ข่าว

พระเจ้าช่วย ... กล้วย(เต้าหู้)ทอด

พระเจ้าช่วย ... กล้วย(เต้าหู้)ทอด

24 ก.พ. 2554

ตามประสาของคนที่ไม่ได้ทำอาหารกินเองมานาน เพราะถือคติว่าเมืองไทยนี้ดี...ถ้าอยู่คนเดียวทำอาหารกินย่อมแพงกว่าซื้อ...วิกฤติการณ์น้ำมันปาล์มขาดตลาดและขึ้นราคานั้นย่อมมาถึงผมช้ากว่าคนอื่นๆ

 แต่ก็มาถึงจนได้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หน้าตลาดสดลาซาล 2000 เขตบางนา นั่นแหละครับ

 เมื่อแฟนพันธุ์แท้เต้าหู้ทอดอย่างผมไม่สามารถหาเต้าหู้ทอดกินได้ ด้วยเหตุผลที่สภาแม่ค้าหน้าตลาดลาซาล (ทั้งจากร้านขายปาท่องโก๋ กล้วยทอด ไก่ทอด กุยช่าย) กล่าวว่า น้ำมันมันแพง แล้วเต้าหู้ทอดเนี่ยจะมีลักษณะพิเศษตรงที่มันต้องใช้น้ำมันมาก และที่สำคัญต้องใช้น้ำมันที่ไม่เก่าด้วย (เคยมีอยู่เจ้าหนึ่งที่ผมแทบหลั่งน้ำตา เพราะดันทอดเต้าหู้กับทอดมัน...)

 สภาแม่ค้าขนาดย่อมๆ ยังบอกว่าสาเหตุที่น้ำมันปาล์มแพงนั้น เพราะว่าน้ำท่วมภาคใต้ จึงผลิตไม่ทันทางหนึ่ง และอีกทางก็คือ เพราะมีการนำไปผลิตเชื้อเพลิง

 นี่แหละครับ แม่ค้าไทยเขาก้าวไกลระดับโลก (โลกาภิวัตน์แล้วครับ)

 เอาล่ะครับ นั่นคือแม่ค้าบนถนน ขณะที่ความพยายามของสื่อและตำรวจก็พยายามไปในทางของการค้นหาผู้ร้ายในการกักตุน เพราะดูจะเป็นข่าวที่ลุ้นได้ทุกวัน

 สอดคล้องกับผลการสำรวจของเอแบคโพลล์ที่ว่า คนส่วนใหญ่เชื่อว่าปัญหามาจากการกักตุน

 อีกทางหนึ่ง ผมได้มีโอกาสรับฟังและพูดคุยกับคนคนหนึ่งที่ควรจะมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องนี้ เขาก็ทำท่าเหมือนกับประชาชนควรจะใจเย็นๆ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของการบริหารจัดการที่แก้ไขได้ ขอแค่ตอนนี้นำเข้ามาแก้ไปก่อน เดี๋ยวสักพักทุกอย่างก็จะเข้าที่ เมื่อกลไกตลาดทำงาน

 กล่าวง่ายๆ ว่าถ้าลอยตัวตอนนี้ก็จะโอเค แล้วก็ให้มีกรรมการจัดการให้เป็นไปตามราคาตลาด

 เรื่องอื่นที่ผมเรียนรู้จากการพูดคุยกับท่าน (โดยบังเอิญ) ก็คือว่า ปัญหาน้ำมันปาล์มนั้นซับซ้อน เพราะว่าทางหนึ่งเราห้ามนำเข้า แต่ก็ไม่ได้ห้ามส่งออก แถมยังมีอีกสักร้อยละ 30 (ซึ่งไม่แน่ว่าอาจจะมีมากกว่านี้) ที่ไปผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมีระบบคล้ายกับการประกันราคาอยู่

 ที่เขียนมาทั้งหมดนี้เพื่อจะพยายามอธิบายว่า บางทีคนระดับบน ระดับชนชั้นกลางก็มีความเข้าใจโลกในแบบหนึ่ง ที่น่าตั้งข้อสงสัยไม่น้อยไปกว่าการมองว่าปัญหาน้ำมันปาล์มเป็นเรื่องของความตื่นตระหนกของคน

 อีกไม่นานทุกอย่างก็จะเข้าที่ และอีกไม่นานคนชั่วช้าก็จะถูกจับกุมได้เอง

 ท้ายสุดยังมีอดีตผู้นำที่เสนอให้นึ่งต้มแทนทอดเข้าไปอีก...ลุงครับ ผมทานเต้าหู้นึ่งไม่ถนัดจริงๆ ครับ ...

 ขณะที่ผมคิดว่าชาวบ้านเขามีความเข้าใจที่สลับซับซ้อนกว่า เพราะเขาใกล้ชิดกว่า และเข้าใจว่าปัญหานั้นอยู่ที่ความซับซ้อนของเรื่อง ซึ่งระบุได้ว่าเกิดจากความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลในการแก้ปัญหาที่สลับซับซ้อนนี้ มากกว่าเรื่องของการโยนปัญหาไปที่ความตื่นตระหนกของผู้บริโภค และกับเรื่องของการทุจริต

 นั่นหมายความว่ารัฐบาลนั้นต้องมีความเข้าใจถึงการบริหารจัดการความสลับซับซ้อนที่เกิดขึ้นในโลกซึ่งเศรษฐกิจมีขึ้นมีลง และเราต้องเข้าใจถึงความเชื่อมโยงกับทางเลือกนโยบายอย่างเป็นระบบ เช่นจะผลิตอาหาร หรือพลังงาน จะนำเข้าหรือไม่นำเข้า หรือคำถามต่อไปอีกว่าตกลงถ้าให้น้ำมันลอยตัว ต่อไปเราจะสามารถตรวจสอบความโปร่งใสของคณะกรรมการที่กำกับดูแลได้อย่างไร เหมือนกับเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิง ที่เมื่อปล่อยลอยตัวแล้วเราไม่ค่อยเห็นว่าน้ำมันจะลงมากเท่าไหร่ และเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วเราจะตรวจสอบและทำให้ราคามันลงได้อย่างไร

 ผมคิดว่าชาวบ้านที่ขาดแคลนน้ำมันเขาเข้าใจว่าระบอบการปกครองนั้นจะเป็นประชาธิปไตยหรือไม่นั่นมันเรื่องหนึ่ง แต่การมีรัฐบาลที่ขาดความสามารถในการจัดการกับความสลับซับซ้อนต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่ ที่จะใช้กระแสอะไรกลบก็ไม่ได้...

 และไม่ทันซะแล้วครับ ...