
ลิเบียปฐพีเดือด-สู้ไม่ถอยของกัดดาฟี
สื่อตะวันตกได้ช่วยกันโหมประโคมข่าวสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในลิเบียในขณะนี้ ช่วงที่ประชาชนได้เลียนแบบการปฏิวัติมะลิในตูนีเซียก่อนจะลามไปสู่อียิปต์และหลายประเทศในตะวันออกกลางและแอฟริกาตอนเหนือ ด้วยการลุกฮือประท้วงครั้งใหญ่ต่อต้านบุรุษเหล็กพันเอกโมอัมมาร์ กัดดา
อย่างไรก็ดี ปัญหาที่เกิดขึ้นในลิเบียขณะนี้ ต่างจากปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายประเทศในตะวันออกกลางอยู่มาก ตรงที่การโหมประโคมข่าวของสื่อตะวันตกนั้นเต็มไปด้วยข่าวลือและข่าวโฆษณาชวนเชื่อที่ยากจะกรองได้ว่าข่าวใดเป็นข่าวลือ ข่าวใดเป็นข่าวจริง ข่าวใดเป็นข่าวเท็จ อาทิ การกล่าวหาว่าพันเอกกัดดาฟีว่าได้ว่าจ้างทหารรับจ้างจากแอฟริกาให้มาช่วยปราบปรามประชาชนอย่างไร้ความปรานีใดๆ เพื่อเรียกแรงฮึดสู้ของชาวลิเบียหรือสนับสนุนจากประชาชนทั่วโลก
หรือจู่ๆ ก็มีข่าวที่ไม่มีที่มาที่ไปว่าบุรุษเหล็กตลอดกาลอย่างพันเอกกัดดาฟีผู้หาญกล้าท้าทายพญาอินทรีผยองสหรัฐและยุโรปมานานถึง 41 ปี จู่ๆ เกิดใจเสาะและตาขาวรีบเผ่นแน่บหนีไปเวเนซุเอลาแล้ว ร้อนถึงกัดดาฟีต้องรีบเผยโฉมประกาศว่าพร้อมจะตายเพื่อปกป้องประเทศนี้ไม่ให้เกิดภาวะอนาธิปไตยเหมือนประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ
ในเมื่อประเทศตะวันตกได้ใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการทำสงครามข่าวลือและสงครามโฆษณาชวนเชื่อเพื่อจะล้มกัดดาฟีให้ได้ภายในหมัดเดียว การกลั่นกรองข่าวต่างๆ รวมทั้งการวิเคราะห์สถานการณ์ที่เป็นจริงในลิเบียจึงต้องกระทำด้วยความรอบคอบ นั่นหมายถึงว่าการประท้วงในลิเบียอาจจะมีโอกาสบานปลายเกิดเลือดนองท่วมแผ่นดินได้ง่ายๆ ยกเว้นจะมีอัศวินม้าขาวเข้ามากู้สถานการณ์ได้ทันท่วงทีก่อนเท่านั้น
สิ่งที่ไม่น่าประมาทก็คือบุรุษเหล็กกัดดาฟีนั้นไม่เหมือนกับอดีตประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก แห่งอียิปต์ ที่เป็นเด็กปั้นของสหรัฐซึ่งได้ช่วยประคับประคองให้อยู่ในอำนาจมานานเกือบ 30 ปี มูบารักจึงยอมถอดใจลาออกง่ายๆ ทันทีที่รู้ว่าทำเนียบขาวได้หันหลังให้แก่ตัวเองแล้ว
ผิดกับพันเอกกัดดาฟี ที่ยืนหยัดอยู่ได้ด้วยสองมือตัวเองแท้ๆ นับตั้งแต่ล้มราชบัลลังก์ของกษัตริย์ไอดริส แล้วสถาปนาตัวเองเป็นใหญ่แต่ผู้เดียวมานานถึง 41 ปี แม้ว่าสหรัฐและยุโรปจะพยายามทุกวิถีทางที่จะโค่นศัตรูตัวฉกาจผู้นี้ ซึ่งหาญกล้าท้าพญายมด้วยการหนุนหลังกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ ให้ลงมือก่อการร้ายทั่วยุโรปในช่วงทศวรรษ 2513 และ 2523
หรือการให้ความช่วยเหลือและให้ที่พักพิงแก่ผู้ก่อการร้ายกลุ่มต่างๆ จนได้ชื่อว่าเป็น "สวรรค์ที่ปลอดภัยของการก่อการร้าย" รวมไปถึงการให้สายลับลงมือก่อวินาศกรรมระเบิดเครื่องบินแพนแอมของสหรัฐเหนือเมืองล็อกเกอร์บี้ สกอตแลนด์
ในยุคนั้น ชื่อของกัดดาฟี ติดอยู่ในบัญชีดำของซีไอเอ ที่จะต้องกำจัดให้ได้เฉกเดียวกับอดีตประธานาธิบดีฟิเดล คาสโตร แห่งคิวบา แต่บุรุษเดนตายอย่างกัดดาฟีก็เอาตัวรอดได้เรื่อยมา อย่างไรก็ดี เมื่ออายุมากขึ้นประกอบกับสุขภาพเริ่มทรุดโทรม ท่าทีของกัดดาฟีก็เริ่มอ่อนลง ถึงขนาดยอมส่งตัวสายลับตัวการระเบิดแพนแอมกลับไปดำเนินคดีที่ยุโรป แลกกับการที่ยุโรปจะหันกลับมาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกัน
ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงลับ ยกเว้นสหรัฐที่ตระบัดสัตย์ไม่ยอมคืนดีด้วย แม้ว่ากัดดาฟีจะยอมทำตามเงื่อนไขต่างๆ แล้วก็ตามที
ยิ่งเมื่อบุรุษเหล็กกัดดาฟีปักใจเชื่อว่าเบื้องหลังการลุกฮือของประชาชนในครั้งนี้มาจากการหนุนหลังของพญาอินทรีอเมริกาเพราะต้องการจะยึดครองผลประโยชน์จากน้ำมันเหมือนเช่นที่ยึดครองอิรักและอัฟกานิสถาน ไม่ใช่เพราะมีความจริงใจต้องการเรียกร้องประชาธิปไตยแต่อย่างใด
รู้ทันอย่างนี้แล้วมีหรือบุรุษเหล็กกัดดาฟีจะยอมแพ้ง่ายๆ มีแต่จะสู้จนกว่าจะชนะแม้จะต้องสังเวยชีวิตประชาชนมากแค่ไหนก็ตาม หรือสู้จนกว่าตัวจะตายเหมือนอดีตประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซนแห่งอิรัก ในเมื่อถูกต้อนให้จนมุมเสียแล้ว
ไม่ต้องพูดไกลไปถึงการพร้อมปกป้องทรัพย์สมบัติจำนวนมหาศาลของตัวเองและครอบครัวที่สะสมมานานกว่า 40 ปี ในเมื่อเห็นตัวอย่างหลัดจากๆ อดีตผู้นำตูนีเซียและอียิปต์ซึ่งแม้จะลาออกง่ายๆ แต่ก็ถูกอายัดทรัพย์ย้อนหลัง คนอย่างกัดดาฟีมีหรือจะยอมให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยง่ายๆ
โอกาสที่จะเกิดความรุนแรงถึงขั้นนองเลือดในลิเบียจึงยากจะหลีกเลี่ยงได้ง่ายๆ เหมือนในหลายประเทศ ถ้าไม่เป็นการปฏิวัติประชาชนซึ่งความอดทนได้ถึงจุดระเบิดแล้ว อาจเป็นไปได้ที่ทหารหนุ่มกลุ่มหนึ่งอาจจะออกมาปฏิวัติยึดอำนาจเอง ดีกว่าปล่อยให้บุรุษเหล็กปกครองประเทศด้วยกำปั้นเหล็กตลอดไป
บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์



