ข่าว

เหวงโผล่นปช.แถลงข่าวเล็งเขียนหนังสือ

เหวงโผล่นปช.แถลงข่าวเล็งเขียนหนังสือ

23 ก.พ. 2554

"เหวง"โผล่เวทีแถลงข่าวนปช. ระบุศาลเมตตาปล่อยตัว ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ยันยึดสันติวิธีเคลื่อนไหวต่อ ชี้บรรยากาศวิ่งไปสู่ความสมานฉันท์สัญญาณต่าง ๆ เริ่มดี เตรียมเขียนหนังสือ ชีวิตในคุก ณัฐวุฒิหอบลูกเมียเยี่ยมเพื่อนเสื้อแดงที่ยังถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ

(23ก.พ.) ในการแถลงข่าววันนี้ของนปช. นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช.ที่เพิ่งได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ได้เดินทางมารับฟังการแถลงข่าวของนางธิดา ถาวรเศรษฐ์และแกนนำคนอื่น ๆ ด้วย โดยนพ.เหวงปรากฏตัวในเสื้อเชิ้ตสีแดงแขนยาว แต่แกนนำคนอื่นไม่มาและทราบว่าพักผ่อนกับครอบครัว

 นพ.เหวงเปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวว่า ภารกิจของแกนนำนปช.ทั้ง 7 คน ได้ตกลงกันก่อนที่จะออกมาว่าจะทำ 3 แนวทาง 1.เราถูกตั้งข้อหาก่อการร้าย ซึ่งเป็นข้อหาหนักมาก แต่ได้รับความกรุณาจากศาลฯ ภาระต่อไปจึงต้องให้การช่วยเหลือพี่น้องเสื้อแดงที่ยังถูกขังคุกทั้งหมด ให้ได้รับการประกันตัว  2.ให้การเยียวยาพี่น้องผู้ได้รับบาดเจ็บ และครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งด้านความรู้สึกและด้านจิตใจ 3. ต้องให้ฆาตกรที่สั่งฆ่าประชาชนถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย

 สำหรับการเคลื่อนไหวของนปช.หลังจากนี้ ยังคงมีต่อไปโดยจะยึดหลักสันติวิธี ซึ่งเป็นทางสายเดียว โดยเราปฏิเสธความรุนแรงทุกรูป การได้รับการปล่อยตัวของแกนนำนปช.ครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล เพราะต้องการสร้างความแตกแยกในหมู่คนเสื้อแดง เห็นได้จากกระแสข่าวที่ออกมาว่าจะให้ประกันตัวตนและนายก่อแก้ว พิกุลทอง เพื่อต้องการให้องค์กรเสื้อแดงแตกแยกและทำลายนางธิดา แต่ที่ได้ประกันตัวเป็นความเมตตาจากศาลฯเท่านั้น รวมทั้งคนที่มาให้การอย่างเป็นประโยชน์ต่อศาลทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพล.ต.สนั่น  ขจรประศาสน์  รองนายกฯ นายคณิต ณ นคร ประธานคอป. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เป็นต้น

 เมื่อถามว่าขณะนี้เริ่มมีบรรยากาศปรองดองหรือไม่ นพ.เหวง แสดงสำเนาคำสั่งศาล ที่ระบุถึงข้อห้ามและคำสั่งห้ามมิให้กระทำ หลังจากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว พร้อมกล่าวว่า " ต้องใช้คำของนางธิดา ที่ขณะนี้ถือเป็นรุ่งอรุณแห่งความยุติธรรม เลยต้องพกคำสั่งศาลท่านติดตัวไปตลอด โดยคำสั่งห้าม มิได้ห้ามให้เราไปร้องเพลงให้ประชาชนฟัง มิได้ห้ามให้เป็นวิทยากร บรรยากาศเริ่มนำไปสู่ความปรองดอง บรรยากาศในบ้านเมืองตอนนี้เริ่มดีขึ้น หลังจากเราได้รับความกรุณาจากศาล ทำให้ความรู้สึกกดดันทางการเมืองมันเบาลง เพื่อวิ่งไปสู่ความสมานฉันท์ "

 เมื่อถามว่า มีข่าวว่ามีการไปเจรจากันก่อนหน้านี้ แกนนำนปช.จึงได้รับการประกันตัว นพ.เหวง ปฏิเสธว่าไม่ทราบ แต่ส่วนตัวได้จับชีพจรทางการเมืองอย่างใกล้ชิด และเห็นว่าสัญญาณต่าง ๆ มันเริ่มดีขึ้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่านายวัฒนา  เมืองสุข  ให้การช่วยเหลือมากน้อยขนาดไหน ให้เป็นกี่เปอร์เซ็นต์ นพ.เหวง กล่าวว่า ก็ช่วยเยอะ แต่จะให้เป็นเปอร์เซ็นต์คงลำบาก แต่รู้ว่าช่วยทุกอย่างเพื่อให้พวกเราได้รับการประกันตัว

 ถามว่าหลังจากนี้เพื่อให้เข้าโหมดความปรองดอง ควรเดินไปสู่การเลือกตั้งหรือไม่ นพ.เหวง กล่าวว่า เรื่องการเลือกตั้งพูดขึ้นโดยนักการเมืองที่เบื่อการเมืองในปัจจุบัน หากจะเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง คนเสื้อแดงก็ยินดี วันนี้เกิดวิกฤติหลายอย่าง ทั้งเรื่องน้ำมันปาล์ม คนเสื้อเหลือง ปัญหาตามแนวชายแดน หากจะแก้ได้ รัฐบาลต้องยุบสภาฯเปิดโอกาสให้ไปสู่การเลือกตั้งทั่วไป อย่างนี้ก็ไม่มีปัญหาแล้ว เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์เดียวกับคนเสื้อแดงมีโอกาสจะชนะแน่นอน ส่วนตนจะเข้าสู่สนามเลือกตั้งหรือไม่นั้น วันนี้ยังยืนยันและวางน้ำหนักให้คนเสื้อแดงเป็นหลัก

 เมื่อถามว่าควรเดินหน้าไปสู่การนิรโทษ อภัยโทษแล้วหรือไม่ นพ.เหวง กล่าวว่า เมืองไทยมีรากฐานที่แข็งแกร่ง จะนำไปสู่จุดนั้นได้ต้องไม่มี 1. ไม่รัฐประหารอีกต่อไป 2. ทหารต้องไม่ใช้อาวุธสงครามฆ่าประชาชน เหตุการณ์ตั้งแต่ 14 ต.ค.2516 มาถึงเหตุการณ์พ.ค.2553 ต้องไม่เกิดขึ้น โดยสิ่งเหล่านี้จะเป็นจริงได้คนที่สั่งการต้องได้รับการลงโทษทางกฎหมายอย่างเข้มงวดด้วย

 เมื่อถามอีกว่าการชุมนุมแบบยืดเยื้อในปีนี้จะมีอีกหรือไม่ นพ.เหวงกล่าวแบบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า คนเสื้อแดงเขาสูญเสียความยุติธรรม สูญเสียชีวิต หลายคนถูกจับ เสื้อแดงยังไม่ได้รับการเยียวยา การชุมนุมยังคงมีอยู่ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่คืนความเป็นธรรมให้คนเสื้อแดง แต่คงจะไม่มีการชุมนุมยืดเยื้อ เพียงแต่การชุมนุม 10 เม.ย. หรือ 19 พ.ค.คงจะใหญ่และมีคนมาร่วมมหาศาล เพราะถือเป็นเหตุการณ์ที่ครบรอบจากปีที่แล้ว

 นพ.เหวง กล่าวว่า ช่วงที่อยู่ในเรือนจำได้เจอกับนายไชยวัฒน์  สินสุวงศ์ แกนนำกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติ ที่ถูกขังในเรือนจำเดียวกัน ประเด็นคือเขาก็เป็นคนไทย เป็นมนุษย์เหมือนกัน เราได้ปฏิสัณฐานกันตามปกติ แต่ไม่มีการไปพูดคุยว่าคนเสื้อแดงจะสนับสนุนคนเสื้อเหลือง  เพราะจุดยืนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ชีวิตข้างในนั้นทำให้ตนแกร่งขึ้น แม้จะไม่มีความต้องการที่จะติดคุก หลังจากนี้ก็เป็นไปได้ที่จะเขียนหนังสือช่วงชีวิต 8-9 เดือนที่อยู่ในเรือนจำ เพราะการเข้าไปอยู่ถือว่าได้ไปหล่อรวมการต่อสู้ให้แกร่งขึ้น

"ณัฐวุฒิ"หอบลูกเมียเยี่ยมเพื่อนเสื้อแดง

 นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) หรือคนเสื้อแดง พร้อมด้วยนางศิริสกุล ไสยเกื้อ ด.ช.นปก และด.ญ.ชาดอาภรณ์ ไสยเกื้อ บุตรชายและบุตรสาว เดินทางเข้าเยี่ยมนายสมชาย ไพบูลย์ แนวร่วมนปช. ซึ่งยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ โดยใช้เวลาในห้องเยี่ยมนานกว่า 1 ชั่วโมง
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า หลังจากได้รับการปล่อยตัวเมื่อคืนวานนี้ ( 22 ก.พ.) ตนยังได้มีโอกาสเดินทางไปพบพล.ต.สนั่น ขจรประสาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความขอบคุณด้วย จากนั้นนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. หลายคนได้เดินทางมาพบที่บ้านพักย่านสนามบินน้ำ และมีโอกาสได้พูดคุยถึงช่วงเวลาที่อยู่ในเรือนจำ รวมถึงแนวทางการเคลื่อนไหวต่อจากนี้ โดยเป็นการหารือกันกันตลอดทั้งคืน และในวันนี้ ( 23 ก.พ.) ตนจึงเดินทางมาเยี่ยมเพื่อนๆที่ยังถูกควบคุมตัวในเรือนจำ อย่างไรก็ตาม การต้องถูกคุมขังในเรือนจำนานกว่า 9 เดือน ถือเป็นช่วงชีวิตที่ยากลำบาก แต่เมื่อเห็นคนเสื้อแดงยังคงมาเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตนมีกำลังใจสู้ต่อ หลังจากนี้จะขอทำหน้าที่ผู้นำครอบครัวที่ดี แต่ยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้งคนเสื้อแดง และจะไปขึ้นเวทีปราศรัยและเข้าร่วมการชุมนุมของคนเสื้อแดงแน่นอน

 นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยุยงปลุกปั่นให้ผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์และสะพานผ่านฟ้าเผาสถานที่ราชการ คลิปวิดีโอที่รัฐบาลนำมาออกเปิดเผยเป็นคลิปเก่าบนเวทีปราศรัยเขาสอยดาว จ.จันทบุรี ตั้งแต่ก่อนชุมนุมใหญ่ โดยยืนยันว่าคำพูดในคลิปไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับการเผาสถานที่ในวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ตนมีคลิปฉบับจริงที่ไม่มีการตัดต่อซึ่งนายจตุพร เตรียมจะนำไปเป็นข้อมูลประกอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วย และขอย้ำอีกครั้งว่าคนเสื้อแดงไม่ได้เป็นผู้เผาห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เวิลด์ เรื่องนี้เจ้าของห้างเองก็รู้ดี

 นางศิริสกุล กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่นายณัฐวุฒิได้รับการปล่อยตัว ทำให้ครอบครัวได้อยู่ร่วมกันอีกครั้ง แต่จะไม่ขัดขวางเรื่องการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนายณัฐวุฒิ เมื่อคืนที่ผ่านมา นายณัฐวุฒิได้นอนอยู่กับลูกสาวที่เพิ่งคลอดตลอดทั้งคืน พร้อมร้องไห้และขอโทษที่ไม่มีโอกาสได้ดูแลลูก