ข่าว

บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวยุโรป

บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวยุโรป

23 ก.พ. 2554

ตำรวจบุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวยุโรป ยึดเมืองพัทยาทำออฟฟิศโทรลวงเหยื่อโอนเงินให้นับ 10 ล้าน

(23ก.พ.) เวลา 01.30 น. พ.ต.ต.อรุณ พร้อมพันธุ์ สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท. สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยวพัทยา พ.ต.ต.อรรถพงษ์ แสนใจ สว.สส.กก.2 บก.ทท. นำกำลังตำรวจท่องเที่ยวพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดพัทยาที่ 129/2554 ลงวันที่ 22 ก.พ.54 เข้าตรวจค้นร้านไวกิ้ง อินเตอร์เน็ต เลขที่ 358/22 ตั้งอยู่ในโรงแรมไวกิ้ง ในซอย 14 ถ.พัทยาใต้ หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ภายหลังสืบทราบว่าจดทะเบียนเป็นร้านอินเตอร์เน็ต แต่ฉากหลังมีชาวต่างชาติลักลอบใช้เป็นสถานที่โทรศัพท์ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อหลอกลวงเหยื่อในต่างประเทศให้โอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง โดยสถานที่ดังกล่าวมีจำนวน 2 ห้องขนาดใหญ่ ลักษณะดัดแปลงใช้ห้องประชุมของโรงแรมเปิดเป็นออฟฟิศ มีเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งเรียงรายอยู่นับสิบเครื่อง นอกจากนี้ ยังพบชายและหญิงชาวยุโรป นั่งต่อสายคุยโทรศัพท์อยู่หน้าคอมพิวเตอร์รวม 7 คน จึงควบคุมตัวไว้พร้อมกับยึดเครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะจำนวน 18 เครื่อง จอแอลซีดี 17 ตัว เครื่องปริ๊นท์เตอร์ 1 เครื่อง เอกสารสำคัญและสมุดจดบันทึกเบอร์โทรศัพท์สำคัญจำนวนมาก ไว้เพื่อทำการตรวจสอบ

 จากการสอบสวนทราบชื่อชาวต่างชาติทั้ง 7 คน คือ 1. Mr.Espen Forberg อายุ 41 ปี , 2.Mr.Sebastian Gjertsen อายุ 21 ปี , 3.Mr.Martin Gisvold Garathun อายุ 21 ปี , 4. Mrs.Ida Marie Juhl Falchenberg อายุ 20 ปี สัญชาตินอร์เวย์ (4คนแรกนอร์เวย์ทั้งหมด) 5. Mr.Ulf Carl Johan Hellbacken อายุ 36 ปี 6.Mr.Anders Erik Engzell อายุ 30 ปี และ 7.Mr.Tommy Viktor Soderlund อายุ 26 ปี สัญชาติสวีเดน (3คนหลังสวีเดนทั้งหมด) โดยเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหา เป็นชาวต่างชาติประกอบธุรกิจในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่เบื้องต้นทั้งหมดยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

 พ.ต.ต.อรุณ เปิดเผยว่า แนวทางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวทราบว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวมีชาวต่างชาติอยู่ในแก๊งทั้งหมดประมาณ 15 คน และกระจายกันพักตามคอนโดมิเนียมในเมืองพัทยา ก่อนหน้านี้ได้ว่าจ้างให้ชาวไทยจดทะเบียนเปิดบริษัท โกลบอล เทเลมาร์เก็ตติ้ง จำกัด แล้วนำไปขอใบอนุญาตเปิดร้านอินเตอร์เน็ตจากอำเภอบางละมุงในชื่อ “ ไวกิ้งอินเตอร์เน็ต ” โดยเช่าสถานที่ในโรงแรมไวกิ้งเปิดออฟฟิศและใช้โทรศัพท์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต หรือ VOIP ( Voice over internet protocol ) ซึ่งจะแสดงหมายเลขขององค์กรรัฐบาลเพิ่มความน่าเชื่อถือ เพื่อโทรไปหลอกลวงเหยื่อที่อยู่ในประเทศนอร์เวย์และสวีเดน ให้โอนเงินมาให้ ซึ่งส่วนใหญ่จะออกอุบายว่าสามารถหางานให้ทำได้แต่ต้องเสียค่านายหน้าก่อน หรือไม่ก็หลอกขายสินค้าให้ เมื่อเหยื่อตายใจโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ก็จะทำการปิดบัญชีทันที ซึ่งคาดว่าน่าจะมีผู้ตกเป็นเหยื่อแล้วนับร้อยราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 10 ล้านบาท

 ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางไปให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก. และ พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท. แถลงข่าวที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง และจะได้ทำการขยายผลจับกุมชาวต่างชาติในแก๊งที่เหลือเพื่อนำมาดำเนินคดีต่อไป