
ธปท.เชื่อคุมเงินเฟ้ออยู่ในกรอบ"ประสาร"ห่วงน้ำมันพุ่งแรงรัฐอุ้มดีเซลต่อไม่ไหว
ธปท.มั่นใจคุมเงินเฟ้อได้ แม้ราคาน้ำมันและอาหารพุ่งขึ้น ยอมรับเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด "ประสาร" รับห่วงถึงจังหวะรัฐอุ้มดีเซลต่อไม่ไหวต้องประเมินทิศทางกันใหม่ ด้านไทยพาณิชย์มองราคาน้ำมันกดดันเงินเฟ้อไม่มาก
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เงินเฟ้อเป็นประเด็นที่ท้าทายสำหรับเศรษฐกิจทั่วโลก แต่หากดูตัวเลขเงินเฟ้อของไทยเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคแล้ว จะเห็นว่าตัวเลขของไทยอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนัก ธปท.จึงเชื่อว่าน่าจะยังคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในขอบบนของเป้าหมายที่ 3% ได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถคาดการณ์เกี่ยวกับราคาน้ำมันได้ในขณะนี้ เพราะต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกว่าจะลุกลามหรือไม่ ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกจะสูงกว่าที่ ธปท.ประเมินไว้
"แม้เงินเฟ้อจะเป็นประเด็นเสี่ยงต่อภาพรวมเศรษฐกิจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถือเป็นวิกฤติอะไร ซึ่งยอมรับว่าสถานการณ์เงินเฟ้อถือเป็นประเด็นท้าทายและต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเวลานี้ก็ถือว่าอยู่ในสถานะที่ดีพอสมควร เพียงแต่อาจมีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ควรต้องระวังไว้บ้าง" นายประสารกล่าว
นายประสารกล่าวถึงการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลของรัฐบาลว่า ค่อนข้างเป็นห่วงในประเด็นนี้ เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่งที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีความเห็นว่าไม่สามารถอุดหนุนต่อไปได้ ก็คงมีการพิจารณาเรื่องนี้กันใหม่อย่างรอบด้าน และเรื่องการอุดหนุนก็น่าจะทำได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น
นายพรเทพ ชูพันธุ์ ผู้จัดการวิเคราะห์เศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออยู่บ้าง แต่คงไม่ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจชะลอลงกว่าที่ประเมินไว้ ส่วนผลกระทบทางอ้อมนั้น หากราคาน้ำมันปรับขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตปรับเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการก็อาจขอปรับราคาสินค้าขึ้นตามได้ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการด้านคมนาคมก็อาจขอปรับขึ้นค่าบริการด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อของไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ถือว่ายังไม่น่าห่วงมากนัก โดยเงินเฟ้อที่เห็นว่าปรับขึ้นในช่วงที่ผ่านมา สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาอาหาร เห็นได้จากดัชนีราคาอาหารโลกช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ได้ปรับขึ้นมาแล้วประมาณ 30%
“สาเหตุที่เงินเฟ้อเอเชียเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก เพราะตัวเลขที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อของกลุ่มประเทศเอเชีย มีอาหารรวมอยู่ประมาณ 30% ขณะที่สหรัฐและยุโรปมีอาหารรวมอยู่แค่ประมาณ 10-20% ทำให้ประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียได้รับแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น” นายพรเทพกล่าว
สำหรับประเทศไทยนั้น แม้อาหารจะอยู่ในการคำนวณของดัชนีเงินเฟ้อประมาณ 30% แต่ในจำนวนนี้เป็นข้าวประมาณ 5% และอีก 14% เป็นอาหารปรุงสุก ซึ่งราคามักจะวิ่งตามราคาข้าว ขณะที่ราคาข้าวในช่วงที่ผ่านมาแทบไม่ได้ปรับขึ้นเลย แถมมีราคาลดลงประมาณ 10% ดังนั้นจึงช่วยถ่วงการปรับขึ้นของเงินเฟ้อลงได้บ้าง



