
กกท.ตั้งทีมตรวจ สมาคมกีฬาไทย ไม่เจ๋งโดนตัดงบ
บอร์ด กกท.หนุนการจัดตั้งสำนักงานประสานงานสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ ที่จะเปิดในเดือนเมษายนนี้ 10 ล้านบาท พร้อมตั้งคณะกรรมการประเมินผลสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมไหนผลงานไม่เข้าอาจจะโดนโทษถึงขั้นตัดงบประมาณอุดหนุน
นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) ที่ห้องประชุม 217 ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ผ่านมา ภายหลังการประชุม นายชุมพลเปิดเผยว่า บอร์ด กกท.อนุมัติงบประมาณสำหรับการจัดตั้งสำนักงานประสานงานสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ บริเวณอาคารสระว่ายน้ำวิสุทธารมณ์ สนามศุภชลาศัย เป็นเงิน 10 ล้านบาท ซึ่งจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายนนี้
นอกจากนี้ บอร์ด กกท.ยังได้เห็นชอบคำของบประมาณ กกท.ประจำปี 2553 จำนวน 8,305,100,000 บาท ส่วนการประเมินการปฏิบัติงานของ "บิ๊กหนุ่ม" นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท. ซึ่งมี น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน ซึ่งบอร์ด กกท.เห็นชอบตามผลการประเมิน โดยนายกนกพันธุ์ได้ 93 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน และเห็นชอบเพิ่มเงินเดือน 1.6 หมื่นบาท
ที่ประชุมยังมีมติให้ตั้งคณะกรรมการประเมินสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ กกท.จำนวน 52 สมาคม เพื่อให้การทำงานของทุกสมาคมมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังจากในระยะหลังมีบางสมาคมกีฬามีปัญหาเรื่องการบริหารงาน ผู้บริหารขาดความเอาใจใส่ และรอคอยเพียงแค่เงินอุดหนุนจากรัฐบาลผ่านทาง กกท.ในแต่ละปีเท่านั้น โดยคณะกรรมการชุดนี้ จะต้องตั้งหลักเกณฑ์ประเมินให้รัดกุมที่สุด และหากสมาคมประเมินผลไม่ผ่านจะมีบทลงโทษหลายระดับ โดยเฉพาะการตัดการอุดหนุนงบประจำปี ส่วนกรณีที่การผลักดันการจดทะเบียนสมาคมคิกบ๊อกซิ่งแห่งประเทศไทยนั้น ยังไม่มีการพิจารณา แต่รัฐมนตรีกีฬากล่าวว่า ความคิดเห็นส่วนตัวนั้น เห็นว่า แม้ว่าจะสามารถจัดตั้งได้ แค่โอกาสคงจะยากพอสมควร
กรณีที่ "บังยี" นายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ลาออกจากตำแหน่งบอร์ด กกท.เนื่องจากมีตำแหน่งทางการเมือง หรือพรรคการเมืองนั้น บอร์ด กกท.ได้แต่งตั้ง นายสมศักดิ์ ภูรีศรีศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบอร์ด กกท.คนใหม่



