
"ชินณิชา"ลั่นสู้คดีปปช.เชือดเต็มที่
"ชินณิชา" ลั่นพร้อมต่อสู้คดีเต็มที่ ซัดถูกกลั่นแกล้ง ระบุไม่มีเจตนา ปกปิด เล็งยื่นอุทธรณ์- ค้านคุณสมบัติ ปปช.ชุดนี้ กกต.ระบุ ปปช.ชี้มูล หลานทักษิณ ปกปิดทรัพย์สิน ยังไม่สิ้นสภาพ ส.ส.ต้องรอศาลฏีกาแผนกคดีอาญาพิพากษาก่อน
(24ก.พ.) เมื่อเวลา 13.30 น. น.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย แถลงที่ห้องวิปฝ่านค้านกรณี ป.ป.ช.มีมติว่าน.ส.ชินณิชา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน หนี้สิน อันเป็นเท็จหรือปกปิดและเสนอให้ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง วินิจฉัย ให้พ้นจากตำแหน่ง และห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 5 ปีว่า จะดำเนินการต่อสู้ตามกระบวนการของกฎหมายต่อไปเพื่อให้ได้รับความยุติธรรม มากกว่าการรับมติของ ปปช.เพราะในขณะนี้กระบวนการต่าง ๆยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งหากมีการขึ้นศาล ตนก็จะขออุทธรณ์เพื่อต่อสู้และจะคัดค้านคุณสมบัติของคณะทำงาน ปปช.ชุดนี้ด้วย
น.ส.ชินณิชา ยืนยันว่าเรื่องนี้ตนถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง เห็นได้จากเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2551 แต่กลับมาถูกพิจารณาในช่วงเวลาที่ใกล้กับการเลือกตั้ง ส่วนตัวก็ไม่ได้แปลกใจกับผลการตัดสินครั้งนี้ เพราะไม่ว่าพรรคเพื่อไทยจะยื่นเรื่องใดให้กับ ปปช.พิจารณามักจะได้รับแต่ความเพิกเฉย ทั้งนี้ไม่ว่าตนและพรรคเพื่อไทยจะถูกบีบอย่างไรก็ตามตนก็จะสู้ต่อไป เพื่อล้มล้างระบบสองมาตรฐาน
ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องของตนนั้น คิดว่าเป็นเรื่องที่เล็กน้อยมากๆและได้ยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะปกปิด เพราะในขณะนั้นเงินจำนวนดังกล่าวถูกตัดสินอาญัติเอาไว้ซึ่งเป็นเหตุผล ทำให้ตนไม่ได้ชี้แจงบัญชีในตอนนั้นโดยภายหลังจากนั้นตนก็ชี้แจงจำนวนเงินดังกล่าวมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่า ปปช.น่าจะเอาเวลาไปตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลชุดนี้มากกว่าเพราะถือว่าเป็นผลประโยชน์ของประเทศมากกว่าคนๆเดียว
น.ส.ชินณิชา ยังยอมรับว่านายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นบิดา ไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องนี้มากนัก เพียงแค่แนะนำให้มีการพูดคุยกับทีมกฎหมายของพรรคเพื่อไทยเพื่อจะต่อสู้คดีต่อไป
กกต.ระบุปปช.ชี้มูลหลานทักษิณยังไม่สิ้นสภาพ
นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ปปช.) ชี้มูลกรณีน.ส.ชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ ส.ส. เชียงราย พรรคเพื่อไทย มีความผิดฐานปกปิดบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน ว่า การชี้มูลของปปช. ยังไม่ถือว่ามีผลให้สมาชิกภาพความเป็นส.ส.ของน.ส.ชินณิชาต้องสิ้นสุดลงแล้ว กกต.ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ ต้องรอดูคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก่อนว่าจะ ออกมาอย่างไร
กกต.เตรียมสรรหากกต.จังหวัด62จังหวัดหลังหมดวาระ
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. )นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า ในวันที่ 8 ก.ค. นี้จะมีคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด 62 จังหวัดจะครบวาระลง และถ้าหากเป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งในปีนี้ การแต่งตั้งกกต.ประจำจังหวัดก็ถือว่ามีความสำคัญ ดังนั้นบุคคลใดที่ประสงค์จะเข้ารับการสรรหาเป็นกกต.ประจำจังหวัดก็สามารถ ยื่นสมัครได้ที่สำนักกกต.จังหวัดทั้ง 62 แห่งที่ตำแหน่งว่างลงตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ. - 6 มี.ค. ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยกกต.มั่นใจว่าผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นกกต.จังหวัดใหม่นั้นจะเป็น บุคคลที่มีความเป็นกลางทางการเมืองตามที่ระเบียบกกต.ว่าด้วยการแต่งตั้งกก ต.จังหวัดกำหนด เพราะในระดับจังหวัดนั้นขณะนี้มีการตั้งคณะกรรมการสรรหาที่มาจากบุคคลที่มี ชื่อเสียงในจังหวัด อาทิ ผู้ว่าราชการจังหวัด อัยการจังหวัด ผู้แทนสื่อมวลชน และหอการค้าจังหวัด มาทำหน้าที่สรรหา โดยจะต้องเสนอชื่อผู้เหมาะสมเป็นกกต.จังหวัดมาให้กกต.กลางพิจารณาจำนวน 3 เท่าของจำนวนกกต.ที่จังหวัดนั้นพึงมี และ เมื่อกกต.กลางได้รับรายชื่อทั้งหมดแล้วก็ต้องมีการตรวจสอบประวัติบุคคลที่ ได้รับการเสนอชื่อกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กรมตำรวจ รวมทั้งเผยแพร่ให้ประชาชนเพื่อรับข้อมูลมาพิจารณาเพื่อให้ได้บุคคลที่มีความ สุจริตและเป็นกลางมาปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตามทั้งนี้การสรรหากกต.จังหวัดไม่น่าจะกระทบกับการที่รัฐบาลประกาศ จะยุบสภาในเดือนเม.ย.นี้ เพราะเชื่อว่าจะสามารถสรรหาได้ทันตามกำหนดเวลา
นายประพันธ์ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้กกต.ยังไม่ได้รับการประสานจากนายกรัฐมนตรีในเรื่องของการยุบสภาเลือกตั้งใหม่คิดว่านายกรัฐมนตรี คงจะเร่งนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าเพื่อให้ทรงลงพระ ปรมาภิไธยหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งไม่รับวินิจฉัย รวมทั้งคงเร่งนำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลใช้บังคับ ซึ่งเมื่อถึงขั้นตอนนั้น นายกรัฐมนตรีก็คงจะมีการประสานมาหารือกับกกต.ถึงช่วงเวลาที่เหมาะสมในการยุบ สภาเพื่อเลือกตั้ง และกกต.ก็จะได้พิจารณาในเรื่องการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ว่าด้วย การเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. ที่จะต้องมีการแก้ไขเพื่อให้สอดรับกับร่างรัฐธรรมนูญที่จะออกมาว่าจะสามารถ ดำเนินการได้ทันหรือไม่ แต่หากทำไม่ได้ในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมก็ได้ให้อำนาจกกต.ในการที่จะ ออกประกาศวิธีการและข้อกำหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการจัดการเลือกตั้งได้อยู่ แล้ว ซึ่งก็ไม่น่าจะมีปัญหา
“กกต.มีความพร้อมที่จะจัดการเลือกตั้ง แม้ว่าการยุบสภาจะเกิดขึ้นในเดือนเม.ย.ตามที่นายกประกาศ เพราะได้เตรียมความพร้อมในเรืองต่างๆเป็นการภายในแล้ว แม้แต่การแบ่งเขตเลือกตั้ง สิ่งที่กกต.รอใน 3 เรื่องก็คือ ประกาศให้ร่างรัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ ประกาศจำนวนราษฎรของปี 2553 ของสำนักทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ที่กกต.จะต้องนำจำนวนราษฎรมาคำนวณในเรื่องของจำนวนส.ส.แต่ละจังหวัดที่พึงมี และมาแบ่งเขตเลือกตั้ง รวมทั้งประกาศในราชกิจจานุเบกษาของจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการสรรหาส.วและการเลือกตั้งส.ส. “ นายประพันธ์กล่าว



