดานอยู่ประเทศไหน

 พล.ต.ต.มล.พันธ์ศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับวันนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งคณะทำงานเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามและคลี่คลายคดีที่เกิดขึ้น เนื่องจากคดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลที่ทำเด็กหลอดแก้วให้กับขบวนการนี้ ซึ่งจะมีบุคคลหรือหน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวข้อง หรือมีส่วนร่วมทำผิดด้วยหรือไม่นั้นต้องสอบสวนต่อไป เพราะหลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการเข้าตรวจค้นและช่วยเหลือหญิงสาวชาวเวียดนามตั้งแต่เมื่อวาน(23 ก.พ.)ที่ผ่านมา ซึ่งมีเหยื่อทั้งหมด 13 ราย แต่หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ทราบภายหลังว่ายังมีสาวชาวเวียดนามที่ท้องแก่ใกล้คลอดอีก 1 รายอยู่ที่ รพ.แห่งหนึ่ง

 “จากนั้นเจ้าหน้าที่พยายามเข้าไปตรวจสอบแต่ทางโรงพยาบาลกลับไม่ให้ความร่วมมือ จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่สายสืบเฝ้าติดตามดู กระทั่งวันนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งคณะทำงานร่วมกับตำรวจ เพื่อเข้าตรวจสอบและช่วยเหลือเยียวยาสาวชาวเวียดนามที่รับจ้างอุ้มบุญ และตอนนี้ได้รับการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุขแล้วว่า สาวเวียดนามดังกล่าวได้คลอดลูกแล้ว แต่ลูกมีปัญหาเรื่องระบบหายใจ จึงส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.แห่งหนึ่ง  ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เข้าตรวจสอบขยายผลต่อ”พล.ต.ต.มล.พันธ์ศักดิ์ กล่าว

 พล.ต.ต.มล.พันธ์ศักดิ์ ยังกล่าวอีกว่า สำหรับเหยื่อสาวชาวเวียดนามที่รับจ้างอุ้มบุญที่ให้ข้อมูลว่าสมัครใจมาทำนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ ขณะเดียวกันทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ยืนยันว่ายังเป็นกลุ่มเสี่ยงที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์จะได้เยียวยาจิตใจเหยื่อกลุ่มนี้ก่อน เนื่องจากยังอยู่ในอาการหวาดผวาตกใจ และอาจถูกกลุ่มนายหน้าชาวไต้หวันขู่บังคับ เมื่อจิตใจอยู่ในสภาวะปกติเหยื่อเหล่านี้อาจกล้าพูดและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กว่านี้

 ด้าน นพ.ธีรศักดิ์ ธำรงธีระกุล หัวหน้าศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก และการผ่าตัดกล้องทางนรีเวช รพ.วิภาวดี ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า หากวงการแพทย์มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นก็ต้องมีความผิดต่อศีลธรรมจรรยาแพทย์ และน่าจะมีความผิดทางกฏหมายร่วมด้วย เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายรองรับเกี่ยวกับเรื่องอุ้มบุญในประเทศไทย แต่ถ้าแพทย์ผู้ทำการรักษาหรือทำเด็กหลอดแก้วให้นั้นไม่รู้ภูมิหลังกับกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดี แต่รักษาตามหน้าที่ก็คงไม่มีความผิดอะไร

 "การอุ้มบุญนั้นทางโรงพยาบาลสามารถทำให้ได้ แต่ต้องมีการกรอกประวัติทำเวชระเบียน และให้คนอุ้มบุญกับคู่สามีภรรยา ตกลงกันเอาเองว่า เมื่อเด็กคลอดกำเนิดออกมาแล้วจะให้สิทธิ์ใครเป็นแม่ เพื่อแจ้งการเกิดทำสูติบัตรต่อไป "นพ.ธีรศักดิ์ กล่าว