ข่าว

เรียงข่าวร้อยคน (พฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554)

เรียงข่าวร้อยคน (พฤหัสบดีที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554)

24 ก.พ. 2554

 00 นายหัวไทรคาดการณ์ไว้ก่อนหน้าแล้วว่าจะมี ส.ว.สรรหาส่วนหนึ่งลาออกก่อนหมดวาระ เพื่อไม่ให้คุณสมบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเข้าสู่กระบวนการสรรหาใหม่ และเป็นไปตามนั้นจริงๆ เพราะก่อนหมดวาระ 3 ปี เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา มี ส.ว.สรรหาลาออกจำนวน 67 คนจากจำนวนที่มีอยู่ 74 คน นั่นก็แปลความได้ว่าเวลานี้เหลือ ส.ว.สรรหาอยู่ในวุฒิสภาเพียง 7 คนเท่านั้นเอง ในขณะที่กระบวนการสรรหายังไม่เริ่มขึ้น แต่ต้องสรรหาให้แล้วเสร็จใน 60 วันหลังหมดวาระ เวลานี้อยู่ในขั้นตอนการคัดเลือกกรรมการสรรหาอยู่

 00 แม้จะคาดการณ์ไว้แล้ว แต่นายหัวไทรไม่คาดคิดว่าจะมี ส.ว.สรรหาลาออกมากถึงขนาดนี้ เพราะเห็นก่อนหน้าแม้แต่ "ประสพสุข บุญเดช" ประธานวุฒิสภา ก็แสดงเจตจำนงว่าจะลาออกเพื่อเข้าสู่กระบวนการสรรหาใหม่เช่นกัน แต่ท้ายที่สุดแล้ว จิตเหนือสำนึกก็มาสะกิดให้ประสพสุขไม่ลาออก และนั่งเก้าอี้ประธานวุฒิสภาต่อไประยะหนึ่งจนกว่าจะได้ ส.ว.สรรหามาครบจำนวน หลังจากนั้นประสพสุขก็จะไปเป็นอาจารย์สอนหนังสือ ถ่ายทอดประสบการณ์ให้นักศึกษา

 00 แต่น่าตกใจที่ ส.ว.สรรหาอีก 67 คนทำไมไม่สำนึกเหมือนท่านประธานประสพสุข เพราะถ้าไปอ่านเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญก็น่าจะเข้าใจว่า ต้องการให้ ส.ว.สรรหาในวาระแรกอยู่ในตำแหน่งแค่ 3 ปี จากนั้นก็สรรหาคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน ย้ำว่า "คนใหม่-ทำหน้าที่แทน" นั่นหมายถึงว่า ต้องเอาคนใหม่ ไม่ใช่เอาคนเก่าเข้ามา ฉะนั้นองค์กรที่จะเสนอชื่อได้ตามรัฐธรรมนูญเอง ก็ต้องสำนึกในเจตนารมณ์ของรัฐบาล ต้องเสนอคนใหม่เท่านั้น และเข้าใจว่าองค์กรที่มีสิทธิ์เสนอชื่อสมาชิกเข้าไปเป็น ส.ว.นั้นก็น่าจะมีสมาชิกอยู่มากกว่า 1 คนแน่นอน และในจำนวนนั้นก็ไม่น่าจะมีอยู่เพียงคนเดียวที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ที่จะเป็น ส.ว.ได้

 00 คณะกรรมการสรรหาก็เช่นกัน แต่ละคนล้วนแล้วแต่รับใช้ชาติบ้านเมืองมายาวนาน จนมีประสบการณ์ความรู้ความสามารถมากมาย จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นกรรมการสรรหา ส.ว.ก็น่าจะเข้าใจในเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญว่า ต้องการให้เปลี่ยนแปลง เปลี่ยนคนเข้ามาทำหน้าที่ จึงเขียนไว้ว่า ส.ว.สรรหาในวาระแรกให้อยู่แค่ 3 ปี แล้วสรรหาใหม่ จึงไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะสรรหาเอาคนเดิมเข้าไปเป็น ส.ว.อีก เพราะถ้าสรรหาแล้วเอาคนเดิมเข้าไป ก็ไม่แตกต่างจากไม่สรรหาใหม่

 00 ถ้า ส.ว.สรรหายังดื่มด่ำอยู่กับการทำหน้าที่ ส.ว.ในช่วงที่ผ่านมา 3 ปี ก็สมควรจะรอเวลา-จังหวะ-โอกาส แล้วกระโดดลงสู่สนามเลือกตั้งที่เปิดให้อยู่แล้วจังหวัดละ 1 คนรวม 76 คน และกำลังจะเป็น 77 คน หากจังหวัดบึงกาฬจัดตั้งขึ้นมาสำเร็จ ซึ่งเวลานี้กฎหมายก็อยู่ในสภาแล้ว ไม่ใช่รอนั่งให้เขาสรรหาอย่างเดียว ที่มาและการทำหน้าที่ก็ไม่ผูกโยงกับประชาชน

"นายหัวไทร"