ข่าว

กฎแห่งความสำเร็จจากปราชญ์ไทย

กฎแห่งความสำเร็จจากปราชญ์ไทย

25 ก.พ. 2554

ความจริงที่ยิ่งกว่านิยายของ ดร.เมล กิลล์ หลังจากประสบอุบัติเหตุตกเขา จนต้องตัดแขนซ้ายทิ้ง และตายไประหว่างผ่าตัดเป็นเวลานานถึง 19 นาที ทว่าในช่วงเวลานั้น เขามีโอกาสได้เรียนรู้ถึงความลับของโลก กระทั่งนำมาซึ่งการเดินทางค้นคว้าหาข้อมูลและกลั่นกรองออกมาเป็นหน

 และที่สำคัญเนื้อหาดังกล่าวกลับมีหลักสอดคล้องกับหลักธรรมทางพุทธศาสนา จึงเป็นที่มาของการจัดงานเปิดตัวอีกครั้งในประเทศไทย โดยได้รับเกียรติจากผู้เขียน พร้อมด้วย 8 บุคคลชั้นนำของไทย นำโดย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา, ดร.สนอง วรอุไร, ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม, ดร.ดาราวรรณ เด่นอุดม, นพ.วิโรจน์ ตระการวิจิตร, รศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์, ดร.วัชรมงคล เบญจธนะฉัตร์ และ ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ร่วมตั้งวงเสวนาในหัวข้อ “เคล็ดลับแห่งความสำเร็จ 7 ประการ" ณ สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี เมื่อวันก่อน

 ภายในหอประชุมพุทธคยา ดร.เมล กิลล์ เปิดเผยว่า หลังออกจากโรงพยาบาล ใช้เวลากว่า 40 ปี เพื่อค้นคว้าและยืนยันคำตอบของความลับที่ตัวเองได้ล่วงรู้ ผสานกับทุกองค์ความรู้ที่มีในโลก จนตกผลึกมาเป็น 7 ความลับเหนือโลก รวมอยู่ในหนังสือสุดยอดเดอะซีเคร็ต ซึ่งมีผลโดยตรงต่อโชคชะตาของมนุษย์ ความสุข ความรัก ความสำเร็จ การเงิน มิตรภาพ พลังอำนาจ สุขภาพ ความเป็นอยู่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน รวมถึงความเป็นไปของทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ ซึ่งกฎทั้ง 7 ประการ ได้แก่ กฎแห่งมโนนิยม, กฎแห่งการสั่นสะเทือน, กฎแห่งขั้วตรงข้าม, กฎแห่งจังหวะ, กฎแห่งเพศ, กฎแห่งเหตุและผล และ กฎแห่งความสอดคล้องกัน

 เริ่มต้นที่ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา นักวิทยาศาสตร์ และผู้อำนวยการโรงเรียนสัตยาใส จ.ลพบุรี ผู้เชื่อว่า “ความบังเอิญไม่มีในโลก คือ เรื่องจริง” กล่าวว่า ทุกสิ่งมีที่มาที่ไป สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทุกคนต้องทำความเข้าใจ เพราะจะช่วยให้เข้าใจทุกสิ่งทุกอย่าง คือ ต้องรู้ว่าตัวเองเป็นใคร เพราะถ้าไม่รู้จักตัวเองก็ไม่อาจจะรู้จักคนอื่นๆ ได้ แล้วผลที่ตามมาก็ทำจะทำให้เกิดปัญหายุ่งเหยิง และสำหรับหนังสือสุดยอดเดอะซีเคร็ตนั้น สามารถอธิบายถึงสิ่งที่ตาเนื้อไปไม่ถึง เป็นความลับที่ทำให้เราเข้าใจทุกสรรพสิ่ง และที่สำคัญคือ เข้าใจชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับหลักทางพุทธศาสนาที่สุด นั่นคือ เข้าใจตัวเอง

 เช่นเดียว ปราชญ์ด้านศาสนาและการปฏิบัติธรรม อย่าง ดร.สนอง วรอุไร ซึ่งเอาประสบการณ์ตรงมาเล่าให้ฟังว่า แม้จบการศึกษาระดับปริญญาเอกทางด้านวิทยาศาสตร์ เคยมองเห็นแต่ไวรัส แต่กลับมองหาเทวดาไม่เจอเพราะไม่เปิดจิต กล่าวว่า วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องจริงไม่แท้ เพราะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ต่างจากหลักธรรมทางพุทธศาสนา ซึ่งมีอยู่อย่างเที่ยงแท้ และไม่มีความสำเร็จอยู่ที่ใจไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยบังเอิญ เช่น เมื่อคิดดี พูดดี ทำดี สิ่งดีๆ ก็ย้อนกลับมา

 ขณะที่สาวคิดบวกอย่าง รศ.ดร.ปาริชาต สถาปิตานนท์ อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ใช้ชีวิตเชื่อมโยงกับกฎแห่งเหตุและผล โดยอธิบายว่า เหตุเป็นอย่างไรจะส่งถึงผลลัพธ์ที่ตามมา ทว่าสิ่งหนึ่ง ทุกคนไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความคิดบวก แต่ต้องผ่านการฝึก โดยเปลี่ยน ทุกข์ กับ โทสะ ให้มาเป็นการ “ทน” คือทนให้เหมือนอากาศธาตุ จากนั้นก็ “ท่อง” เช่น ท่องว่าต้องผ่านไปให้ได้ ต้องไม่โกรธ และสุดท้าย “ทำ” คือ ทำใจให้มีเมตตา และลงมือทำลงมือปฏิบัติ ก็จะมีความสุข นั่นคือ อนิจจัง

 ส่วนนักบริหารหนุ่มหลายสิบรางวัลจากทั่วโลก ดร.วัชร มงคล เบญจธนะฉัตร์ เล่าถึงเคล็ดลับแห่งความสำเร็จจนสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศได้นั้น เขาเชื่อในกฎแห่งจังหวะ ซึ่งก็คือกฎแห่งธรรมชาติ โดยค้นพบที่สวนโมกข์เมื่อ 16 ปีที่แล้ว จากคำสอนของท่านพระพุทธทาส ซึ่งให้หลักในการทำงานไว้ 3 ข้อ คือ การทำงานด้วยความรักหรือรักในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ ส่วนข้อสอง หลักความพอดียินดีที่ได้ ไม่ตั้งเป้าหมายสูงเกินไป และหลักสุดท้ายคือ ช่วยเหลือผู้อื่น (ด้วยความรัก)